Page 181 - ebook.msu.ac.th
P. 181

178


                                                                              ี
               แผ่นดินอยู่เหนือสิ่งอื่นใด  ค าสั่งของพระเจ้าแผ่นดินถือเป็นกฎหมายโดยไม่มเงื่อนไข  สอดคล้องกับแนวคิดของ
               จอห์น  ออสติน  ส านักกฎหมายบ้านเมือง (Legal  Positivism)  ซึ่งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช


               (๒๕๕๑ : ๑๓)  สรุปไว้ว่า  กฎหมายเป็นเรื่องของค าสั่งเป็นเรื่องที่ผู้มีอานาจเหนือ  สามารถที่จะบังคับผู้อยู่ใต้
               อ านาจให้ปฏิบัติตามเจตจ านงของผู้มีอ านาจ  รัฐเป็นอ านาจสูงสุดไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น
                       เมื่อพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาในอาณาจักรล้านช้าง  ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเริ่มรับนับถือพุทธศาสนาโดย
               ผสมผสานกับความเชื่อดั้งเดิม  เทวดา  ผี  พุทธ  จึงผสมกลมกลืนเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในอาณาจักรล้านช้างได้

               อย่างแนบแน่นมาโดยตลอด  พุทธศาสนามีความ เจริญรุ่งเรืองมาตามล าดับ
                       ในปี ค.ศ. ๑๕๒๐  พระเจ้าโพธิสารราชมีพระราชอาชญาประกาศให้ไพร่พลเมืองเลิกนับถือผีฟ้าผีแถน
                      ี
               อันเคยมมาแต่โบราณนั้นเสียหมด บรรดาหอโรงกวานศาลอันเป็นที่ขึ้นฟ้าขึ้นแถนของพระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนนั้น
               พระองค์ก็ให้รื้อถอนออก  แล้วทรงสร้างพระอารามขึ้นแทนหอผีนั้น  (สิลา  วระวงส์. ๒๐๐๑ : ๖๓)  ในสมัยนี้
                                                                               ี
                                                                 ิ
               พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องมาจากสมัยของพระเจ้าวชุลราช  มีการเรียบเรียงคัมภีร์พุทธศาสนาและ
               วรรณกรรมที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามากมาย  มนักปราชญ์ราชบัณฑิตจ านวนมากเรียบเรียงและแต่ง
                                                               ี
               วรรณกรรมขึ้นอย่างหลากหลาย  โดยเฉพาะวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา  นิทานชาดกบางเรื่องถูก

               น ามาดัดแปลงผสมผสานกับนิทานพื้นบ้านให้กลายเป็นเรื่องราวที่ศักดิ์สิทธิ์  เพื่อใช้อธิบายปรากฏการณ์  และ
               เหตุการณ์ต่างๆ  ให้เป็นรูปธรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์  รวมทั้งยังใช้เป็นเครองมืออธิบายการอ้างสิทธิ์อันชอบธรรม
                                                                          ื่
               เพิ่มความส าคัญให้กับผู้ปกครองบ้านเมืองในค าสั่ง  ระเบียบข้อบังคับ  และกฎหมายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
                                                                                                        ั
                                                                                                     ุ
                       คัมภีร์สร้อยสายคาเป็นกฎหมายโบราณลาวที่เรียบเรียงขึ้นในสมัยของพระเจ้าโพธิสารราชซึ่งเป็นยคสมย

               ที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก  พระองค์ทรงโปรดให้ประชาชนเลิกนับถือผีให้หันมานับถือพทธศาสนาเพียง
                                                                                             ุ
               อย่างเดียว  คัมภีร์สร้อยสายค าจึงเป็นเสมือนกฎเกณฑ์ทางพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นมาเพื่อล้มล้างความเชื่อเรื่องผี
               อันเป็นความเชื่อดั้งเดิมของสังคมลาว  กฎหมายโบราณลาวฉบับนี้จึงสะท้อนภาพสังคมลาวอาณาจักรล้านช้างอัน
                                                                                           ิ
               เป็นสังคมชาวพุทธ  นับถือหลักธรรมค าสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวปฏิบัติในการด าเนินชีวตและการก าหนด
               ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและกลุ่มบุคคล  เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขบนฐานความเชื่อในหลักธรรมทาง
               พุทธศาสนา
                       ด้วยเหตุที่ศาสนาเป็นระบบความเชื่อและประสบการณ์ของมนุษย์  เกี่ยวกับพลังบางอยางที่มีคุณสมบัติ
                                                                                             ่
               “ศักดิ์สิทธิ์”  (The  Sacred)  ซึ่งอาจหมายถึงพระเป็นเจ้าสูงสุด  หรือในบางศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า (อเทวนิยม)
               ความศักดิ์สิทธิ์หมายถึงพลังที่มีคุณสมบัติเหนือโลก  เหนือธรรมดา  หรือเป็นความจริงที่ซ้อนซ่อนอยู่เบื้องหลัง
               ปรากฏการณ์ทั่วๆ ไป เป็นพลังที่เป็นความจริงบนรากฐานส าคัญที่สุดของสรรพสิ่งในจักรวาล  (อภิญญา  เฟื่องฟู
                                                                                            ่
               สกุล. ๒๕๔๘ : ๗๙)  คัมภีร์สร้อยสายค าจึงชี้ให้เห็นความส าคัญของหลักธรรมทางพุทธศาสนาวาเป็นสิ่งที่ส าคัญ
               กว่าความเชื่อใดๆ รวมทั้งค าสั่งสอนของบรรพบุรุษ  ผีฟ้าผีแถน (เทวนิยม)ทั้งหลายทั้งปวง
                       ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและพระมหากษัตริย์  เป็นเรื่องของความสัมพนธ์ระหว่างผู้ใช้อ านาจในการ
                                                                                  ั
               ปกครองและการยอมรับของบุคคลที่อยู่ใต้อ านาจ  ศาสนาจะสร้างอ านาจอันชอบธรรมให้แก่ผู้ปกครองหรือ
               พระมหากษัตริย์  แต่ก็หาได้เป็นไปในเรื่องให้ความส าคัญแก่ผู้มีอ านาจแต่ฝ่ายเดียวไม่  หากยังมีการก าหนด
               กฎเกณฑ์และระเบียบแบบแผนในด้านคุณธรรมทางด้านศาสนาที่ก าหนดให้ผู้จะเป็นผู้ปกครองหรือ
               พระมหากษัตริย์ต้องประพฤติและปฏิบัติ (จักวรรดิวัตร) สิ่งเหล่านี้มักสื่อสารกันได้ระหว่างชนชั้นปกครองและผู้อยู่
               ภายใต้การปกครอง  เช่น  ก าหนดวาพระมหากษัตริยต้องทรงศีลทรงธรรม  โดยเฉพาะทรงทศพิธราชธรรม  เจ้า
                                            ่
                                                          ์
               เมืองหรือเสนาอ ามาตย์ก็ต้องเป็นผู้ที่มีศลธรรม (ฮีตท้าว คองพระยา)  ถ้าผู้ปกครองไม่ประพฤติตามหลักธรรมค า
                                               ี
               สอนทางพุทธศาสนา  ก็มักจะถูกผู้อยู่ภายใต้การปกครอง  หรือชาวบ้านชาวเมืองขับไล่ซึ่งมักจะก่อให้เกิดความ
                 ุ่
               วนวายและเกิดการอ้างสิทธิในการเป็นผู้ปกครองแย่งชิงอ านาจการปกครอง  เช่น  การแย่งชิงราชสมบัติในบาง
               ยุคสมัยเป็นต้น ศาสนาจึงเป็นหลักส าคัญในการก าหนดแนวปฏิบัติของบุคคลตั้งแต่ชนชั้นปกครองไปจนถึงสามัญ
               ชนโดยทั่วไป  ดังค ากล่าวของ  ยศ  สันตสมบัติ (๒๕๔๔ : ๒๓๖)  สรุปได้ว่า
   176   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186