Page 182 - ebook.msu.ac.th
P. 182

179



                       “...ศาสนาหรือความเชื่อในอ านาจศักดิ์สิทธิ์  มีส่วนสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับระบบการเมืองในสังคม
               วัฒนธรรมทุกแห่งทั่วโลก  สัญลักษณ์  พิธีกรรม  และตัวแทนแห่งความศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ในระบบการเมืองทุกระบบ
               ความเกี่ยวพันเชื่อมโยงระหว่างระบบความเชื่อกับการเมืองจึงเป็นปรากฏการณ์สากลที่เกิดขึ้นทุกหนแห่ง  อ านาจ
                                ั
               ของผู้น าในสังคมวฒนธรรมต่างๆ มักมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับสถานภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของบุคคลเหล่านี้
               ความชอบธรรมของอ านาจก็มักวางอยู่บนพื้นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  นั่นคือการอ้างสิทธิธรรมโดยนัยแห่ง
               ความสัมพันธ์ระหวางบุคคล  ซึ่งเป็นผู้น ากับอ านาจศักดิ์สิทธิ์  เช่น  การเป็นผู้น าที่เทพเจ้าเลือกสรรส่งมา  หรือ
                               ่
               การเป็นสมมุติเทพ  เป็นต้น  สิทธิธรรมแห่งอ านาจซึ่งวางอยู่บนพื้นฐานของความศักดิ์สิทธิ์จะได้รับการยอมรับ
               ตราบใดที่ความศักดิ์สิทธิ์  และประสิทธิผลอันเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ยังปรากฏให้เห็นเด่นชัดและเข้มแข็ง  อ านาจ
               และความศักดิ์สิทธิ์  จึงเป็นรูปแบบหรือมาตรการส าคัญประการหนึ่งในการจัดระเบียบทางการเมือง...”

                                                 ิ
                       สอดคล้องกับความเห็นของ  พพฒน์  พสุธารชาติ  (๒๕๔๕ : ๑๗๙-๑๘๐)  ที่แสดงทัศนะเกี่ยวกับ
                                                  ั
               กฎหมายและศาสนาไว้ว่า

                       “...กฎหมายเป็นกฎกติกาของสังคมประเภทหนึ่งที่มนุษย์ก าหนดขึ้น  เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการอยู่
               ร่วมกัน  มนุษย์อาจมีกติกาทางสังคมประเภทต่างๆ เช่น  ข้อปฏิบัติทางศาสนา  จารีตประเพณี  วัฒนธรรม  และ

               ระบบความเชื่อของผู้คนในสังคมนั้นๆ  ข้อปฏิบัติหรือค าสอนในศาสนาทุกศาสนาเกี่ยวข้องกับหลักการด าเนิน
                                                  ้
                  ิ
               ชีวต  ศาสนาสอนให้มนุษย์เป็นคนดี  ละเวนการกระท าชั่ว  ไม่เห็นแก่ตัว  รักและเมตตาผู้อื่น  เป็นต้น  ค าสอน
               ทางศาสนามีส่วนคล้ายกันกับกฎหมาย  จึงน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  จากประวติศาสตร์การพัฒนาของ
                                                                                      ั
                             ่
               กฎหมายจะพบวาศีลธรรมทางศาสนาคือแหล่งที่มาของเนื้อหากฎหมายในสมัยโบราณ  เช่น  กฎหมายโบราณ
                                                                          ิ
               ของประเทศอินเดีย  กฎหมายธรรมศาสตร์เขียนขึ้นมาจากพื้นฐานความคด  ความเชื่อของศาสนาฮินดู  กฎหมาย
               ตราสามดวงของประเทศไทยก็ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ  ความเกี่ยวข้องระหว่างค า
               สอนทางศาสนากับกฎหมายจึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้...”


                                                                                       ่
                       จากการศึกษาเนื้อหาในกฎหมายโบราณลาว  แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหวางกฎหมายและศาสนา
                     ่
               เป็นอยางดี  ความเชื่อและศาสนาในสังคมลาวท าหน้าที่ผนึกส่วนต่างๆ ของสังคมให้เข้าเป็นเอกภาพ  ผสานส่วน
               ต่างๆ ของสังคมเข้าเป็นอันหนึ่ง  อันเดียวกัน  โดยให้ค าอธิบายต่อการจัดระบบความสัมพันธ์ของบุคคลและกลุ่ม
               บุคคลในสังคม  ด้วยความเชื่อเรื่องเทวดา  ผีฟ้าผีแถน ผีบรรพบุรุษ  ความเชื่อในหลักธรรมค าสั่งสอนของ

               พระพุทธเจ้า ความเชื่อดังกล่าวให้การส่งเสริมและสนับสนุนอย่างมีพลังแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็น
               ผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรล้านช้าง  ให้ความชอบธรรมด้วยคติความเชื่อแบบเทวราชา  พระองค์ทรงเป็น
               พระมหากษัตริย์ผู้สืบเชื้อสายมาจากแถนหรือเทวดา  เป็นพระราชโอรสของแถน  และเป็นธรรมราชา  เป็นองค์
                             ์
               พระมหากษัตริย   ผู้สูงส่งด้วยการสะสมบุญบารมี  ทรงทศพิธราชธรรม  ทรงปฏิบัติธรรมมิได้ขาด  และที่ส าคัญ
               พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์พุทธศาสนา
                       ในสมัยของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราช  (ค.ศ. ๑๖๓๗-๑๖๙๔)  อาณาจักรล้านช้างมีความ
               เจริญรุ่งเรืองมาก  มีการรวบรวมประมวลกฎหมายเก่า  และตรากฎหมายขึ้นใช้เพื่อก าหนดแนวปฏิบัติควบคุม

               สังคมหลายฉบับคือ  คัมภีร์มูลตันไต  คัมภีร์สุวรรณมุกขา  คัมภีร์ราชศาสตร์  คัมภีร์พระธรรมศาสตร์หลวง
               คัมภีร์โพสะราชและคัมภีร์สังคหปกรณ์  คัมภีร์อาณาจักรและธรรมจักรแห่งธรรมศาสตร์  เนื้อหากฎหมายส่วน
               ใหญ่จะยึดหลักของพุทธศาสนาเป็นแนวปฏิบัติ  กฎหมายที่ส าคัญในสมัยนี้คือ  คัมภีร์พระธรรมศาสตร์หลวง
               สันนิษฐานวาคงได้เค้ามาจากคัมภีร์ธรรมศาสตร์ของอินเดีย  และได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา  ผู้ปกครอง
                         ่
                                                                                        ี
               ของลาวในอาณาจักรล้านช้างน ามาดัดแปลงแก้ไขให้เหมาะสมกับสังคมลาวในสมัยนั้น  มการระบุถึงปีศักราชไว ้
                           ่
               อย่างชัดเจนวาเรียบเรียงขึ้น  ในรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช  นอกจากนี้คัมภีร์สุวรรณมุกขา
               กฎหมายโบราณลาวที่มีลักษณะเป็นประมวลกฎหมายลาว          (The  code  of  Lao  customary  law)  ที่แสดงให้
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187