Page 189 - ebook.msu.ac.th
P. 189

186


                       เรื่องกล่าวย้อนไปถึงพญาศรีโคตรบูรผู้มีโอกาสถือบาตรของพระพุทธเจ้าว่า ในระยะเวลาใกล้เคียงกับพระพุทธเจ้า
               นิพพาน พระองค์สิ้นพระชนม์และไปเกิดเป็นโอรสของเจ้า “เมืองสาเกต” (ร้อยเอ็จ) ชื่อ “สุริยกุมาร” ส่วนที่เมืองศรีโคตรบูรนั้น
                                                                                   ื่
               “พญานันทเสน” ผู้น้องครองเมืองแทน (คือผู้ที่ร่วมสร้างอูบมุงพระธาตุพนม) เจ้าเมืองสาเกตชอ “ศรีอมรนี” เป็นเพื่อนและไป
                                                                                          ื่
               อยู่เที่ยวเล่นกับ “พญาโยธิกา” แห่งเมืองกุรุนทนคร (อยุธยา) ผู้สหาย และครองเมืองร่วมกันจึงเปลี่ยนชอเมืองกุรุนทนครเป็น
               เมือง  “ศรีอโยธยา” ตามชื่อพญาทั้งสอง ภายหลังบวชเป็นปะขาวมีฤทธิ์เดชมาก ทิ้งเมืองสาเกตไว้จน
               สุริยกุมารอายุ ๑๖ ปี จึงให้ครองเมืองสาเกตแทน พญาทั้งสองเที่ยวไปตีเมืองต่างๆ ถึงร้อยเอ็ดเมืองเอามาอยู่ในอ านาจของสุริย
                                 ื่
                                                                                                        ึ
               กุมาร เมืองสาเกตจึงมีชอเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมือง “ร้อยเอ็จประตู” นอกจากนี้ยังมีเรื่องแทรกเกี่ยวกับก าเนิดแม่น้ าอู แม่น้ างม
               แม่น้ าปิง แม่น้ ามูล แม่น้ าชี และหนองหานในครั้งปฐมกัลป์ ตามความเชื่อดั้งเดิมเรื่องพญานาคในนิทานปรัมปราของคนไทย-
               ลาวสองฝั่งโขง (พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. ๒๕๓๗ : ๖-๙) จากเนื้อเรื่องดังกล่าวพบว่า การเดินทางประทับรอยพระบาทของ
               พระพุทธเจ้าในพื้นทต่างๆ แถบลุ่มน้ าโขง มีพุทธพยากรณ์และกล่าวถึงการก าเนิดของสถานทต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันระหว่างเมือง
                              ี่
                                                                                  ี่
               ต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ าโขง โดยสามารถวิเคราะห์ตัวบทของต านานได้ ๓ ประการคือ

                       ๑. อุรังคธาตุในสถานะต านานทางภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ าโขง
                       ต านานอุรังคธาตุแสดงให้เห็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ าโขงหลายประการ เชน ต าแหน่งที่ตั้งและอาณาบริเวณ
                                                                                 ่
               ของเมืองหรือรัฐโบราณ รวมทั้งกล่าวถึงลักษณะภูมิสัณฐานของพื้นที่ทางกายภาพ (Physical Space) ในแถบลุ่มน้ าโขงที่

               สอดคล้องกับ “ชื่อบ้านนามเมือง” (Place Name) ประกอบด้วยเมืองต่างๆ ดังนี้
                       เมืองศรีโคตรบูร ครั้งแรกตั้งอยู่บริเวณริมปากน้ าเซบั้งไฟทางเบื้องใต้ ลึกเข้าไปประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่
               บริเวณบ้านหนองเรือทอง เมืองไซบุรี แขวงสะหวันเขต ตรงกันข้ามกับบ้านสะดือน้อย เมืองหนองบก แขวงค าม่วน ประเทศ
               ลาว (เข็มพอน แสงประทุม. ๒๕๕๑ : ๓) นับได้ว่าเมืองศรีโคตรบูรมีความส าคัญทั้งสองฝากฝั่งแม่น้ าโขงตั้งแต่เขตจังหวัด
               หนองคายลงไปจนถึงเขตจังหวัดอุบลราชธานี มี “ภูก าพร้า” หรือ “ดอยกปณคีรี” อันเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (พระธาตุ
               พนม) ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ าโขง ใกล้กับล าเซบั้งไฟที่ไหลออกแม่น้ าโขงตรงข้ามพระธาตุพนม สมัยต่อมาจึงย้ายเมืองมาอยู่
               ทางฝั่งขวาของแม่น้ าโขงและมีชื่อใหม่ว่าเมือง “มรุกขนคร”
                       เมืองหนองหานหลวง ตั้งอยู่บริเวณหนองหาน จังหวัดสกลนคร อันเป็นที่ราบลุ่มตอนในทางฝั่งขวาของแม่น้ าโขง
               หนองหานเป็นแหล่งต้นน้ าของล าน้ าก่ าไหลออกสู่แม่น้ าโขงบริเวณบ้านน้ าก่ าทางทิศใต้ ใกล้อ าเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
                                                 ิ์
               ในเมืองหนองหานหลวงมีศาสนสถานศักดิ์สิทธคือพระธาตุเชิงชุมที่กอสวมรอยพระพุทธบาทไว้ และพระธาตุนารายณ์เจงเวงที่
                                                                ่
               บรรจุพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า

                       เมืองหนองหานน้อย อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหนองหานหลวง คือบริเวณหนองหาน อาเภอกุมภวาปี จังหวัด
               อุดรธานีในปัจจุบัน หนองหานน้อยตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มตอนเหนือของล าน้ าชี เป็นแหล่งต้นน้ าของล าน้ าปาวไหลลงทางใต้
               ออกไปรวมกับล าน้ าชีในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์
                       เมืองอินทปัฐนคร ตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ าโขงทางทิศใต้ อินทรปัฐนครเป็นเมืองกัมพูชาโบราณ มีศูนย์กลางอยู่ที่
               เมืองพระนคร (อังกอร์)
                       เมืองสาเกต หรือ ร้อยเอ็จประตู ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองศรีโคตรบูร บริเวณลุ่มน้ าชในเขตจังหวัด
                                                                                               ี
               ร้อยเอ็ดในปัจจุบัน
                       เมืองกุรุนทนคร หรือ อโยธยา เป็นชื่อรัฐโบราณในต านานอุรังคธาตุ ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ าเจ้าพระยาที่ห่างไกลออกไป
               ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองศรีโคตรบูร กุรุนทนครหรืออโยธยามีอีกชื่อหนึ่งว่า “ทวาราวดี” (กรมศิลปากร. ๒๕๓๗ : ๘๙)
                       เมืองจุฬนี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ าโขง เป็นเมืองโบราณของชาวเวียตนามตั้งแต่บริเวณตังเกี๋ยลงมาจนถึง
               ตอนกลางประเทศที่รู้จักกันในนามอาณาจักรกวางนาม (Quang-nam) มีเมืองเว้เป็นราชธานี (มาซูฮารา. ๒๕๔๖ : ๑๐๓)
                       จากต าแหน่งที่ตั้งเมืองศรีโคตรบูรเป็นเมืองส าคัญที่มีองค์พระธาตุพนมเป็นศูนย์กลาง ระยะต่อมามีการเปลี่ยนแปลง
               ต าแหน่งที่ตั้งของบ้านเมือง แต่ว่ามีอยู่ในเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้กับพระธาตุพนมเท่านั้น เช่น เมืองหนองหานหลวงและหนอง
               หานน้อยเกิดน้ าท่วมเมืองล่มจม ท าให้ผู้คนอพยพเมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณหนองคันแทเสื้อน้ า ใกล้ริมฝั่งแม่น้ าโขงเขตจังหวัด
               หนองคายและเวียงจันท์ (ศรีศักร วัลลิโภดม. ๒๕๔๖ : ๑๕) รวมทั้งการย้ายเมืองศรีโคตรบูรมาอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ าโขงที่
               เมืองมรุกขนคร จากนั้นย้ายขึ้นไปบริเวณเขตเมืองเก่าศรีโคตรบูร ใกล้เมืองท่าแขก แขวงค าม่วน ประเทศลาว ต าแหน่งที่ตั้งของ
               รัฐโบราณที่อยู่ร่วมสมัยในต านานอุรังคธาตุดูได้จากภาพประกอบ ๑
   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194