Page 139 - Neuropsychiatric.indd
P. 139
ั
้
ู
ั
โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสง หรือโรคหัวใจ พบว่าภายหลงไดรบ paclitaxel ผู้ป่วยมีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ตารางที่ 3.9 ยาที่สามารถท าให้เกิด atrial tachycardia
คือ 160 ครั้ง/นาที ร่วมกับหายใจล าบาก ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบ atrial fibrillation ร่วมกับหัวใจห้องล่าง กลุ่มยา ยา กลไก
เต้นเร็ว จึงได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนด้วย amiodarone ขนาด 150 มิลลิกรัม เจือจางใน D5W 100 ยาขยายหลอดลม salbutamol, terbutaline กระตุ้น beta adrenergic receptos
ิ
ื
มิลลิลิตร และฉีดเข้าทางหลอดเลือดด า และตามด้วยขนาดยา 300 มิลลิกรัม โดยบรหารยาแบบต่อเนอง catecholamines aminophylline, theophylline ยับยั้ง phosphodiesterase
่
กระตุ้น beta adrenergic receptos
epinephrine, isoproterenol
ื
่
่
ี
ั
้
2 ชัวโมงต่อมา ผปวยไมมอาการหายใจลาบาก และอตราการเต้นของหวใจลดลงเหลอ 106 ครั้งต่อนาที และ dobutamine กระตุ้น alpha และ beta adrenergic receptos
่
ู
ั
ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ และให้การรักษาในรอบถัดไป โดยเปลี่ยนจาก paclitaxel เป็น docetaxel ซึ่งมี inotropics digoxin ยับยั้ง Na /K ATPase pump
+
+
โอกาสเกิด atrial fibrillation ได้เช่นกัน แต่ผู้ป่วยรายนี้ไมเกิด atrial fibrillation ขึ้นอีกตลอดช่วงระยะเวลาที่ milrinone ยับยั้ง phosphodiesterase
่
ท าการรักษา ที่มา : Tisdale และคณะ และ Tisdale 41
9
5. Atrial tachycardia 5.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
41
Atrial tachycardia เป็นภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะที่มีจุดก าเนิดความผิดปกติของคลื่นไฟฟาหัวใจ ข้อแนะน าเพื่อป้องกันการเกิด atrial tachycardia จากยา มีดังนี้
้
้
ั
บนต าแหน่งเหนือหัวใจห้องล่าง จึงจัดเป็น supraventricular tachycardia โดยมอัตราการเตนของหวใจ o ระมัดระวังการใช้ยา (ตารางที่ 3.9) ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ
ี
ประมาณ 100-250 ครั้ง/นาที พบความผิดปกติของคลื่นไฟฟาหัวใจ P wave กรณีมีสาเหตุจากจุดก าเนิด o ผู้ป่วยที่ได้รับ digoxin ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีไตท างานบกพร่อง หรือใช้ยา
้
ื
็
สัญญาณไฟฟาที่หัวใจห้องบน 1 ต าแหน่ง (focal atrial tachycardia) จะพบคลนไฟฟาหวใจปรากฎเปน ที่มีอันตรกิริยาระหว่างยา เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับยาในเลือดสูงเกิน 2 นาโนกรัม/มิลลิลิตร
ั
้
่
้
้
uniform P-wave morphology และกรณีมีสาเหตุจากจุดก าเนิดสัญญาณไฟฟาหลายต าแหน่ง (multifocal o ผู้ป่วยที่ได้รับ theophylline ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ภาวะโรคหัวใจล้มเหลว
ั
ิ
ั
ั
้
atrial tachycardia) จะพบคลื่นไฟฟาหัวใจที่ปรากฎเป็น P-wave ลกษณะแตกต่างกันอย่างน้อย 3 ชนิด ซึ่ง ตบทางานบกพร่อง และอนตรกริยาระหว่างยา (เช่น ผู้ที่ใช้ ciprofloxacin, clarithromycin
multifocal atrial tachycardia ส่วนใหญ่พบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ หรือมีระดับ และ fluconazole ร่วมด้วย) เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับยาในเลือดสูงเกิน 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร
แมกนีเซียมในเลือดต่ า อาการที่พบ ได้แก่ ชีพจรเต้นเร็ว วิงเวียนศีรษะ หายใจล าบาก เจ็บแน่นหน้าอก เป็นลม
หมดสติ 9,39-41 5.3 การจัดการเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์
Atrial tachycardia จากยาเป็นภาวะที่ต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางการรักษา
เช่นเดียวกับภาวะที่ไม่ได้มีสาเหตุจากยา และต้องหยุดยาที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีภาวะ
9,41
5.1 ยาที่เป็นสาเหตุ ระบบไหลเวียนเลือดคงที่ จะตอบสนองต่อการรักษาด้วย adenosine ฉีดเข้าทางหลอดเลือดด า 9,39-41
9,41
กลไกที่ยาเป็นสาเหตุให้เกิด atrial tachycardia ส่วนใหญ่เป็นยาที่มีผลกระตุ้น beta adrenergic การพจารณาใหการรกษา แยกตามสาเหตุเปน 2 กรณี 9,39-41 คือ 1) กรณ focal atrial tachycardia
ี
ิ
้
ั
็
ื่
receptors เช่น ยาที่มีคุณสมบัติเป็น catecholamines (epinephrine และ isoproterenol) และยาอน ๆ และ 2) multifocal atrial tachycardia ซึ่งพบกรณี focal atrial tachycardia บอยกว่า ข้อมูลต่อไปนี้
่
เช่น salbutamol และ terbutaline นอกจากนี้พบในยาที่มีฤทธิ์ยับยั้ง phosphodiesterase เช่น อ้างอิงจากแนวทางเวชปฏิบตการรกษา supraventricular tachycardia โดย ACC/AHA/HRS ค.ศ. 2016 39
ั
ั
ิ
aminophylline และ theophylline กรณของ digoxin พบในผู้ป่วยที่มีระดับยา digoxin ในเลือดสูง และ European Society of Cardiology ค.ศ. 2020 และแนวทางการบริหารยาจากฐานข้อมูล Lexicomp
ี
40
®34
+
+ +
(มากกว่า 2 นาโนกรัม/มิลลิลิตร) เนื่องจาก digoxin มีฤทธิ์ยับยั้ง Na /K -ATPase pump ท าให้มีระดับ Na 1) กรณี focal atrial tachycardia
ในเซลล์เพมสูงขึ้นส่งผลให้ลดกระบวนการแลกเปลี่ยนโซเดียมกับแคลเซียม ท าให้แคลเซียมในเซลล์ถูกน าออก หากผู้ป่วยมีภาวะระบบไหลเวียนเลือดคงที่ ยาที่แนะน าคือ adenosine ขนาด 6 มิลลิกรัม ฉีดเข้าทาง
ิ่
ิ่
ิ่
์
นอกเซลลน้อยลงส่งผลทาให้เพมการจับของแคลเซียมกับโปรตีนที่ท าหน้าที่หดตัวจึงเพมแรงบีบตัวของ หลอดเลอดด า และตามด้วย NSS 10 มลลลตร เพอไลยาทางหลอดเลอดด า หากการรกษาไมได้ผล จะใหการ
่
ั
ิ
ิ
้
่
่
ื
ิ
ื
ื
ั
กล้ามเนื้อหัวใจ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ไตท างานบกพร่อง ระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ า อนตรกิริยาระหว่างยาที่ท า รกษาเพ่อควบคมอตราการเต้นของหวใจหองลาง (ventricular rate) ไม่ให้เร็วเกินไป ด้วย beta blockers
่
ุ
ื
ั
้
ั
ั
ให้ระดับยา digoxin ในเลือดสูงขึ้น เช่น การใช้ digoxin ร่วมกับ amiodarone หรือ non-dihydropyridine CCBs คือ verapamil หรือ diltiazem แตไม่ควรใช้ยา non-dihydropyridine
่
รายการยาที่ท าให้เกิด atrial tachycardia แสดงในตารางที่ 3.9 9,41 CCBs ในผู้ป่วยที่ภาวะหัวใจล้มเหลวชนิด reduced ejection fraction (heart failure with reduced
ejection fraction, HFrEF)
โดยมีขนาดยาที่ใช้ ดังนี้
o verapamil ขนาด 5 มิลลิกรัม ฉีดเข้าทางหลอดเลือดด า นาน 2-5 นาที 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง
20 นาที
o diltiazem ขนาด 0.25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ฉีดเข้าทางหลอดเลือดด า นาน 2 นาที หากอาการไม่ดี
ขึ้นใน 15 นาที ให้ซ้ าได้ ขนาด 0.35 มิลลิกรัม/กิโลกรัม นาน 2 นาที
119
118
118

