Page 24 - ebook.msu.ac.th
P. 24
๑๓
ค่ าคืน ถึงเวลาที่ฟ้ามืดสนิทยักษ์ก็เดินทางมาถึง ท้าวคัชชนามก็เอากกไม้เท้าวิเศษชี้ไปที่ยักษ์ ท าให้ยักษ์สิ้นชีพ
แล้วจากนั้นเอาปลายไม้วิเศษชี้ไปยังกองกระดูก ทุกคนต่างก็กลับฟื้นกลายเป็น พระราชา มเหสี เสนา
อ ามาตย์ ไพร่ฟ้าพลเมือง สัตว์น้อยใหญ่มีชีวิตดังเดิม แล้วต่างแยกย้ายกันไปสู่ที่อยู่อาศัยแห่งตน พระราชา
ข้าราชบริพาร ได้กล่าวขอบคุณท้าวคัชชนาม ในเวลาต่อมาจึงให้ท้าวคัชชนามครองเมืองและให้อภิเษกกับ
“นางกองสี” (ค าสิงห์) ท้าวคัชชนามครองเมืองได้สามเดือน ประสงค์จะตามหาพ่อเช่นเคย ได้สละราชสมบัติ
ให้บ่าวอีกคนคือ เกวียนร้อยเล่มครองเมืองแทน พร้อมทั้งอภิเษกนางกองสีให้เป็นมเหสีราชาแห่งเมืองสรวง
และสั่งสอนหลักในการปกครองบ้านเมือง แล้วออกเดินทางตามหาพ่อต่อไป
ตั้งแต่ออกเดินทางเป็นเวลาสามปี ระหว่างทางคัชชนามได้เดินทางเข้าไปในป่าที่มีดงทึบหนาและหวน
คิดถึงมารดาอย่างยิ่ง ได้อัญเชิญเทวดาและสรรพสัตว์ทั้งหลายเช่น ครุฑ นาคให้มาคุ้มครอง ในป่านั้นได้พบฝูง
เปรต จึงถามถึงสาเหตุที่มาเป็นเปรตเช่นนี้ ได้ความว่า เคยข่มเหงชาวบ้าน ลืมคุณและด่าพ่อแม่ บังคับเอาเมีย
ผู้อื่น ข่มเหงชาวบ้าน เป็นหญิงมิจฉาจาร เป็นเพชฌฆาต พูดในทางเสียหาย ลักขโมย ฆ่าสัตว์ ต าหนิพระสงฆ์
และยุให้สงฆ์แตกกัน ในป่านั้นได้พบกับฤๅษี คัชชนามได้บอกถึงสาเหตุของการเดินทางและขอให้พระฤๅษีช่วย
บอกทาง พระฤๅษีจึงเมตตาบอกทางไปสู่ยอดเขาที่หน้าผามีรอยเท้าช้างเหยียบไว้ที่หน้าผานั้น คัชชนามเดินทาง
ต่อจนถึงเขตป่าหิมพานต์ ได้ชมสระอโนดาต และเข้าสู่บริเวณ “เมืองภูเงิน” ซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่ากินรี จึงได้
พบรักกับ “นางปทุมมา” กินรีซึ่งเป็นลูกสาว “ท้าวเสตะราช” เจ้าเมืองภูเงิน ท้าวคัชชนามได้อภิเษกโดยพิธี
บายศรีสู่ขวัญ และได้อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยานานพอสมควร แล้วก็ลาทั้งสองออกเดินทางเพื่อตามหาพ่ออีก
ครั้ง พร้อมกับให้ค ามั่นสัญญาถึงความมั่นคงแห่งรักที่มีต่อนางปทุมา เมื่อพบบิดาแล้วจะกลับมารับนาง
นางปทุมาได้ร้อยดอกไม้มอบแทนตัวนาง
เมื่อเดินทางได้พบถ้ าใหญ่แห่งหนึ่ง สูงสิบสองโยชน์เรียกว่า “ถ้ านางนอน” ได้อาศัยเป็นที่พักแรมอยู่
ภายใน โดยคิดค านึงถึงแต่เพียงนางปทุมมา เมียผู้เป็นที่รัก ครั้นรุ่งเช้าคัชชนามได้เดินทางไปพบสระที่โขลงช้าง
ป่า อาศัยหากินเล่นน้ าอยู่ แล้วอาศัยช้างเหล่านี้เพื่อน าทางตามรอยพ่อตนต่อไป
จากการเดินทางรอนแรมตามโขลงช้างข้ามป่าเขามาหลายเพลา คัชชนามก็มาถึงยอด “ภูสิงห์”
เขต “เมืองจ าปา” และไม่ปรากฏรอยเท้าพ่ออีก จึงถือเป็นการสิ้นสุดการค้นหาเพียงเท่านี้ คัชชนามจึงก้ม
กราบรอยช้าง เมื่อมองลงมาจากภูสิงห์มองเห็นนครจ าปาและหอแก้วยอดทองค า คัชชนามได้ฝังทองค าไว้น า
ติดตัวไปพอใช้จ่ายเท่านั้น ลงจากภูสิงห์เดินหน้าสู่เมืองจ าปาและ เข้าไปยังสระน้ าแห่งหนึ่ง แล้วใช้ดาบศรีคัน-
ไชย์ตัดเกศ สระเกศ สรงน้ าผลัดเปลี่ยนผ้าทรงชุดใหม่ แต่งองค์ทรงเครื่องงดงาม
เมื่อคัชชนามเดินทางเข้าไปในเมืองจ าปา ผู้คนต่างตื่นตะลึงในความงามของคัชชนาม ได้พบกับนาง
ตองตอยหญิงขอทานซึ่งเคยมีเงินทอง แต่ชะตากรรมท าให้ตกยากเป็นขอทาน คัชชนามเห็นคล้ายแม่ของตนจึง
ขอพักอาศัยด้วยพร้อมมอบทองให้นางซึ่งได้ดูแลและรักคัชชนามเหมือนลูก คัชชนามอยากได้ผ้าชั้นเยี่ยมมานุ่ง
จึงให้แม่เฒ่าเอาทองไปขอแลกมาจากวัง เมื่อแต่งตัวด้วยผ้านี้คัชชนามงามมาก ทุกคนชื่นชมพร้อมกับน าของกิน
ของใช้มามอบให้มากมายเพื่อหวังให้ท้าวคัชชนามเชยชมตน ท าให้หญิงยากไร้แม่บุญธรรมมีฐานะดีขึ้นกว่าแต่
ก่อน ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่คัชชนามหลงอยู่ในกามคุณมากที่สุด เพื่อนของคัชชนามเห็นว่า สตรีที่เหมาะสม
กับคัชชนามที่สุดคือ นางสีไว ลูกสาวเศรษฐีเมืองจ าปาและเป็นพระสหายสนิทของ “นางสีดา”ผู้มีเนื้อกายหอม
พันวา นางเป็นพระธิดา “พระยาก ามะทา” เจ้าเมืองจ าปา กับ “นางอ าคา” พระมเหสี คัชชนามจึงฝาก
สาส์นแนะน าตัวไปถึงนางสีไวและนางสีไวก็ใช้ให้นางค าไขเอาผ้าและสาส์นไปมอบคัชชนามและชวนไปเที่ยวป่า
ชมดอกไม้และเกี้ยวพาราสีกันโดยการทายชื่อดอกไม้ต่างๆ
ในระหว่างที่คัชชนามอยู่เมืองจ าปานั้น ก็เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นในบ้านในเมือง ซึ่งมีสาเหตุมาจากในวัน
หนึ่งพระยาก ามะทาเจ้าเมืองจ าปา มีพระประสงค์เสด็จออกประพาสป่าล่าเนื้อที่ป่าหิมพานต์ เมื่อถึงป่าพระยา-

