Page 32 - ebook.msu.ac.th
P. 32

๒๑

               เมืองหล่มตามความเชื่อของชาวเพชรบูรณ์ “เมืองหล่ม” หรือ อ ำเภอหล่มเก่ำและอ ำเภอหล่มสัก ตั้งอยู่ในเขต
               จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นบริเวณที่ราบลุ่มที่มีเทือกเขาล้อมขนาบทั้งสามด้าน ทั้งด้านทิศเหนือ ด้านทิศตะวันออก

               และทิศตะวันตก เป็นพื้นที่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ชื่อเมืองหล่มแต่เดิมนั้น เรียกว่า
               “เมืองลุ่ม”  เพราะที่ตั้งของอ าเภอหล่มสักและหล่มเก่า ตั้งอยู่ระหว่างภูเขามีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ชื่อของ
               เมืองลุ่ม ได้ถูกน าไปผูกโยงเกี่ยวข้องกับเรื่องท้าวคัชชนาม เช่นเดียวกัน ดังมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องโดยสังเขปดังนี้

                                      “ท้าวคัชเนกแลท้าวคัชจันทร์ซึ่งเป็นบุตรของท้าวคัชนามเป็นผู้มี
                                      อิทธิฤทธิ์มาก   ทั้งสองวิวาทกันท าศึกจนสะเทือนไปทั้งโลกและ
                                      จักรวาล เดือดร้อนไปถึงหมู่เทพเทวาทั้งหลาย จึงไปเฝ้าพญาแถน
                                      ให้มาห้ามทัพพญาแถนเล็งเห็นว่าท้าว  คัชเนกนั้นสิ้นบุญมีชะตา
                                      ขาดแล้ว จึงได้บันดาลลมมีดแถ(มีดโกน) ไปยังกองทัพของทั้งสอง
                                      พี่น้องและลมมีดแถนั้นก็ฟันถูกท้าวคัชเนกสิ้นชีวิตตกลงบน
                                      แผ่นดินร่าท้าวคัชเนกกลายเป็นภูเขาชื่อว่า  “ภูจอมสี”  เป็นภูเขา
                                      อยู่กลางเมืองหลวงพระบาง   ศีรษะตกลงดินกลายเป็พญานาค
                                      เลือดตกลงมาเป็นก้อนสีแดงเรียกว่า“ภูครั่ง”ร่างอีกส่วนหนึ่งตก
                                      ลงมากระทบแผ่นดินเป็นหลุมใหญ่ในหุบเขาภายหลักลายเป็น
                                      เมืองเรียกว่า“เมืองลุ่ม”  ซึ่งก็ได้แก่เมืองหล่มเก่าและเมืองหล่ม
                                      สักในปัจจุบัน”


               เรื่องเล่าดังกล่าวถึงแม้จะเป็นเพียงต านาน แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นการแพร่กระจายของ วรรณกรรมและความ
               ผูกพันของเรื่องคัชชนามที่มีต่อความคิดของผู้คนที่เคยร่วมเชื้อชาติ ร่วมประวัติศาสตร์เดียวกัน  แม้ว่าปัจจุบัน
               จะเป็นคนละประเทศก็ตาม นั่นคือ ภูจอมสี เป็นภูเขาขนาดเล็ก ตั้งอยู่ใกล้บริเวณพระราชวังเจ้าชีวิต
               เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นภูเขาที่ส าคัญ ทุกคนที่ไปเยือนหลวงพระบางต้องขึ้นไปไหว้
               พระธาตุภูจอมสีและชมทัศนียภาพเมืองหลวงพระบางในมุมสูง

                              จังหวัดน่ำน เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ ที่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องคัชชนามอย่างใกล้ชิด
               น่านเรียกชื่อว่า คันธนำม และถือว่า เป็นชำดกที่ส าคัญเรื่องหนึ่ง ภายในอุโบสถวัดภูมินทร์จะมีภาพจิตรกรรม
               ประกอบค าบรรยายภาพด้วยตัวอักษรยวนหรือตัวอักษรธรรมเหนือ เล่าเรื่องคันธนามอย่างละเอียด

               การเรียกชื่อตัวละครเอก อาจแตกต่างจากภาคอีสานอยู่บ้าง เนื่องจากการสะกดและการเปล่งเสียงที่แตกต่าง
               กันตามท้องถิ่น เช่น คัชชนาม เป็นคัทธณะ ดาบศรีคันไชย์ เป็นดาบศรีกัญไชย จินายโม้หรือกินายโม้ เป็นจิกุ่ง
               คัทธจันทะ คัทธเนตร เป็นต้น สีสันของภาพจิตรกรรมนั้น นอกจากเล่าเรื่องชาดกแล้ว ยังสะท้อนให้เห็น
               วัฒนธรรมการแต่งกาย วิถีชีวิตของชาวน่านไว้อย่างน่าชม ท าให้วัดภูมินทร์เป็นแหล่งรวมของพุทธศิลป์ที่

               สวยงาม นอกจากได้กราบไหว้พระในอุโบสถแล้ว ยังได้มีโอกาสชื่นชมฝีมือการวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง
               “คัทธณะกุมำรชำดก”ที่สะท้อนเอกลักษณ์และฝีมือเชิงช่างพื้นบ้านอีกด้วย
                                     ภาพชาดกเรื่อง “คัทธณะกุมาร” ซึ่งปรากฏเป็นภาพจิตรกรรมที่วัดภูมินทร์นี้ จัดว่า
               ให้เนื้อเรื่องที่สมบูรณ์มาก เป็นการวาดที่มีสีสันสวยงามน่าชม และเป็นภาพเนื้อหาหลักของจิตรกรรมแห่งนี้

               โดยวาดไว้บนผนังทุกด้าน ยกเว้นด้านตะวันตก  วิไลรัตน์ ยังรอดและธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์ ได้กล่าวไว้ในการ
               เรียบเรียงหนังสือเรื่อง จิตรกรรมเล่ำเรื่อง วรรณคดีอมตะ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ความว่า

                                      “ถือเป็นภาพเนื้อหาหลักของจิตรกรรมแห่งนี้ วาดไว้บนผนังทุกด้าน
                                      ยกเว้นด้านตะวันตกคัทธณะกุมารถือเป็นชาดกเรื่องหนึ่ง ซึ่ง
                                      แพร่หลายอยู่ในภาคอีสานและภาคเหนือ เป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37