Page 273 - ebook.msu.ac.th
P. 273
๒๖๒
หลอนว่า บุญมีลุ ดั่งใจจงอ้าง
อันแต่สมภารนี้ ลือเฮาซิเว้นง่าย ได้ลือ
น้องไป่เคยได้ฮู้ เชิงอ้ายชาติชาย เจ้าเอย
แต่นั้น เขาก็ไว่ๆเท้า ทูลราชเล็งโญ
นางก็เห็นชายห่าม หมู่เขาฝูงเถ้า
เมื่อนั้น สีดาแก้ว เสียงดังหัวอะเห่ย
อันว่า เถ้าหมู่นี้ เป็นบ้าฮู้ว่าเมา นี้เด
นางใส่ถ้อย เอิ้นด่าทั้งหัว
เขานั้นคือผีโขน หลอกเฮาจิงแท้
ควรที่หักหัวขว้าม คีงคามหมองหม่น
คือดั่งผียักข์ฮ้าย มีแท้สิ่งกัน เจ้าเอย
นางก็แหนงหน่ายเถ้า เอ้หยอกทงโสม
เลยลวดคายคีงนาง ป่าวหนีให้เมือบ้าน
๏เมื่อนั้น โสมเสลาแก้ว ทั้งสามหัวสนั่น
ถัดนั้น คนค่อมเปี้ย ขาห้านบอดจาว
เขาก็ซว่าๆพร้อม ทุกหมู่มวลมา
แซวๆสาว กล่าวใสใยหลิ้น
เขาก็ซมซื่นหน้า จาสาวทั้งแล่น
ยินอยากได้ นางแก้วฮีบไป
ฝูงตาบอดใบ้ ลูกจูงแล่นสนๆ
เขาก็ถือวีกวัด แกว่งไปสนแล้ว
สนๆเข้า เถิงเวียงผาสาท
นางก็เยี้ยมล่้าแล้ว เห็นหน้าหน่ายแหนง
สังมาเอ้ขนาดแท้ ฝูงหมู่ลิงโทน เจ้าเอย
ประสงค์เอานงแพง ยอดนางเมือซ้อน ว่าลือ
คือดั่งผีโขนฮ้าย ลึงตึงหน้าเผด สันนี้
ฮ้อยที่เวรก่อนพุ้น คีงค้อมหากยัง แลนอ
แหนงว่า เอโกแก้ว ให้ตายไปดีกว่า
หัวแห่งล้าน ตาเบื้องบอดจาว
ขาหักห้า คือคนตายซาก
ท้าเพสย้อง คือดังผีโขน นี้เด
ตั้งหากกามคุณคึด ปวดปานเป็นผ้้า

