Page 125 - Neuropsychiatric.indd
P. 125
ั
ั
ั
ั
ของ QTc interval โรคประจ าตวหรือโรคร่วม (โรคหวใจ ไตทางานบกพร่อง ตบทางานบกพร่อง) อตราการ
ของ QTc interval โรคประจําตวหรือโรครวม (โรคหัวใจ ไตทํางานบกพรอง ตบทํางานบกพรอง) อัตราการ
ั
ั
ั
ั
ั
ของ QTc interval โรคประจ าตวหรือโรคร่วม (โรคหวใจ ไตทางานบกพร่อง ตบทางานบกพร่อง) อตราการ
ั
ิ
เต้นของหัวใจ ระดับอเล็กโทรไลต์ และ 3) ยาที่ได้รับ เช่น การบริหารยาบางชนิดทางหลอดเลือดด าเร็วเกินไป
เตนของหัวใจ ระดับอิเล็กโทรไลต และ 3) ยาที่ไดรับ เชน การบริหารยาบางชนดทางหลอดเลือดดาเร็วเกินไป
ิ
ํ
ิ
เต้นของหัวใจ ระดับอเล็กโทรไลต์ และ 3) ยาที่ได้รับ เช่น การบริหารยาบางชนิดทางหลอดเลือดด าเร็วเกินไป
ใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation มากกว่า 1 รายการ หรือยาอืนที่ใช้ร่วมด้วยมีผล
่
ใชยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation มากกวา 1 รายการ หรือยาอื่นทีใชรวมดวยมีผล
่
่
ใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation มากกว่า 1 รายการ หรือยาอืนที่ใช้ร่วมด้วยมีผล
ิ่
เพมระดับยาในเลือดของยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation รายละเอียดแสดงในตาราง
เพิ่มระดับยาในเลือดของยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation รายละเอียดแสดงในตาราง
เพมระดับยาในเลือดของยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation รายละเอียดแสดงในตาราง
ิ่
2,25-27
ที่ 3.4 2,2527
ที่ 3.4
2,25-27
ที่ 3.4
ตารางที่ 3.4 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation และ torsades de pointes
ตารางที่ 3.4 ปจจัยเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation และ torsades de pointes
ตารางที่ 3.4 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation และ torsades de pointes
ประเภท
ปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยง
ประเภท
ประเภท
ลักษณะของผู้ป่วย - สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) ปจจัยเสี่ยง
- สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี)
ลักษณะของผู้ป่วย
ลักษณะของผูปวย สูงอายุ (มากกวา 65 ป)
- เพศหญิง
- เพศหญิง
เพศหญง
ิ
- ปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรม เช่น genetic polymorphisms, ion-channel polymorphism
ปจจัยเสี่ยงดานพันธุกรรม เชน genetic polymorphisms, ionchannel polymorphism
- ปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรม เช่น genetic polymorphisms, ion-channel polymorphism
ี
สภาวะทางคลินิก - มี QTc interval มากกว่า 500 มิลลิวินาท ณ ตอนเริ่มต้น
ิ
ิ
สภาวะทางคลินิก
สภาวะทางคลนิก มี QTc interval มากกวา 500 มิลลวินาที ณ ต ีอนเริ่มตน
- มี QTc interval มากกว่า 500 มิลลิวินาท ณ ตอนเริ่มต้น
- มี congenital long QT syndromes
ม congenital long QT syndromes ี
ี
- มี congenital long QT syndromes
- มีค่า QTc interval เพิ่มขึ้น มากกว่า 60 มิลลิวินาท เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มการรักษา
มีคา QTc interval เพิ่มขึ้น มากกวา 60 มิลลิวนาที เมื่อเ ีทียบกับกอนเริ่มการรักษา
ิ
- มีค่า QTc interval เพิ่มขึ้น มากกว่า 60 มิลลิวินาท เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มการรักษา
- มีโรคหัวใจร่วมด้วย คือ heart failure with reduced ejection fraction (HFrEF), left
- มีโรคหัวใจร่วมด้วย คือ heart failure with reduced ejection fraction (HFrEF), left
ั
มโรคหวใจรวมดวย คือ heart failure with reduced ejection fraction (HFrEF), left
ี
ventricular hypertrophy และ acute myocardial infarction
ventricular hypertrophy และ acute myocardial infarction
ventricular hypertrophy และ acute myocardial infarction
- ระดับของอิเล็กโทรไลต์ผิดปกติ คือ ระดับโพแทสเซียมต่ า (น้อยกว่า 3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับ
ระดับของอิเล็กโทรไลตผิดปกติ คือ ระดับโพแทสเซียมต่ํา (นอยกวา 3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับ
- ระดับของอิเล็กโทรไลต์ผิดปกติ คือ ระดับโพแทสเซียมต่ า (น้อยกว่า 3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับ
แมกนีเซียมต่ า (น้อยกว่า 1.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับแคลเซียมต่ า (น้อยกว่า 2.15 มิลลิ
แมกนีเซียมต่ํา (นอยกวา 1.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับแคลเซียมต่ํา (นอยกวา 2.15
แมกนีเซียมต่ า (น้อยกว่า 1.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับแคลเซียมต่ า (น้อยกว่า 2.15 มิลลิ
โมล/ลิตร)
มิลลิโมล/ลิตร)
โมล/ลิตร)
- อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง เช่น sinus bradycardia, heart block, incomplete heart
ั
อตราการเตนของหวใจชาลง เชน sinus bradycardia, heart block, incomplete heart
ั
- อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง เช่น sinus bradycardia, heart block, incomplete heart
block with pauses หรือ premature complexes leading to short-long-short cycles
block with pauses หรือ premature complexes leading to shortlongshort cycles
block with pauses หรือ premature complexes leading to short-long-short cycles
- ภาวะไตหรือตับท างานบกพร่อง
ภาวะไตหรือตับทํางานบกพรอง
- ภาวะไตหรือตับท างานบกพร่อง
ยาที่ได้รับ - ได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ เช่น furosemide ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ระดับของอิเล็กโทร
็
ยาที่ไดรับ ไดรับการรักษาดวยยาขับปสสาวะ เชน furosemide ซึ่งอาจเปนสาเหตุใหระดับของอิเลกโทร
ยาที่ได้รับ
- ได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ เช่น furosemide ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ระดับของอิเล็กโทร
ไลต์ผิดปกติ
ไลตผดปกติ
ิ
ไลต์ผิดปกติ
- เพิ่งได้รับการแก้ไขภาวะ atrial fibrillation ด้วยยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval
เพิ่งไดรับการแกไขภาวะ atrial fibrillation ดวยยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval
- เพิ่งได้รับการแก้ไขภาวะ atrial fibrillation ด้วยยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval
prolongation
prolongation
prolongation
- ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation มากกว่า 1 รายการ (อันตร
ไดรับยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation มากกวา 1 รายการ
- ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation มากกว่า 1 รายการ (อันตร
กิริยาระหว่างยาด้านเภสัชพลศาสตร์)
(อันตรกิริยาระหวางยาดานเภสัชพลศาสตร)
กิริยาระหว่างยาด้านเภสัชพลศาสตร์)
- มีระดับความเข้มข้นของยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation ในเลือดสูง
ู
มีระดับความเขมขนของยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation ในเลอดสง
ื
- มีระดับความเข้มข้นของยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation ในเลือดสูง
ซึ่งอาจเกิดจาก
่
ึ
ิ
ซงอาจเกดจาก
ซึ่งอาจเกิดจาก
- ผู้ป่วยมีภาวะไตหรือตับท างานบกพร่องแต่ไม่ได้ปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนชนิดยา
ิ
ผูปวยมีภาวะไตหรือตับทํางานบกพรองแตไมไดปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนชนดยา
- ผู้ป่วยมีภาวะไตหรือตับท างานบกพร่องแต่ไม่ได้ปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนชนิดยา
- การบริหารยาทางหลอดเลือดด าเร็วเกินไป
ื
ิ
การบริหารยาทางหลอดเลอดดําเร็วเกนไป
- การบริหารยาทางหลอดเลือดด าเร็วเกินไป
- อันตรกิริยาระหว่างยา (ด้านเภสัชจลนศาสตร์)
ั
ั
ิ
อนตรกริยาระหวางยา (ดานเภสชจลนศาสตร)
- อันตรกิริยาระหว่างยา (ด้านเภสัชจลนศาสตร์)
ที่มา : Nachimuthu และคณะ , Drew และคณะ , Vandael และคณะ และ Tisdale และคณะ
25
27
2
26
2
26
25
27
่
ทีมา : Nachimuthu และคณะ
2 , Drew และคณะ , Vandael และคณะ และ Tisdale และคณะ
26
25
27
ที่มา : Nachimuthu และคณะ , Drew และคณะ , Vandael และคณะ และ Tisdale และคณะ
เกณฑ์ประเมินความเสี่ยงต่อ QT interval prolongation ที่มีในปัจจุบัน ได้แก Tisdale risk score 27-
่
27-
่
เกณฑ์ประเมินความเสี่ยงต่อ QT interval prolongation ที่มีในปัจจุบัน ได้แก Tisdale risk score
่
เกณฑประเมินความเสียงตอ QT interval prolongation ที่มีในปจจุบัน ไดแก Tisdale risk
29 , RISQ-PATH score และ Mayo pro-QTc score เกณฑ์ที่มีความเป็นไปได้ในการน ามาปรับใช้ในทาง
31
30
2729
29 , RISQ-PATH score และ Mayo pro-QTc score เกณฑ์ที่มีความเป็นไปได้ในการน ามาปรับใช้ในทาง
30
30
31
31
, RISQPATH score และ Mayo proQTc score เกณฑที่มีความเปนไปไดในการนํามาปรับใช
score
ปฏิบัติส าหรับเภสัชกร คือ Tisdale risk score แสดงในตารางที่ 3.5 มีคะแนนรวมสูงสุด 21 คะแนน เนื่องจาก
ปฏิบัติส าหรับเภสัชกร คือ Tisdale risk score แสดงในตารางที่ 3.5 มีคะแนนรวมสูงสุด 21 คะแนน เนื่องจาก
ิ
่
ในทางปฏิบัตสําหรับเภสัชกร คอ Tisdale risk score แสดงในตารางที 3.5 มีคะแนนรวมสูงสุด 21 คะแนน
ื
ต้องการข้อมูลส าหรับการให้คะแนนโดยเฉพาะในส่วนของลักษณะการเจ็บป่วยที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ปัจจุบันมี
ต้องการข้อมูลส าหรับการให้คะแนนโดยเฉพาะในส่วนของลักษณะการเจ็บป่วยที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ปัจจุบันมี
เนื่องจากตองการขอมูลสําหรับการใหคะแนนโดยเฉพาะในสวนของลักษณะการเจ็บปวยทีไมซับซอนมากนัก
่
เว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปใช้เพื่อค านวณหาค่า Tisdale risk score คือ https://www.mdcalc.com/tisdale-
32
เว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปใช้เพื่อค านวณหาค่า Tisdale risk score คือ https://www.mdcalc.com/tisdale-
32
32
่
score คือ
risk
ํ
ปจจุบันมีเวบไซตทีสามารถเขาไปใชเพื่อคานวณหาคา Tisdale
็
107
104
104
104

