Page 184 - ebook.msu.ac.th
P. 184

181


               บรรทัดฐานของสังคมในการก าหนดระเบียบข้อบังคับที่จะท าให้สังคมด ารงอยู่ได้  กฎหมายจึงไม่ใช่สิ่งที่สถิตแต่มี
               การปรับเปลี่ยนอยู่เสมอตามบริบทของสังคมและผู้มีอ านาจในการปกครอง  ดังค ากล่าวของ  John  Austin  นัก
                                                                                       ่
               กฎหมายชาวอังกฤษ  ที่นักกฎหมายโดยทั่วไปให้ความสนใจซึ่งกล่าวสรุปทฤษฎีกฎหมายวามีลักษณะพิเศษดังนี้

                       “...  ทฤษฎีกฎหมาย  (Theory  of  Law)  กฎหมายคือค าสั่งของรัฐาธิปัตย์  เมื่อกฎหมายเป็น

                  ค าสั่งจึงต้องถือว่าเป็นเรื่องของเจตจ านงของคน  กฎหมายจึงกลายเป็นเรื่องของอ านาจที่จะเลือกใช้

                  เพราะย่อมเปลี่ยนแปลงได้ตามอ าเภอใจของผู้มีอ านาจสั่ง  ...”  (ปรีดี  เกษมทรัพย์.  ๒๕๔๖ : ๖๖)

                       กฎหมายโบราณลาวมีลักษณะเฉพาะ  เช่น  ภาษาในบทลงโทษ  หรือขันโทษ  ที่พิจารณาจากความผิด
               สถานภาพ  และบรรดาศักดิ์  ยศต าแหน่งของผู้กระท าผิด    ภาษาเรียกหมวดหมู่กฎหมาย  เรียกเป็นห้องตาม
               หลักเบญจศีล  ภาษาเรียกโทษผิดศีลตามหลักศีลห้า  นอกจากนี้ยังมีลักษณะการใช้ค าซ้อน  และค าประสมที่มี
               ความหมายเชิงอุปมาอุปไมย  ซึ่งมีปรากฏมากในกฎหมายโบราณลาว  นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกค าภาษา
               บาลี-สันสกฤตในกฎหมายโบราณลาว  ปรากฏในกฎหมายเกือบทุกฉบับ  เริ่มจากคัมภีร์สร้อยสายค าเป็นต้นมา
               นับเป็นลักษณะเฉพาะของภาษากฎหมายโบราณลาวที่มีพัฒนาการมาตามล าดับ

                       การเรียนรู้เพื่อท าความเข้าใจภาษากฎหมายโบราณลาว  ซึ่งเป็นองค์ประกอบส าคัญประการหนึ่งในการ
               สื่อความหมายกฎระเบียบของสังคมลาวในอาณาจักรล้านช้าง  ท าให้เกิดความรู้  ความเข้าใจภาษา  วรรณกรรม
               ประวติศาสตร์  การเมืองการปกครอง  สังคม  เศรษฐกิจ  ฯลฯ  อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่
                    ั
               เกี่ยวข้องกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ภาษากฎหมาย  สังคม  ฯลฯ  ในมุมมองที่หลากหลายได้

               เป็นอย่างดี  ดังค ากล่าวของ  เปลื้อง  ณ นคร  (๒๕๔๐ : ๓๖)  ว่า

                       “...  ภาษาเป็นการสื่อความหมาย  มีสองฝ่ายคือ  ผู้ส่งสารอาจเป็นผู้พูดหรือผู้เขียนก็ได้เป็นผู้ส่ง
               ความหมาย  โดยใช้เสียงหรือตัวหนังสือ  มีรู้รับสารคือผู้ฟังหรือผู้อ่าน  โดยใช้หูฟังหรือใช้นัยน์ตาอ่าน  ดังนั้นการ

               รับรู้ถ้อยค าและความหมายจึงเป็นเรื่องส าคัญ  ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่รู้ความหมายของค า  หรือรู้แต่รู้คลาดเคลื่อน
               การสื่อสารก็ไม่เป็นผล  อาจเกิดความสับสน  เข้าใจไปคนละทางได้  นอกจากนี้ความหมายและการสื่อความหมาย
                               ิ
               ยังเกี่ยวข้องกับจิตวทยาคือ  จิตใจของผู้ส่งสารและผู้รับสารอีกด้วย  ซึ่งเป็นทั้งปัจเจกชนและมวลชน  จึงควรจะ
               เข้าใจด้วยว่าการสื่อสารและการรับสารนั้นมีมาตั้งแต่ครั้งสมัยโบราณ  เมื่อเริ่มมีมนุษย์ก็มีการสื่อสารการรับสารกัน
               แล้ว  ...”


                       การเข้าใจภาษากฎหมายโบราณลาว  จึงเป็นสิ่งส าคัญประการหนึ่งที่ท าให้เกิดความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ
               ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  และอาจเป็นกลไกส าคัญที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี
                    ่
               ระหวางประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้เป็นอย่างดี  รวมทั้งผลประโยชน์อื่นๆ ที่พึงมี
               อันเกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้

               ข้อเสนอแนะ
                       จากการวิจัยในครั้งนี้มีข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไปดังนี้

                       ๑.  ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการใช้ภาษากฎหมายโบราณลาวกับกฎหมายตราสามดวงของไทยและ
               กฎหมายมังรายศาสตร์ซึ่งเป็นกฎหมายล้านนาที่มีพัฒนาการมาใกล้เคียงกัน  เพื่อเกิดการเรียนรู้การใช้ภาษา

               กฎหมายสมัยโบราณในสังคมที่มีความคล้ายคลึงกันว่ามีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188   189