Page 33 - ebook.msu.ac.th
P. 33
๒๒
ที่มีพ่อเป็นช้าง(พระอินทร์แปลงกายมา) ซึ่งไม่ได้อยู่เลี้ยงดูคัทธณะ
กุมารแต่อย่างใด มีเพียงแม่คอยเลี้ยงดูคัทธณะกุมารแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อเติบโตขึ้น คัทธณะกุมารได้ท าหน้าที่ปกป้องดูแลแม่เป็นอย่างดี
แต่เมื่อคิดถึงพ่อของตนจึงออกเดินทางติดตามหาพ่อ ระหว่างทางได้
พบกับอุปสรรคนานาประการที่น่าตื่นเต้น และได้ต่อสู้จนได้รับชัย
ชนะ จนในที่สุดได้พบพ่อของตน รวมทั้งยังได้พบกับคู่ครองจนมี
บุตรด้วยกัน ๒ คน แต่แล้วต่อมาบุตรทั้งสองต้องบาดหมางกันจน
ท าให้ต้องรบกัน ผู้รู้อธิบายว่า การหยิบเลือกคัทธณะกุมารมาวาดไว้
ที่วัดภูมินทร์อันเป็นวัดส าคัญกลางเมืองน่าน อาจเป็นการสะท้อน
ความในใจด้านการเมืองของเจ้าเมืองน่าน รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับ
การเปรียบเปรยชีวิต“ลูกก าพร้า” ของเจ้าเมืองน่าน ซึ่งสอดคล้อง
กับชีวิตของพระโพธิสัตว์ อย่างคัทธณะกุมาร หรืออาจเกี่ยวข้องกับ
ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ที่ต้องมารบกัน ซึ่งสอดคล้องกับเมือง
หลวงพระบางกับน่านที่ต้องมาขัดแย้งกันในเวลานั้น)..”
(วิไลรัตน์ ยังรอดและธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์, ๒๕๕๕ : ๑๓๒-๑๓๕)
ภาพจิตรกรรมเรื่องคัทธณะกุมารชาดกนี้ เริ่มจากหญิงหม้ายประสบปัญหาตั้งท้อง
เพราะกินน้ ารอยเท้าช้าง คลอดลูกเป็นคัทธณะกุมาร ลูกได้รับสิ่งวิเศษต่างๆ ปราบยักษ์ ได้ทองค า ทดลองก าลัง
กับชายไม้ร้อยกอ ชายแก่เกวียนร้อยเล่ม เดินทางตามหาพ่อ มีอุปสรรคต่างๆ มากมาย ได้ช่วยชาวเมืองฆ่านก-
รุ้ง นกแร้ง และหงส์ทอง พบรักกับนางปทุมมา นางสีไวย นางสีดา มุ่งมั่นตามหาพ่อจนพบ กลับไปครองเมือง
และมาถึงรุ่นลูกคือ คัทธจันทะ คัทธเนตร ขึ้นครองเมืองจ าปานคร ทะเลาะกัน แย่งงาวิเศษ คัทธเนตรถูก
“ลมพิชฌขอด” ของพระยาแถนตัดเศียรขาด คัทธจันทะเป็นผู้มีทศพิธราชธรรมครองเมืองจ าปานคร ท าให้ไพร่
ฟ้าอยู่อย่างมีความสุขสืบมา
เป็นที่น่าสังเกตว่าเรื่อง “คัทธณะกุมำรชำดก” ด้านจิตรกรรมนั้น มีความสมบูรณ์
มาก แต่ด้านเรื่องราวที่จารไว้ในใบลาน แม้จะมีการส ารวจแหล่งที่มีชาดกเรื่องนี้ในภาคเหนือและพบว่า มีอยู่
พอสมควร แต่ยังไม่ปรากฏการปริวรรตออกมา ดังข้อความที่วิไลรัตน์ ยังรอดและธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์ได้กล่าว
ไว้ในการเรียบเรียงหนังสือเรื่อง จิตรกรรมเล่าเรื่อง วรรณคดีอมตะ ความว่า
“เนื่องจากขณะนี้ยังไม่พบการปริวรรตเรื่องคัทธณะกุมารชาดก
ส านวนล้านนาออกมาเป็นภาษาไทย เรื่องราวที่น ามาอธิบายภาพ
จิตรกรรมฝาผนังจึงอ้างอิงจากหนังสือ จิตรกรรมฝาหนังเมืองน่าน
จัดท าโดยวินัย ปราบริปูและศึกษาเทียบเคียงเรื่องราวบางส่วนจาก
ส านวนอีสาน ที่เผยแพร่อยู่ใน www.sujipuli.com และ
www.Baanjoyut.com ซึ่งเป็นเรื่องที่สรุปย่อมาจากอักษรธรรม
๑ ผูก ของวัดท่าลาด ต าบลท่าลาด อ าเภอวารินช าราบ จังหวัด
อุบลราชธานีประมวลเข้ากับส านวนอีสานในสุวิทย์ จิตรพลี คัชนาม
การศึกษา เชิงวิเคราะห์ วิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
๒๕๒๔”
(วิไลรัตน์ ยังรอดและธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์, ๒๕๕๕ : ๑๖๗)

