Page 126 - Neuropsychiatric.indd
P. 126
้
ั
ื
ั
ของ QTc interval โรคประจ าตวหรือโรคร่วม (โรคหวใจ ไตทางานบกพร่อง ตบทางานบกพร่อง) อตราการ risk-score-qt-prolongation เกณฑ์นี้แบ่งระดับความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ คอ นอยกว่า 7 คะแนน หมายถึง
ั
ั
เต้นของหัวใจ ระดับอเล็กโทรไลต์ และ 3) ยาที่ได้รับ เช่น การบริหารยาบางชนิดทางหลอดเลือดด าเร็วเกินไป ความเสี่ยงต่ า; 7-10 คะแนน หมายถึง ความเสี่ยงปานกลาง; 11 คะแนนขึ้นไป หมายถึง ความเสี่ยงสูง
ิ
่
ใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation มากกว่า 1 รายการ หรือยาอืนที่ใช้ร่วมด้วยมีผล
ิ่
เพมระดับยาในเลือดของยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation รายละเอียดแสดงในตาราง ตารางที่ 3.5 เกณฑประเมินความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation ของ Tisdale risk score
์
ที่ 3.4 2,25-27 ปัจจัย คะแนน
อายุ ≥68 ปี 1
ตารางที่ 3.4 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation และ torsades de pointes เพศหญิง 1
ประเภท ปัจจัยเสี่ยง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน 2
ลักษณะของผู้ป่วย - สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) หัวใจล้มเหลว 3
- เพศหญิง ติดเชื้อในกระแสเลือด 3
- ปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรม เช่น genetic polymorphisms, ion-channel polymorphism QTc interval ≥450 มิลลิวินาท ี 2
ี
สภาวะทางคลินิก - มี QTc interval มากกว่า 500 มิลลิวินาท ณ ตอนเริ่มต้น ระดับโพแทสเซียมในเลือด ≤3.5 มิลลิโมล/ลิตร 2
- มี congenital long QT syndromes ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QTc interval prolongation 1 รายการ 3
ี
- มีค่า QTc interval เพิ่มขึ้น มากกว่า 60 มิลลิวินาท เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มการรักษา ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QTc interval prolongation ≥2 6
- มีโรคหัวใจร่วมด้วย คือ heart failure with reduced ejection fraction (HFrEF), left รายการ
ventricular hypertrophy และ acute myocardial infarction ได้รับยาขับปัสสาวะ loop diuretic 1
27
29
- ระดับของอิเล็กโทรไลต์ผิดปกติ คือ ระดับโพแทสเซียมต่ า (น้อยกว่า 3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับ ที่มา : เรียบเรียงจาก Tisdale และคณะ , Tisdale และคณะ และ Tisdale และคณะ
28
แมกนีเซียมต่ า (น้อยกว่า 1.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับแคลเซียมต่ า (น้อยกว่า 2.15 มิลลิ
โมล/ลิตร) 2.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
- อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง เช่น sinus bradycardia, heart block, incomplete heart ข้อแนะน าเพื่อป้องกันการเกิด QT interval prolongation จากยาในตารางที่ 3.2 2,10,27,33 มีดังนี้
block with pauses หรือ premature complexes leading to short-long-short cycles o หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation ในผู้ป่วยที่มีลักษณะ
- ภาวะไตหรือตับท างานบกพร่อง ดังต่อไปนี้
ยาที่ได้รับ - ได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ เช่น furosemide ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ระดับของอิเล็กโทร
ไลต์ผิดปกติ - ผู้ป่วยที่มีค่า QTc interval มากกว่า 450 มิลลิวินาที ณ จุดเริ่มต้นก่อนการรักษา
- เพิ่งได้รับการแก้ไขภาวะ atrial fibrillation ด้วยยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval - ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่มีค่า left ventricular ejection fraction (LVEF) น้อยกว่า 20%
prolongation - ผู้ป่วยที่มีประวัติ drug-induced TdP หรือในผู้ป่วยที่มีประวัติได้รับการช่วยชีวิตเนื่องจากเกิด
- ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation มากกว่า 1 รายการ (อันตร ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (sudden cardiac arrest)
กิริยาระหว่างยาด้านเภสัชพลศาสตร์) - ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็น congenital long QT syndromes
- มีระดับความเข้มข้นของยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation ในเลือดสูง o ควบคุมให้ระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมในเลือด อยู่ในช่วงปกติ ทั้งก่อนเริ่มใช้ยา
ซึ่งอาจเกิดจาก และระหว่างใช้ยา
- ผู้ป่วยมีภาวะไตหรือตับท างานบกพร่องแต่ไม่ได้ปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนชนิดยา
- การบริหารยาทางหลอดเลือดด าเร็วเกินไป o หลีกเลี่ยงการใช้ยาเกินขนาดที่แนะน า
- อันตรกิริยาระหว่างยา (ด้านเภสัชจลนศาสตร์) o หลีกเลี่ยงการบริหารยาทางหลอดเลือดด าอย่างรวดเร็ว (ดังตารางที่ 3.6) เช่น
ั
ื
2
25
26
ที่มา : Nachimuthu และคณะ , Drew และคณะ , Vandael และคณะ และ Tisdale และคณะ - การบริหารยา azithromycin ทางหลอดเลอดด า ภายหลงจากเจือจางใน 5% dextrose in
27
water (D5W) หรือ normal saline solution (NSS) จนได้ความเข้มข้น 2 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
เกณฑ์ประเมินความเสี่ยงต่อ QT interval prolongation ที่มีในปัจจุบัน ได้แก Tisdale risk score 27- ปริมาตร 250 มิลลิลิตร หรือ ความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ปริมาตร 500 มิลลิลิตร ควร
่
30
29 , RISQ-PATH score และ Mayo pro-QTc score เกณฑ์ที่มีความเป็นไปได้ในการน ามาปรับใช้ในทาง บริหารยาเป็นระยะเวลานานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
31
ปฏิบัติส าหรับเภสัชกร คือ Tisdale risk score แสดงในตารางที่ 3.5 มีคะแนนรวมสูงสุด 21 คะแนน เนื่องจาก - การบริหารยา levofloxacin ทางหลอดเลอดด า ภายหลงจากเจอจางใน D5W หรือ NSS
ื
ั
ื
ต้องการข้อมูลส าหรับการให้คะแนนโดยเฉพาะในส่วนของลักษณะการเจ็บป่วยที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ปัจจุบันมี กรณขนาดยา 250-500 มลลกรัม ควรนาน 60 นาท หรือกรณขนาดยา 750 มิลลิกรัม ควร
ี
ี
ี
ิ
ิ
เว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปใช้เพื่อค านวณหาค่า Tisdale risk score คือ https://www.mdcalc.com/tisdale- บริหารยาเป็นระยะเวลานาน 90 นาที
32
104 105
105

