Page 183 - ebook.msu.ac.th
P. 183
180
เห็นสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป อาณาจักรล้านช้างเริ่มติดต่อกับคนภายนอกอาณาจักรมากขึ้นมีการใช้เรือเป็น
้
พาหนะ การจัดการจราจรทางน้ า เป็นกฎหมายที่แสดงภาพการคมนาคมทางน้ าและการคาขายโดยทางเรืออย่าง
ชัดเจน สังคมมีความหลากหลาย การก าหนดแนวปฏิบัติในกฎหมายมีการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิม หลักค า
สอนทางศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ รวมกันเข้าไวในการจัดระเบียบปฏิบัติของบุคคล กฎหมายในยุคสมัยนี้
้
จึงมีลักษณะผสมผสาน แต่ก็ยังยึดแนวทางพุทธศาสนาเป็นหลักส าคัญ
จากความเชื่อดั้งเดิมผสมผสานกับหลักธรรมทางศาสนาพุทธและพราหมณ์ น าไปเป็นพื้นฐานแนวทาง
ในการก าหนดแนวปฏิบัติ ก าหนดกฎเกณฑ์ระเบียบของสังคม น ามาเรียบเรียงเป็นกฎหมายบ้านเมือง กฎหมาย
โบราณลาวจึงมีลักษณะการใช้ภาษาที่ผสมผสานกันระหว่าง ภาษาบาลี-สันสกฤตกับภาษาลาว ในรูปแบบต่างๆ
่
กัน แสดงถึงความเกี่ยวข้องกันระหวางการเมืองการปกครอง และศาสนา ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนไปตามบริบท
แวดล้อม
การผสมผสานและการปรับเปลี่ยนดังกล่าวสอดคล้องกับทัศนะของ อภิญญา เฟื่องฟูสกุล (๒๕๔๘ :
ั
ั
๘๕) กล่าวถึงการผสมผสานทางวฒนธรรมที่ปรากฏในประวติศาสนาทุกศาสนาสรุปได้วา กระบวนการ
่
เปลี่ยนแปลงทางศาสนา ยังมีมโนทัศน์ส าคัญอีกคู่หนึ่งที่ใช้อธิบาย วัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อศาสนาถูก
เผยแผ่ออกไปนอกปริมณฑลทางวฒนธรรมเดิมของตนเอง ก็มักเกิดการ ผสมผสานกับวฒนธรรมดั้งเดิมของ
ั
ั
ั
ท้องถิ่นขึ้น Syncretism หมายถึง การผสมผสานทางวฒนธรรมที่สามารถพบได้ในประวติของทุกศาสนา เช่น
ั
เมื่อศาสนาพุทธแพร่กระจายเข้ามาในแถบอุษาคเนย์ ก็ผสมผสานกับความเชื่อผีแบบดั้งเดิมในท้องถิ่นนั้น และ
ต่อมาการผสมผสานกับลัทธิพราหมณ์ท าให้เกิดคติเทวราชาขึ้นในอาณาจักรแถบนี้ การผสมผสานทางวัฒนธรรม
นี้ พบได้ในหลายมิติ เช่น การผสมในเนื้อหาสาระ หรือหลักค าสอนทางศาสนา การผสมผสานในสัญลักษณ์ที่
เป็นรูปเคารพ หรือในพิธีกรรม เป็นต้น
่
การใช้ภาษาในกฎหมายโบราณลาว ตามแนวคิดของการร่างกฎหมายสากล จะเห็นวากฎหมายโบราณลาวมี
ลักษณะการใช้ภาษาง่าย สั้นกะทัดรัด ใช้ศัพท์ที่มีความหมายตรง เป็นระเบียบเดียวกัน มความสุภาพนุ่มนวล
ี
น่าอ่านน่าฟัง มีพลังในการโน้มน้าวใจคนให้ปฏิบัติตามได้ แต่การใช้ภาษาบางประการก็มีลักษณะที่ไม่สมควรใน
แง่ของการใช้ภาษาในการร่างกฎหมายตามแนวคิดกฎหมายสากลคือ การยกตัวอย่างนิทาน เรื่องเล่าต่างๆ มา
เปรียบเทียบหรือเป็นตัวอย่างในการพิจารณาคดี ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องจริงเป็นเพียงเรื่องเล่าเรื่องสมมุติ
ขึ้นเท่านั้น จึงขาดน้ าหนักในการเชื่อถือ อย่างไรก็ตามเรื่องบางเรื่องที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้นก็น ามาจากชาดกซึ่ง
เป็นเรื่องราวที่น ามาประกอบการเทศนาธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งผู้คนให้ความเชื่อถือศรัทธาเรื่องเล่าเหล่านี้จึง
สามารถโน้มน้าวใจ หรือน าไปเป็นตัวอย่างในการก าหนดแนวปฏิบัติของผู้คนที่มีความเชื่อถือหลักธรรมในพุทธ
ศาสนาในยุคนั้นได้ ประกอบกับผู้มีอ านาจในการปกครองก าหนดแนวปฏิบัติโดยยึดหลักธรรมเป็นแนวคิดส าคัญ
ในการร่างกฎหมาย การร่างกฎหมายโบราณลาวจึงเป็นกฎหมายที่ผู้มีอ านาจเลือกใช้ให้เหมาะสมในยุคสมัยของ
อาณาจักรล้านช้าง
นอกจากนี้กฎหมายโบราณลาวยังมีลักษณะการอภิปรายในบางตอน เป็นลักษณะที่ปรากฏไม่มากนัก
่
หลักในการร่างกฎหมายของมองเตสกิเออกล่าวไวในข้อหนึ่งวา “... กฎหมายนั้นไม่สมควรจะบัญญัติในเชิง
้
อภิปราย การให้เหตุผลรายละเอียดแห่งการบัญญัติกฎหมายนั้นๆ เป็นเรื่องเสี่ยงภัยโดยแท้เพราะการให้เหตุผล
ดังกล่าวย่อมเปิดช่องให้เกิดการโต้แย้งขึ้นได้ ...” (ธานินทร์ กรัยวิเชียร. ๒๕๕๐ : ๓๖)
การอภิปรายดังกล่าวในกฎหมายโบราณลาว เป็นการอภิปรายให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องบุญในหลักธรรม
ทางศาสนาพุทธ ซึ่งผู้ปกครองน ามาอ้างเป็นบรรทัดฐานในการก าหนดข้อบังคับ กฎระเบียบต่างๆ เมื่อผสมผสาน
กับอ านาจของผู้ปกครองคือ พระมหากษัตริย์ในกฎหมายพระธรรมศาสตร์ที่เผยแผ่เข้ามาในอาณาจักรล้านช้าง
พร้อมๆ กับพุทธศาสนา ท าให้การก าหนดข้อบังคับในกฎหมายในยุคสมัยนั้นต้องเลือกก าหนดจากหลักธรรมทาง
พุทธศาสนาผนวกกับค าสั่งของพระมหากษัตริย์ ที่มีการปรับเปลี่ยนแตกต่างจากกฎหมายฉบับอื่นๆ ท าให้ทราบ
่
วากฎหมายโบราณลาวมีการปรับเปลี่ยนไปตามผู้ปกครองในแต่ละยุคสมัย มีการเปลี่ยนแปลงแนวคิด และ

