Page 198 - Neuropsychiatric.indd
P. 198

้
 acting alpha agonists ท่าให้เกิดความดันโลหิตสูงเฉียบพลันหลังหยุดยา (rebound hypertension) ดัง  ตารางที่ 4.15 ยาที่มีขอมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง
 แสดงในตารางที่ 4.14 61-65      ยา   จ่านวนงานวิจัย  จ่านวนผู้ป่วย           ผลการศึกษา
                          66
                ยาต้านซึมเศร้า   RCTs 23 เรื่อง   13,285 ราย   SNRIs เพิ่มระดับความดันโลหิตเมื่อเทียบกับ SSRIs
 ่
 ตารางที่ 4.14 ยาที่สามารถทาให้เกิดความดันโลหิตสูง       - ความดันโลหิตตัวบน (WMD 1.5 มม.ปรอท, 95% CI 0.84,
                                                                2
 ยา   กลไก                                                 2.15, I 39%)
 ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์   เกิดการคั่งของของเหลวในร่างกายโดยท่าให้เกิดการคั่งของโซเดียมที่ไต   - ความดันโลหิตตัวล่าง (WMD 1.34 มม.ปรอท, 95% CI 0.75,
                                                                2
 (กระตุ้น mineralocorticoid receptor); เพิ่มแรงต้านของหลอดเลือด   1.92, I 54%)
 ยาต้านซึมเศร้า: TCAs, SNRIs (venlafaxine),   กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกท่าให้หลอดเลือดหดตัว   67  SSRIs ไม่เพิ่มระดับความดันโลหิตเมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา
 bupropion, MAO inhibitors   bevacizumab   RCTs 39 เรื่อง   19,057 ราย   bevacizumab เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูงเมื่อ
 ยาลดความดันโลหิต: beta blockers,   หยุดยากะทันหันท่าให้กระตุ้น beta receptor หรือ alpha receptors      เทียบกับการไม่ได้รับยา (RR 3.59, 95% CI 2.95, 4.38) โดยความ
 centrally acting alpha agonists   มากเกิน   68          เสี่ยงเกิดทั้งขนาดต่่าและสูง (RR 2.97-4.07)
 calcineurin inhibitors: cyclosporine,   หลอดเลือดหดตัวเนื่องจากลดการสร้าง nitric oxide และกระตุ้นระบบซิม  cyclosporine   RCTs 17 เรื่อง   1,126 ราย   cyclosporine เพิ่มระดับความดันโลหิตเฉลี่ยเมื่อเทียบกับการไม่ได ้
 tacrolimus   พาเทติก                                    รับยา
 decongestants: pseudoephedrine,   กระตุ้นระบบซิมพาเทติกท่าให้หลอดเลือดหดตัว   -  ขนาด 1-4 มก./กก./วัน เพิ่ม 5 มม.ปรอท (95% CI 2.8, 7.2,
                                                            2
                                                           I 20%)
 naphazoline, phenylephrine                              -  ขนาด > 10 มก./กก./วัน เพิ่ม 11 มม.ปรอท (95% CI 7.2,
 erythropoietin    หลอดเลือดหดตัวเนื่องจากลดการสร้าง nitric oxide และเพิ่มความหนืด  15.6, I 0%)
                                                                2
 ของเลือด       COX-2         RCTs 19 เรื่อง   44,451 ราย   COX-2 inhibitors เพิ่มระดับความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวและ
 methylphenidate   กระตุ้นระบบซิมพาเทติกท่าให้หลอดเลือดหดตัว   inhibitors    ขณะหัวใจคลายตัว 3.85 และ 1.06 มม.ปรอท ตามล่าดับ เมื่อเทียบ
                       69
 NSAIDs   เกิดการคั่งของของเหลวในร่างกายโดยท่าให้ลดการขับออกของโซเดียม (ลด   กับการไม่ได้รับยา
 prostaglandin E2); เพิ่ม aldosterone ที่ไต; เพิ่มแรงต้านของหลอดเลือด   NSAIDs    RCTs 44 เรื่อง   1,324 ราย   NSAIDs เพิ่มระดับความดันโลหิตเฉลี่ยเมื่อเทียบกับการไม่ใช้ยา โดย
                     70
 (ลด prostacyclin)                                       indomethacin, naproxen และ piroxicam เพิ่ม 3.59, 3.74
 oral contraceptives: estrogen, progestin   เกิดการคั่งของของเหลวในร่างกายโดยกระตุ้นระบบ RAAS และเกิดการคั่ง  และ 0.49 มม.ปรอท ตามล่าดับ
 ของโซเดียมและน้่า และหลอดเลือดหดตัว เนื่องจากยามีผลท่าให้ระดับ  กก., กิโลกรัม; มก., มิลลิกรัม; มม., มลลเมตรปรอท; COX-2 inhibitors, cyclooxygenase-2 inhibitors; CI, confidence interval; NSAIDs,
                                        ิ
                                          ิ
 ฮอร์โมนดังกล่าวสูงกว่าปกติ ซึ่งแตกต่างจากฮอร์โมนทดแทนซึ่งใช้เพื่อให้  non- steroidal anti- inflammatory drugs;  RCTs, randomized  controlled  trials;  RR, relative  risk; SNRIs,  serotonin and
 ระดับฮอร์โมนอยู่ในช่วงปกติ   norepinephrine reuptake inhibitor; SSRIs, selective serotonin reuptake inhibitors; WMD, weight mean difference
 testosterone   เกิดการคั่งของของเหลวในร่างกาย และกระตุ้นระบบซิมพาเทติกท่าให้
 หลอดเลือดหดตัว        4.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
 VEGF inhibitors: bevacizumab, lapatinib,  หลอดเลือดหดตัวเนื่องจากลดการสร้าง nitric oxide; ลด prostacyclin;   ข้อแนะน่าเพื่อป้องกันการเกิดความดันโลหิตสูงจากยา  มีดังนี้
                                                                  61,64
 sunitinib, sorafenib   กระตุ้น endothelin-1 receptor   o  หลกเลยงการใช้ยา (ตารางท 4.14) ในขนาดสง และในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิต
                                                                ู
                                ี
                             ี
                                                  ่
                                                  ี
                                ่
 MAO inhibitors, monoamine oxidase inhibitors; RAAS, renin-angiotensin-aldosterone system; SNRI, serotonin and
 norepinephrine reuptake inhibitor; TCA, tricyclic antidepressant; VEGF, vascular endothelial growth factor   สูง เช่น
 65
 ที่มา : Claus และคณะ , Foy และคณะ , Masi และคณะ , Lovell และคณะ  และ Grossman และคณะ    -  หลีกเลี่ยงการใช้ยาเม็ดคุมก่าเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนขนาดสูงในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุมากกว่า
 62
 61
 64
 63
                             35 ปี เคยมีประวัติความดันโลหิตสูงเนื่องจากการตั้งครรภ์ โรคอวน หรือมประวัตครอบครว
                                                                                           ี
                                                                                   ้
                                                                                                 ิ
                                                                                                         ั
 ยาที่มีขอมูลหลักฐานเชิงประจักษทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง โดยมี  เป็นความดันโลหิตสูง
 ์
 ้
 ผลเพิ่มระดับความดันโลหิต ได้แก 1) ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม SNRIs; 2) ยาต้านมะเร็ง bevacizumab โดยความ  -  หลีกเลี่ยงการใช้ NSAIDs โดยเลือกใช้ยาแกปวดชนิดอนแทน เช่น paracetamol และหาก
 ่
                                                                           ื
                                                                           ่
                                                                  ้
 เสี่ยงพบทั้งการใช้ยาในขนาดต่่าและขนาดสูง; 3) cyclosporine และ 4) NSAIDs โดยยาที่มีความเสี่ยงสูง คือ   จ่าเป็นต้องใช้ควรใช้ขนาดยาต่่าที่สุด และระยะเวลาสั้นที่สุด
 indomethacin, naproxen และ piroxicam (ตารางที่ 4.15)   o  ในผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง ควรควบคุมความดันโลหิต และติดตาม
                          วัดความดันโลหิตอย่างสม่่าเสมอ (ทุก 2-4 สัปดาห์)
                          -  ควรควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก่อนเริ่มใช้ erythropoietin และติดตาม
                             ความดันโลหตอยางสมาเสมอ เนื่องจากมักพบความดนโลหตสงในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
                                                                                 ิ
                                                                            ั
                                                                                    ู
                                        ิ
                                                 ่
                                                 ่
                                            ่
                             หลังจากเริ่มใช้ยา

 176                                                                                                   177
                                                                                                       177
   193   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203