Page 39 - ebook.msu.ac.th
P. 39
๒๘
ประสงค์สืบไว้ สามแก้วเทื่อผาย
ลือท่อ พุทธบาทเจ้า ปางเมื่อทัวระมาน
เทียวสงสาร เผื่อผายในพื้น
เพิงที่คมรพน้อม ควรจ าอย่าประมาท
สุดที่ยังอยู่ก้ า ชุมภูกว้างไป่มา แท้แล้ว”
(คัชชนาม, ๒๕๖๒ : ๕๑๖-๕๑๗)
๖.๒ ควำมส ำคัญในฐำนะเป็นวรรณกรรมต ำนำน
ในประเด็นนี้ได้กล่าวมาแล้วและเห็นข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า วรรณกรรมเรื่องนี้มีอิทธิพลมากต่อ
ความคิดของผู้คนในที่ต่างๆ จนน าไปตั้งชื่อสถานที่ในท้องถิ่นของตนเอง ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
๖.๓ ควำมส ำคัญในฐำนะเป็นวรรณกรรมที่มีประดิษฐกำรเชิงสร้ำงสรรค์
หากพิจารณาคัชชนามในแง่วรรณกรรมพบว่า เป็นวรรณกรรมสมบูรณ์ครบองค์ประกอบของ
วรรณกรรม ทั้งองค์ประกอบหลักและองค์ประกอบเชิงซ้อน มีความโดดเด่นด้านโครงเรื่อง ตัวละคร แนวคิด
และศิลปะภาษา โดยเป็นถ้อยค าภาษาถิ่นที่ไพเราะ ทั้งการสร้างค า การเลือกสรรค ามาใช้ และการเรียบเรียง
ถ้อยค าอย่างมีวรรณศิลป์เกิดโวหารแบบต่างๆ ท าให้เรื่องนี้มีอรรถรส ชวนติดตามแม้เนื้อเรื่องค่อนข้างยาวก็
ตาม แต่เหตุการณ์ในเรื่องมีทุกรสทั้งความเศร้า ความสุข การต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค การต่อสู้เป็นกองทัพ
การเดินดงชมธรรมชาติ ความอ่อนหวาน อารมณ์สุขสงบ ครบทุกรส หากมองในแง่รสวรรณคดี เรื่องคัชชนาม
มีครบทุกรส และมีความแตกต่างจากวรรณกรรมท้องถิ่นทั่วไปอยู่ประการหนึ่งคือ บทเกี้ยวพาราสีของตัวละคร
เอกคือ คัชชนามและนางสีไว มีความแตกต่างจากวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ ทั่วไปคือ คัชชนามและนางสีไวใช้การ
ทายชื่อดอกไม้ ชื่อต้นไม้ โดยน าเอาคุณลักษณะเด่นของไม้ดอกชนิดนั้นมาทายปัญหา ถือเป็นการฝึกเชาวน์
ปัญญาระหว่างคู่สนทนา เป็นความงดงามของการเกี้ยวระหว่างชาย หญิง ที่ไม่ค่อยพบจากเรื่องอื่น ถือได้ว่า
เป็นประดิษฐการเชิงสร้างสรรค์ ดังตัวอย่าง
๑) ประดิษฐกำรเชิงสร้ำงสรรค์ (กำรเกี้ยวพำรำสีด้วยกำรทำยชื่อดอกไม้และต้นไม้)
“เมื่อนั้น นางเล่าคึดชอดได้ ดวงใหม่มาทวาย
อรซอนเสียง กล่าวจาจงต้าน
ดอกหนึ่ง ตกแต่ต้น ฮอดแผ่นธรณี
เค็งๆ เสียง ทั่วดินดาพื้น
ค าเซ็งเท้า ทั้งเมืองดูหลาก
อันว่า ดวงดอกนั้น พระอวนเจ้าว่าสัง ดวงนั้น
เขาว่า ตุมตังตั้ง กลางไพเซ็งซ่า จิงแล้ว
เมื่อนั้น นางนาถเจ้า แพงล้านเล่าทวาย
ดอกหนึ่ง วิเสสแท้ สาวบ่าวแฮงประสงค์
แลนๆ มือ ลูบโลมมันไว้
จักว่า ดวงใดแท้ สายคอคณิงถี่ ดูท้อน
ดวงนั้น เขาว่าดอกเกสแก้ว ทวายห้องแห่งผม เจ้าเอย

