Page 134 - ebook.msu.ac.th
P. 134
๑๒๓
เจ้าก็หลิงล่้าเยี้ยม เห็นดอกนารี
โสมงามคือ ดั่งนางนครฟ้า
อันนี้ อินทร์ก็ปูนปูกไว้ รัสสีสมเสพ
มีเกศเกล้า ผมล้วนดั่งคน แท้นอ
๏เมื่อนั้น บาบ่าวท้าว กุมอ่าวเถิงนาง
พอยเล่าซมดวงงาม ดอกนารีแก้ว
พอให้หายค้าฮ้อน ในทวงเสียสว่าง
พระบาทเจ้า ซมแล้วเล่าไป หั้นแล้ว
ท้าวก็คึดอ่าวกุ้ม เถิงดอกนารี
คอนๆคึด บ่ลืมหลายมื้อ
แต่นั้น เจ้าก็ลิวลัดเท้า เถิงเขตสมุทหลวง พุ้นเยอ
ฝูงหมู่ผาลายวัง แวดฟองเวียนไว้
พอเห็นรุกขาไม้ ต้นใหญ่ชมภู พุ้นเยอ
วัณแดงงาม ดั่งค้าเลียงแล้ว
ล้าสูงเพี้ยง พอประมาณได้โยชน์
ไม้นั้น เป็นหน่วยทวีปก้้า เมืองใต้แห่งเฮา แท้ดาย
แต่นั้น ท้าวลัดล่วงเข้า ดงใหญ่หิมวันต์
บาคานเลย บ่วางน้าส้น
หลิงเห็นสิมพลีไม้ อัมพรเลียนกิ่ง
มีมากล้น เหลืองเข้มเฮื่องาม
มีทั้งหมากอี่เลี้ยน กินอ่อนหอมดี
ในไพรหลวง หล่นเหลืองเต็มต้น
มีทั้งกัณณิกาแก้ว เหลือหลายดูอาจ
ดอกเกดแก้ว พอล้านเฮื่องาม
ดูสะอาดได้ ดงใหญ่หิมพานต์
อันว่า ควรเฮืองมา แต่ปฐมเขาอ้าง
อุมคุมไม้ ล้าสูงใบฮ่ม
เมื่อนั้น ภูวนาถเจ้า จอมสร้อยล่วงไป
๏แต่นั้น หื่นๆช้าง ฮ้องล่วงระงมฝน พุ้นเยอ
ออนซอนเสียง อุ่นไพรดงกว้าง
แต่นั้น เจ้าก็หลิงเห็นน้้า อะโนมาสาใหญ่
พระบาทเจ้า จอมสร้อยซื่นซม

