Page 133 - ebook.msu.ac.th
P. 133
๑๒๒
ฝูงหมู่สัตว์ซอกได้ คาบเหยื่อบินมา
มันก็วางอาหาร เล่าฟังเสียงฮ้อง
แม่นว่า มิคราชเนื้อ โคจรย้ายย่าง ก็ดี
พอเล่าถกหว่างไว้ ตีนกะด้างบ่ลง
แม่นว่า สักกูณาผ้าย เวหาแอะแอ่น ก็ดี
พอยเล่าแปงปีกป้าน ลมไว้อยู่ฟัง หั้นแล้ว
ก็เทื่อเสียงม่วนแม้ง คือดั่งเสียงพรหม
บ่ห่อนมีเสียงใด เปียบเทียมทันได้
เมื่อนั้น บาศรีแก้ว กุมารฟังถี่
ดูแม่นแม้ง ใจเจ้าจิ่งหัว
เป็นที่อัศจรรย์แท้ ในไพรหิมเวส เฮานี้
ตั้งหากมีเที่ยงแท้ ค้าต้านแต่ปฐม แท้นอ
นับแต่มาจากบ้าน เห็นต่างภาษา มากแล้ว
นานามี ต่างเสียงสงวนหลิ้น
เจ้าก็กอยแฮงเข้า หิมวันต์ยินม่วน จิงแล้ว
เทื่อว่า สัพพะสัตว์สิ่งด้าว มีพร้อมซู่อัน หั้นแล้ว
๏ผ่อเห็น ทุกที่หว้าย ปีป่งตามลม พุ้นเยอ
ฝูงหมู่สาลีเลียน หล่นเหลืองเต็มต้น
เมื่อนั้น บาศรีแก้ว กุมารซมซื่น
ก็เพื่อเห็นด่านด้าว งามเพี้ยงเกิ่งสวรรค์ หั้นแล้ว
มีทั้งดอกเกดแก้ว ก้านก่องเต็มใบ พุ้นเยอ
กาสะทึงทอง เทศสาสมเสี้ยว
หลิงเห็นภูผาขั้น เขียวนิลนองไขว่
เดียระดาษล้อม มีไม้มืดมัว
ฟังยินซว่าๆน้้า ไหลผ่าภูผา พุ้นเยอ
ตีฟองฟัด ฟาดลงเต็งก้อน
หลิงเห็นฮังจานเสี้ยว สมใบบานแบ่ง
พวงพี่แก้ว บานล้อมแบ่งใบ
เจ้าก็ลัดเล่งเท้า เถิงดอกนารี พุ้นเยอ
บาคานเลย ล่้าแยงงามแย้ม
ฝูงหมู่นารีสร้อย สาขางามยิ่ง
อินทร์ได้ปุนปูกไว้ ปางนั้นชั่วลาง

