Page 202 - Neuropsychiatric.indd
P. 202
่
ตารางที่ 4.16 ยาที่สามารถทาให้เกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า
่
ิ่
ตารางที่ 4.16 ยาที่สามารถทาให้เกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า
venlafaxine มีผลเพมระดับความดันโลหิตเนื่องจากมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกท่าให้หลอดเลือด ตารางที่ 4.16 ยาที่สามารถทาให้เกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า กลไก
่
ยา
ั
ิ่
หดตัวและสัมพนธ์กับขนาดยาที่เพมสูงขึ้น ซึ่งขนาดยาที่ใช้ส่าหรับภาวะซึมเศร้าเพมขึ้นตามระดับความรุนแรง alpha blockers: alfuzosin, doxazosin, ลดแรงต้านของหลอดเลือด กลไก กลไก
ิ่
ยา
ยา
ลดแรงต้านของหลอดเลือด
alpha blockers: alfuzosin, doxazosin,
prazosin
ู
ี
ของโรค โดยมขนาดยาอย่ในช่วง 75-375 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ได้รับ venlafaxine ขนาด 150 alpha blockers: alfuzosin, doxazosin, ลดแรงต้านของหลอดเลือด
prazosin
beta blockers
่
่
มิลลิกรัม ซึ่งควรติดตามระดับความดันโลหตอยางสมาเสมอ แม้ว่าในรายงานไม่ได้ระบุชื่อ ACE inhibitors ที่ prazosin ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และลด cardiac output
ิ
่
beta blockers
ลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทติก
benzodiazepines
ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และลด cardiac output
่
ิ
ออกฤทธิ์สั้น ยาดังกลาวน่าจะเป็น captopril โดยให้ขนาดยาเรมต้น 25 มิลลิกรัม ทุก 8-12 ชัวโมง และ beta blockers ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และลด cardiac output
่
่
benzodiazepines
ลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทติก
ลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทติก
benzodiazepines
CCBs
ขยายหลอดเลือด และลดอัตราการเต้นของหัวใจ
สามารถปรับเพิ่มขนาดยา ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 450 มิลลิกรัม/วัน CCBs ขยายหลอดเลือด และลดอัตราการเต้นของหัวใจ
CCBs
ขยายหลอดเลือด และลดอัตราการเต้นของหัวใจ กน้่าและโซเดียมที่ท่อไต
ลดปริมาตรของเหลวในร่างกาย โดยเพิ่มการขับออ
loop diuretics
loop diuretics ลดปริมาตรของเหลวในร่างกาย โดยเพิ่มการขับออกน้่าและโซเดียมที่ท่อไต
ลดปริมาตรของเหลวในร่างกาย โดยเพิ่มการขับออกน้่าและโซเดียมที่ท่อไต ด้
ขยายหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดด่า ท่าให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจไ
loop diuretics
nitrates
5. ความดันโลหิตต่ าเมื่อเปลี่ยนท่า nitrates ขยายหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดด่า ท่าให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้
ขยายหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดด่า ท่าให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้
น้อยลง
nitrates
ภาวะความดันโลหิตต่่า (hypotension) เป็นภาวะที่มีระดับความดันโลหิตตัวบน (ขณะที่หัวใจบีบตัว) opioids น้อยลง
น้อยลง
ระยะเฉียบพลัน: ลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทติก และลด
ต่่ากว่า 90 มิลลิเมตรปรอท และ/หรือ ระดับความดันโลหิตตัวล่าง (ขณะที่หัวใจคลายตัว) ต่่ากว่า 60 มิลลิเมตร opioids ระยะเฉียบพลัน: ลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทติก และลด
cardiac output ระยะยาว: ส่งผลให้หลั่งสาร histamine ซึ่งมีผลลดแรงต้าน
ระยะเฉียบพลัน: ลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทติก และลด
opioids
cardiac output ระยะยาว: ส่งผลให้หลั่งสาร histamine ซึ่งมีผลลดแรงต้าน
cardiac output ระยะยาว: ส่งผลให้หลั่งสาร histamine ซึ่งมีผลลดแรงต้าน
ของหลอดเลือด
ปรอท ท่าให้ผู้ป่วยมีภาวะเวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนจะตาพร่า เป็นลม และมีความเสี่ยงต่อการล้มและได้รับ ของหลอดเลือด
ของหลอดเลือด
ยารักษาโรคจิต: clozapine, chlorpromazine, ลดแรงต้านของหลอดเลือด
46
่
ื
บาดเจบ หรอเกิดภาวะช็อกซงเป็นอันตรายตอชีวิต สามารถจาแนกตามสาเหตุของการเกด ได้แก ความดัน ยารักษาโรคจิต: clozapine, chlorpromazine, ลดแรงต้านของหลอดเลือด
ิ
่
็
่
ึ
่
ยารักษาโรคจิต: clozapine, chlorpromazine, ลดแรงต้านของหลอดเลือด
quetiapine
โลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า ความดันโลหิตต่่าภายหลังรับประทานอาหาร ความดันโลหิตต่่าจากความผิดปกติของ quetiapine
quetiapine iptyline, clomipramine,
TCAs: amitr
73
การส่งสัญญาณในสมอง และความดันโลหิตต่่าจากระบบประสาทถูกท่าลาย TCAs: amitriptyline, clomipramine,
imipramine
TCAs: amitriptyline, clomipramine,
ความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยเปลี่ยน imipramine
imipramine
trazodone
้
่
ิ
จากท่านอนเป็นท่ายืน และมีระดับความดันโลหิตตัวบนลดลงอยางนอย 20 มลลเมตรปรอท และ/หรือระดบ trazodone
ิ
ั
trazodone
ยารักษาโรคพาร์กินสัน: levodopa, dopamine ขยายหลอดเลือด (ช่วงแรกของการใช้ยา) เนื่องจากฤทธิ์กระตุ้น dopamine
ยารักษาโรคพาร์กินสัน: levodopa, dopamine ขยายหลอดเลือด (ช่วงแรกของการใช้ยา) เนื่องจากฤทธิ์กระตุ้น dopamine
ความดันโลหิตตัวล่างลดลงอย่างน้อย 10 มิลลิเมตรปรอท ภายในเวลา 3 นาทีหลังอยู่ในท่ายืน เมื่อเปรียบเทียบ agonist, MAO-B inhibitor (selegiline) D1 receptor ท่าให้ยับยั้งการท่างานของระบบประสาทซิมพาเทติกที่ระบบ
ยารักษาโรคพาร์กินสัน: levodopa, dopamine ขยายหลอดเลือด (ช่วงแรกของการใช้ยา) เนื่องจากฤทธิ์กระตุ้น dopamine
D1 receptor ท่าให้ยับยั้งการท่างานของระบบประสาทซิมพาเทติกที่ระบบ
agonist, MAO-B inhibitor (selegiline)
ี
กับความดันโลหิตในขณะนอนราบ ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ โดยม 2 สาเหตุหลัก คือ 1) ระบบประสาท agonist, MAO-B inhibitor (selegiline) ประสาทส่วนกลาง
74
ประสาทส่วนกลาง
D1 receptor ท่าให้ยับยั้งการท่างานของระบบประสาทซิมพาเทติกที่ระบบ
ประสาทส่วนกลาง
ฤทธิ์กระตุ้น presynaptic dopamine D2 receptor ที่ระบบประสาทส่วน
ั
่
่
อัตโนมติทางานบกพรองท่าให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดลดลงในขณะอยู่ในท่ายืน และ 2) ความผิดปกติ ฤทธิ์กระตุ้น presynaptic dopamine D2 receptor ที่ระบบประสาทส่วน
ปลาย ท่าให้ลดการหลั่ง norepinephrine
ปลาย ท่าให้ลดการหลั่ง norepinephrine
ฤทธิ์กระตุ้น presynaptic dopamine D2 receptor ที่ระบบประสาทส่วน
ั
ของการส่งสัญญาณในสมองเนื่องจากมีการกระตุ้นระบบประสาทอตโนมัติและสมองที่ท่าหน้าที่ควบคุมการ CCBs, calcium channel blockers; MAO-B inhibitor, monoamine oxidase-B inhibitor; TCAs, tricyclic antidepressants
CCBs, calcium channel blockers; MAO-B inhibitor, monoamine oxidase-B inhibitor; TCAs, tricyclic
ปลาย ท่าให้ลดการหลั่ง norepinephrine antidepressants
ั
ี
่
้
ั
่
ื
ทางานของหลอดเลอดและหวใจ ความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่าจากยาเกยวของกับระบบประสาทอตโนมัติ ที่มา : Trinkley และคณะ 75 75 , Rivasi และคณะ และ Verhaeverbeke และคณะ 77
75
76
77
ที่มา : Trinkley และคณะ , Rivasi และคณะ และ Verhaeverbeke และคณะ
76
CCBs, calcium channel blockers; MAO-B inhibitor, monoamine oxidase-B inhibitor; TCAs, tricyclic antidepressants
75
ท่างานบกพร่อง และเกิดขึ้นภายหลังจากใช้ยาไม่นาน จัดเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในระยะเฉียบพลัน ที่มา : Trinkley และคณะ , Rivasi และคณะ และ Verhaeverbeke และคณะ
75
77
76
5.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
5.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
5.1 ยาที่เป็นสาเหตุ ข้อแนะน่าเพื่อป้องกันการเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่าจากยาในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ
5.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
ข้อแนะน่าเพื่อป้องกันการเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่าจากยาในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ
กลไกที่ยาเป็นสาเหตของความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า 75-77 ได้แก่ 1) ยามีผลต่อหัวใจและหลอด การเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า 75,76 มีดังนี้
ุ
ข้อแนะน่าเพื่อป้องกันการเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่าจากยาในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ
การเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า
75,76
มีดังนี้
o ควรใช้ยาในขนาดต่่าที่สุดที่ให้ผลกา
ื
เลอด โดยท่าให้หลอดเลือดขยายตัว เช่น CCBs, nitrates ลดแรงต้านของหลอดเลอด เช่น alpha blockers การเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า 75,76รรักษา เช่น benzodiazepines, loop diuretic, nitrates
ื
o ควรใช้ยาในขนาดต่่าที่สุดที่ให้ผลการรักษา เช่น benzodiazepines, loop diuretic, nitrates
มีดังนี้
และ opioids
หรือลดปริมาตรของเหลวในร่างกาย เช่น loop diuretics ลดอัตราการเต้นของหัวใจและท่าให้ปริมาตรเลือดที่ o ควรใช้ยาในขนาดต่่าที่สุดที่ให้ผลการรักษา เช่น benzodiazepines, loop diuretic, nitrates
และ opioids
้
่
สูบฉีดออกจากหัวใจต่อนาทีลดลง เช่น beta blockers ยาอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ลดแรงต้านของหลอดเลือด ได้แก ยา o ควรเฝาระวังการใช้ยา alpha blockers ในผู้ชายสูงอายุที่มีต่อมลูกหมากโต เช่น alfuzosin,
และ opioids
้
o ควรเฝาระวังการใช้ยา alpha blockers ในผู้ชายสูงอายุที่มีต่อมลูกหมากโต เช่น alfuzosin,
doxazosin และ prazosin
่
รักษาโรคจิต (ยาที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะดังกลาว คือ chlorpromazine, clozapine และ quetiapine) ยา o ควรเฝาระวังการใช้ยา alpha blockers ในผู้ชายสูงอายุที่มีต่อมลูกหมากโต เช่น alfuzosin,
้
doxazosin และ prazosin
ต้านซึมเศร้ากลุ่ม TCAs (ยาที่มีความเสี่ยงสูง คือ amitriptyline, clomipramine และ imipramine) และ o หากจ่าเป็นต้องใช้ CCBs ควรเลือกใช้ dihydropyridine CCBs แบบออกฤทธิ์เนิ่น
doxazosin และ prazosin
o หากจ่าเป็นต้องใช้ CCBs ควรเลือกใช้ dihydropyridine CCBs แบบออกฤทธิ์เนิ่น
ิ
่
ี
trazodone และ 2) ยามผลตอระบบประสาท โดยลดการตอบสนองต่อระบบประสาทซิมพาเทตก เช่น o หลีกเลี่ยง TCAs และเลือกใช้ SSRIs หรือ SNRIs แทน
o หากจ่าเป็นต้องใช้ CCBs ควรเลือกใช้ dihydropyridine CCBs แบบออกฤทธิ์เนิ่น
o หลีกเลี่ยง TCAs และเลือกใช้ SSRIs หรือ SNRIs แทน
o ในผู้ที่จ่าเป็นต้องใช้ยารักษาโรคพาร์กนสน (levodopa, dopamine agonists, MAO-B
ั
ิ
benzodiazepines, opioids ยับยั้งการท่างานของระบบประสาทซิมพาเทติก เช่น ยารักษาโรคพาร์กินสัน o หลีกเลี่ยง TCAs และเลือกใช้ SSRIs หรือ SNRIs แทน ิ่
o ในผู้ที่จ่าเป็นต้องใช้ยารักษาโรคพาร์กนสน (levodopa, dopamine agonists, MAO-B
ิ
ั
inhibitors) ในขนาดต่่าที่สุดที่ให้ผลการรักษา และติดตามอย่างใกล้ชิดเมื่อมีการปรับเพมขนาดยา
(ตารางที่ 4.16) o ในผู้ที่จ่าเป็นต้องใช้ยารักษาโรคพาร์กนสน (levodopa, dopamine agonists, MAO-B
ิ
ั
ิ่
inhibitors) ในขนาดต่่าที่สุดที่ให้ผลการรักษา และติดตามอย่างใกล้ชิดเมื่อมีการปรับเพมขนาดยา
หรือในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาในขนาดสูง
o ยาบางชนด เช่น beta blockers ยารกษาโรคจต และยาต้านซึมเศรา trazodone ควรเรมใช้ยา
inhibitors) ในขนาดต่่าที่สุดที่ให้ผลการรักษา และติดตามอย่างใกล้ชิดเมื่อมีการปรับเพมขนาดยา
ิ่
หรือในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาในขนาดสูง
ิ
ั
่
้
ิ
ิ
o ยาบางชนด เช่น beta blockers ยารกษาโรคจต และยาต้านซึมเศรา trazodone ควรเรมใช้ยา
หรือในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาในขนาดสูง
่
ิ
ิ
ั
ิ
้ลหิตเมื่อมีการปรับเพิ่ม
ในขนาดต่่า และค่อย ๆ ปรับเพิ่มขนาดยา และควรติดตามระดับความดันโ
o ยาบางชนด เช่น beta blockers ยารกษาโรคจต และยาต้านซึมเศรา trazodone ควรเรมใช้ยา
ิ
ั
้
่
ิ
ิ
ิ่
ขนาดยา
ในขนาดต่่า และค่อย ๆ ปรับเพิ่มขนาดยา และควรติดตามระดับความดันโลหิตเมื่อมีการปรับเพม
ในขนาดต่่า และค่อย ๆ ปรับเพิ่มขนาดยา และควรติดตามระดับความดันโลหิตเมื่อมีการปรับเพม
ิ่
ขนาดยา
ขนาดยา 181
181
180 181
181

