Page 191 - ebook.msu.ac.th
P. 191

188


                              เหล่านั้นด้วยประการต่างๆ ลางตัวก็ตายไปถึงแม้เงือกงูก็เช่นเดียวกัน
                              สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นจึงพากันหนีออกไปตามแม่น้ าอุรังคนทีไปเที่ยว
                              แสวงหาที่อยู่ลี่ผีสางทั้งหลาย เงือกงูทั้งหลายเหล่านั้นจึงล่องหนี
                              ไปตามล าแม่น้ าของ ทางใต้ศรีสัตนาคนั้นอยู่เสมอดอยนันทกังรี
                              สุวรรณนาคนั้นอยู่ปู่เวียน พุทโธปาปนาคนั้นก็คุ้ยควักแต่ที่นั้น
                              เกลื่อนพังทลายเป็นหนองบัวบานแล้วก็อยู่ที่นั้น นอกจากนั้นตัวใด
                              ปรารถนาอยู่ที่ใดก็ไปอยู่ ณ ที่นั้น ส่วนเงือกงูทั้งหลายก็อยู่เป็น
                              บริวารแห่งนาคนั้นทุกแห่ง”
                                                                  (กรมศิลปากร. ๒๕๓๗ : ๙๐-๙๑)

                       นอกจากนี้อุรังคธาตุยังแสดงให้เห็นว่าสถานที่ส าคัญในต านานที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นพื้นที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไป

               และประทับรอยพระบาท อันก่อให้เกิดต านานการเกิดชื่อสถานที่ (Place name) อื่นๆ อีกมากมาย เช่น
                              “ยังมีพญานาคตัวหนึ่งชื่อว่า สุกขนาค หัตถีเนรมิตเป็นช้างพลาย
                              ถือดอกไม้เข้ามาขอเอารอยพระบาท พระพุทธองค์ทรงประทับ
                              รอยพระบาทไว้ที่แผ่นหินริมแม่น้ าชั่วเสียงช้างร้องได้ยิน
                              ช้างตัวนั้นก็เข้าไปไหว้อุปฐากด้วยงวงยกขึ้นใส่หัวแล้วก็หลีกหนีไป
                              น้ าที่นาคตัวนั้นอยู่เรียกว่า เวินสุข แล้วคนทั้งหลายได้พร้อมกัน
                              เอาทองมาหล่อเป็นพระพุทธรูปใหญ่เท่าองค์พระตถาคตประดิษฐาน
                              ไว้ ณ ที่ฉันเพลนั้น พญานาคตัวนั้นจึงเอารูปพระพุทธองค์หนีไป
                              จากที่นั้นไปไว้ในแม่น้ า ณ ที่อยู่แห่งตน คนทั้งหลายจึงได้เรียกที่นั้นว่า
                              เวินพระเจ้ามาถึงกาลบัดนี้”
                                                                         (กรมศิลปากร. ๒๕๓๗ : ๔๑)

                       อีกทั้งกล่าวถึงพระบาทเวินปลาที่พระพุทธเจ้าอธิษฐานรอยพระบาทไว้ที่ก้อนหิน ดังเนื้อความว่า
                              “แต่นั้นพระพุทธองค์จึงเสด็จไปสู่เมืองศรีโคตรบองเพียงที่อยู่แห่ง
                              พญาปลาตัวหนึ่ง พญาปลาตัวนั้นได้เห็นพระรัศมีของพระพุทธองค์
                              จึงได้พาบริวารล่องไปตาม พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “พญาปลาตัวนี้
                              จักมีอายุยืนตลอดถึงพระอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ลงมาตรัสเป็นพระพุทธเจ้า
                              จึงได้จักจุติจากชาติปลามาเกิดเป็นมนุษย์ แล้วออกบวชเป็นภิกษุ
                              ในส านักพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น...
                               เมื่อพญาปลาตัวนั้นได้ยินพระพุทธพยากรณ์อันนี้ก็ชื่นชมยินดียิ่งนัก
                              จึงมาค านึงนึกแต่ในใจว่า อยากจะได้รอยพระบาทของพระศาสดา
                              ไว้เป็นที่สักการะ พระพุทธองค์ทรงทราบจึงทรงพระเมตตาอธิษฐาน
                                                46
                              รอยพระบาทไว้ที่โหง่นหิน ในน้ าที่นั้น คนทั้งหลายจึงเรียกที่นั้นว่า
                              พระบาทเวินปลามาเท่ากาลบัดนี้”
                                                                         (กรมศิลปากร. ๒๕๓๗ : ๔๑)

                       การกล่าวถึง “เวิน” จ านวนมากแสดงให้เห็นว่า “พื้นที่ทางกายภาพ” ของแม่น้ าโขงประกอบด้วยเวินจ านวนมาก อัน
               เกี่ยวเนื่องกับการมีสายน้ าหลายสายในบริเวณนี้ เพราะค าว่า “เวิน” หมายถึง กระแสน้ าไหลปะทะกับแก่งหรือโขดหินท าให้เกิด
                           ี่
               กระแสน้ าไหลเชยววนชาวบ้านเรียกว่า “เวิน” หรือ “วังเวิน” เป็นพื้นที่ที่มีอันตรายแห่งหนึ่งของแม่น้ าโขง ดังนั้นจึงเป็นที่น่า
                                                                           ื่
               สังเกตได้ว่า เวินต่างๆ มักเป็นสถานที่ที่มีนาคหรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่ชาวบ้านเชอว่าศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ อีกทั้งเป็นสถานที่


                     ิ
               46  ก้อนหน
   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195   196