Page 30 - ebook.msu.ac.th
P. 30
๑๙
ท้าวเซียงกู๋ได้เอานามคุหลู มาตั้งชื่อหมู่บ้านเรียกว่า
“บ้านคุหลู” นานไปเสียงกร่อนเป็น“ขุหลุ” จึง
เรียกว่า บ้านขุหลุและหนองขุหลุ ตราบเท่าทุกวันนี้”
(พระครูศิริธรรมากร เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัย เรียบเรียง ๑ มกราคม ๒๕๔๔)
บ้านคอนสาย หนองขุหลุและครุ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหนอง
หอพระไตรปิฎก ตั้งอยู่กลางหนองขุหลุ อ าเภอตระการพืชผล
(วีณา วีสเพ็ญ. บันทึกภาพ, ๒๕๖๒)
ส่วนอีกอ าเภอหนึ่งคือ อ ำเภอกุดข้ำวปุ้น เป็นอ าเภอที่ตั้งอยู่ระหว่างอ าเภอเขมราฐกับอ าเภอ-
ตระการพืชผลและเป็นที่มีทั้งความเชื่อ สถานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องท้าวคัชชนามทั้งชื่อบ้าน ชื่อวัดโดยภายใน
บริเวณวัด จะเต็มไปด้วยป้ายแสดงสถานที่ธรรมชาติซึ่งน าไปผูกโยงกับเหตุการณ์ในเรื่องท้าวคัชชนามนั่นคือ
บ้ำนขุมค ำ ต าบลแก่งเค็ง อยู่ห่างจากอ าเภอตระการพืชผลประมาณ ๑๕ กิโลเมตร บริเวณที่ปรากฏความเชื่อ
ดังกล่าวอยู่ในวัดขุมค ำ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานหินและมีป่าไม้เบญพรรณโดยรอบ
วัดขุมค ำนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคือ “พระเจ้ำใหญ่ขุมค ำ” หรือ “พระพุทธ-
มหิทธำดล” ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๑ เมตร สูงจากหน้าตักถึงเกตุ ๑๒ เมตร พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่
บริเวณเนินหินขุมค าอันกว้างใหญ่ มีล าน้ าธรรมชาติไหลผ่านตลอดฤดูกาล เบื้องหลังของการก าเนิดของ
พระขุมค ำและเรียกบ้ำนขุมค ำ ซึ่งหมายถึง บ่อทองนี้ สืบเนื่องจากนิทานเรื่องท้าวคัชชนาม ตอนที่มารดา
ของคัชชนาม หาเลี้ยงชีพโดยไปขุดมันในป่าลึก แต่ไปพบยักษิณีหม้ายตนหนึ่ง จับมารดาท้าวคัชชนามไว้
ท้าวคัชชนามขอร้องไว้ให้ปล่อยมารดา แต่ยักษ์ไม่ยอม คัชชนามจึงสู้กับยักษ์และยักษ์สู้ไม่ได้ จึงคุกเข่าวอนขอ
ชีวิตและบอกขุมค าให้ เพื่อไม่ให้อดอยาก เมื่อไปถึงขุมค าก็พบเสือโคร่งและงูขนาดใหญ่กระโดดไปคนละทาง
สองแม่ลูกจึงเอาทองค าใส่คุ (ครุ) หาบกลับไป แต่ได้เขียนชื่อ ท้างคัชชนาม ว่า “ท้ำวคัฒนำม”

