Page 127 - Neuropsychiatric.indd
P. 127
การบริหารยา levofloxacin ทางหลอดเลือดดา ภายหลังจากเจือจางใน D5W หรือ NSS
ํ
ี
ี
กรณขนาดยา 250500 มิลลิกรัม ควรนาน 60 นาที หรือกรณขนาดยา 750 มิลลิกรัม ควร
บริหารยาเปนระยะเวลานาน 90 นาที
การบริหารยา ondansetron ทางหลอดเลือดดํา จะตองเจือจางใน D5W หรือ NSS 50 ตารางที่ 3.6 การบริหารยาฉีดทางหลอดเลือดด าส าหรับรายการยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval
มิลลิลิตร และควรบริหารยาเปนระยะเวลานาน 15 นาที prolongation
o หลีกเลียงการใชยารวมกับยาที่สามารถเกิดอันตรกิริยาระหวางยาที่มีนัยสําคัญทางคลินิก ทั้งที ่ กลุ่มยา รายการยา ขนาดแนะน า การบริหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิด
่
เสริมฤทธิ์ความเปนพิษของยา หรือเพิ่มระดับยาในเลือด เชน QT interval prolongation
หลีกเลี่ยงการใช amiodarone รวมกับยาตานแบคทีเรียกลุม macrolides ไดแก azithromycin, ยารักษาภาวะ amiodarone 300 มิลลิกรัม นาน 1 ชั่วโมง ควรนาน >1 ชั่วโมง และความเข้มข้นของยา ≤2
clarithromycin, erythromycin และ roxithromycin และกลุม fluoroquinolones ไดแก หัวใจเต้นผิด จากนั้น 10-50 มิลลิกรัม/ชั่วโมง มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
จังหวะ
นาน 24 ชั่วโมง
ciprofloxacin และ levofloxacin procainamide Loading dose: 10-17 มิลลิกรัม/ ควรให้ในอัตราไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/นาที และ
่
หลีกเลียงการใช haloperidol รวมกับ fluvoxamine, fluoxetine, paroxetine, sertraline กิโลกรัม ที่อัตรา 20-50 มิลลิกรัม/ ความเข้มข้นของยา ≤20 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
และ duloxetine เนื่องจากยาดังกลาวยับยั้งเอนไซม cytochrome P450 (CYP) 2D6 ทําให นาท ี
ระดับยา haloperidol ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น Maintenance infusion: 1-4
ี
มิลลิกรัม/นาท
o ในผูปวยที่มีการทํางานของไตบกพรอง ควรปรับขนาดยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval ยาต้าน azithromycin ขึ้นกับโรค ควรนานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ความเข้มข้น 2
ี
่
prolongation ในกรณทียามีการกําจัดออกทางไตเปนหลัก เชน ciprofloxacin, fluconazole แบคทีเรีย มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ปริมาตร 250 มิลลิลิตร หรือ
และ levofloxacin ความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ปริมาตร
o หากจําเปนตองใชยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation รวมกัน ควรติดตาม 500 มิลลิลิต
ึ
คลื่นไฟฟาหัวใจของผูปวยอยางใกลชิด สังเกตอาการไมพงประสงคของ QT interval ciprofloxacin ขึ้นกับโรค ควรนาน 60 นาที โดยความเข้มข้นของยา 1-2
มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
prolongation และ TdP เชน วิงเวียน ชีพจรเตนเร็ว เปนลมหมดสต levofloxacin ขึ้นกับโรค ควรนาน 60 นาที เมื่อให้ยา 250-500 มิลลิกรัม
ิ
o ระมัดระวังการใชยาที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิด QT interval prolongation โดยเฉพาะในชวง และนาน 90 นาที เมื่อให้ยา 750 มิลลิกรัม
แรกที่เริ่มใชยาและปรับเพิ่มขนาดยา และควรติดตามตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจเปนระยะ ยาต้านอาเจียน ondansetron 8 มิลลิกรัม หรือ 0.15 มิลลิกรัม/ ควรนาน 15 นาท ี
o ควรหยุดใชยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation หากผูปวยมีคา QTc กิโลกรัม
่
interval มากกวา 500 มิลลิวินาที หรือ QTc interval มีคาเพิมข้นมากกวา 60 มิลลิวินาที เมื่อ ยาต้านเชื้อรา fluconazole 400-800 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ควรนาน 1-2 ชั่วโมง และไม่ควรให้เกิน 200
ึ
มิลลิกรัม/ชั่วโมง
เทียบกับเมื่อเริ่มตนการรักษา ยารักษาโรคจิต haloperidol 0.25–0.5 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง ไม่ควรให้เกิน 5 มิลลิกรัม/นาท ี
ที่มา : ฐานข้อมูล Lexicomp
®34
2.3 การจัดการเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์
QT interval prolongation จากยาเป็นภาวะที่ต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางการ
ั
รกษาเช่นเดียวกับภาวะที่ไม่ได้มีสาเหตุจากยา ซึ่งแยกเป็น 2 กรณี คือ 1) กรณี QT interval prolongation
โดยไม่มี TdP ร่วมด้วย และ 2) กรณ QT interval prolongation ที่มี TdP ร่วมด้วย และต้องหยุดยาที่สงสัย
ี
ว่าเป็นสาเหตุ 2,8,10,27,33,35
1) กรณี QT interval prolongation โดยไม่มี TdP ร่วมด้วย
ผู้ป่วยจะได้รับการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation ที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่
้
้
ื
ภาวะขาดออกซิเจนโดยการตรวจวัดความเขมขนของออกซิเจนในเลอด (oxygen saturation) ระดับ
้
โพแทสเซียมในเลือดต่ า (นอยกว่า 3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ า (นอยกว่า 1.5 มิลลิกรัม/
้
้
่
ั
ื
่
ิ
ื
ื
ิ
ิ
ี
เดซลตร) และระดับแคลเซยมในเลอดต า (นอยกว่า 2.15 มลลิโมล/ลิตร) และติดตามคลนไฟฟ้าหวใจ เพ่อ
้
ึ
ิ
ิ
ประเมนคา QTc interval เป็นระยะ โดยความถในการติดตามขนกบความรุนแรงของการเกด QT interval
ั
่
่
ี
prolongation
109 เนื่องจาก magnesium sulfate จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด early afterdepolarization ในช่วง
้
ึ
ิ
ุ
ิ
ุ
้
ทายสดของ T wave จงลดโอกาสการกระต้นใหเกด TdP ได้ ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ าต่อการเกด TdP อาจไม่
107
106

