Page 129 - Neuropsychiatric.indd
P. 129
่
ื
ื
ี
้
จ าเป็นต้องได้รับ magnesium sulfate ฉดเขาทางหลอดเลอดด า เนองจาก magnesium sulfate ไม่ได้มีผล
ต่อ QT interval แต่ในผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูง เช่น มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ท าให้เกิด QT interval prolongation
และผลตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจไม่เสถียร เช่น พบหัวใจบีบตัวก่อนก าหนด หรือช่วง QT interval ยังไม่แน่นอน
้
ควรได้รับ magnesium sulfate 1-2 กรัม เจือจางในสารละลาย D5W ปริมาตร 50-100 มิลลิลิตร ฉีดเข้าทาง
หลอดเลือดด า นาน 15 นาที
magnesium sulfate จัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสูง การบริหารยาต้องเจือจางด้วย D5W ก่อนเสมอ
่
และความเข้มข้นไมเกิน 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และอัตราการบริหารยาสูงสุดไม่เกิน 150 มิลลิกรัม/นาที โดย
มีระยะเวลาออกฤทธิ์นาน 30 นาที ภายหลังใช้ยาควรติดตามวัดระดับแมกนีเซียมในเลือด โดยค่าปกติ คือ 1.5-
์
ิ
ิ
ิ
ั
่
่
่
ิ
ั
ั
2.5 มลลอควิวาเลนท/ลตร สญญาณชีพ ได้แก อตราการหายใจ (ไมควรต ากว่า 14 ครั้ง/นาที) และอตราการ
เต้นของหัวใจ (ควรอยู่ระหว่าง 60-100 ครง/นาท) และติดตามการทางานของไต การมระดบแมกนเซียมใน
ั
้
ี
ี
ี
ั
เลือดที่สูงเกินไป มีผลท าให้คลื่นไฟฟาหัวใจผิดปกติ ความดันโลหิตต่ า หรือเกิดคลื่นสัญญาณไฟฟาหัวใจถูก
้
้
ขัดขวาง (heart block) รวมถึงกดระบบประสาทส่วนกลาง และกดการหายใจ
2) กรณี QT interval prolongation ที่มี TdP ร่วมด้วย
ผู้ป่วยที่มีภาวะ QT interval prolongation และเกด TdP มกจะพบว่ามความดันโลหตตามาก เช่น
่
ิ
ี
ั
ิ
ความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว น้อยกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท หรือเป็นลมหมดสติ ไม่รู้สึกตัว หัวใจหยุดเต้น ซึ่ง
้
จาเปนต้องได้รบการแกไขด้วยการช็อกไฟฟาหวใจ (electrical cardioversion) และจ าเป็นต้องได้
้
ั
็
ั
magnesium sulfate โดยให magnesium sulfate 1-2 กรัม เจือจางใน D5W ปรมาตร 50-100 มิลลิลิตร
ิ
้
ี
้
ื
ฉดเขาทางหลอดเลอดด า นาน 15 นาที แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่มีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ าร่วมด้วย และสามารถ
้
ใหซาได้ แต่ขนาดยาใน 1 ชั่วโมงจะต้องไม่เกิน 4 กรัม หรือให้ magnesium sulfate หลังจากให้ทางหลอด
้
เลอดด าแบบ bolus ครั้งแรก โดยให้แบบต่อเนื่อง (continuous infusion) ในอัตรา 0.5-1 กรัม/ชั่วโมง ซึ่ง
ื
TdP ของผู้ป่วยบางรายจะหายไปเมื่อให้ยาไปแล้ว 1-3 กรัม
2.4 ตัวอย่างกรณีศึกษา
36
Arce และคณะ ไดรายงานกรณีศึกษาการเกิด QT interval prolongation และ TdP จาก
้
ciprofloxacin ในผู้ป่วยชายอายุ 77 ปี ภายหลังเริ่มใช้ ciprofloxacin ขนาด 400 มิลลิกรัม ฉีดเข้าทางหลอด
ื
้
เลอดด า วันละ 2 คร้ง นาน 48 ชั่วโมง ผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจพบ polymorphic
ั
ventricular tachycardia และ QTc interval เท่ากับ 596 มิลลิวินาที แพทย์จึงหยุด ciprofloxacin และให้
ั
การรกษาเรงด่วนด้วยการช็อกหัวใจด้วยไฟฟาหลายครั้ง ร่วมกับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดชั่วคราว
้
่
ระหว่างได้รับการรักษาผู้ป่วยมีระดับโพแทสเซียมและระดับแมกนีเซียมในเลือดอยู่ในช่วงปกติ ภายหลังจากนั้น
72 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และสามารถหยุดใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดชั่วคราวได้
Ayad และคณะ ได้รายงานกรณศึกษาการเกด QT interval prolongation และ TdP จากการใช้
ิ
ี
37
ยา ondansetron และ amiodarone ในผู้ป่วยหญิงอายุ 74 ปี ซึ่งแรกรับมีภาวะปวดทั่วร่างกาย คลื่นไส้ และ
ั
วิตกกงวล หวใจเต้นช้ากว่าปกติ (57 ครั้งต่อนาที) PR interval กว้าง และ QTc interval 610 มิลลิวินาที
ั
ระดับโพแทสเซียมและระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ า ยาที่ใช้ประจ าคือ citalopram และ carvedilol และ
fentanyl transdermal (3 วัน) 7 นาที ภายหลังจากได้รับ ondansetron 4 มิลลิกรัม ฉีดเข้าทางหลอดเลือด
ด า ผู้ป่วยเกิดภาวะ wide QRS complex tachycardia จึงได้รับ amiodarone ฉีดเข้าทางหลอดเลอดดา
ื
หลังจากนั้นผู้ป่วยเกิด TdP จึงหยุด amiodarone และ ondansetron และให้การรักษาด้วย magnesium
ี
ื
sulfate 2 กรัม เจือจางใน D5W ฉดเขาทางหลอดเลอดด า นาน 15 นาที ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และแก้ไขระดับ
้
108
108

