Page 214 - ebook.msu.ac.th
P. 214
211
ิ
เมตตรัย ซึ่งความคิดความเชื่อเรื่องพระศรีอริยเมตไตรยนี้มีอทธิพลต่อวิธีปฏิบัติของชาวบ้านอย่างมาก53
ชาวบ้านโดยทั่วไปมักรับรู้ว่า ใครฟังเทศน์มหาชาติครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ภายในวันเดียว ใครได้บูชาสักการะด้วย
เครื่องบูชาคาถาพนจะได้รับอานิสงส์มากและได้เกิดในศาสนาของพระศรีอาริย์ ซึ่งเราสังเกตได้จาก
ั
ิ
ื่
องค์ประกอบของพธีกรรมที่ชาวบ้านต่างช่วยกันประดับตกแต่งเพอเป็นเครื่องสักการบูชา ได้แก่ ธูป ธงชัย
เทียน ดอกไม้ ข้าวตอก ข้าวเหนียวหนึ่งให้ครบอย่างละพน เพอให้เท่ากับหนึ่งพนพระคาถาในเรื่องมหา
ื่
ั
ั
เวสสันดรชาดกด้วยนั่นเอง
นอกจากนี้ สีลา วีระวงศ์ (๒๕๒๙: ๖๙) ได้กล่าวไว้ว่า “เรื่องพระเวสสันดรเป็นวรรณคดีส าคัญมี
อทธิพลยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากประชาชนชาวลาว ทุกๆ ปี ปวงชนชาวลาวทุกบ้านทั่ว
ิ
เมืองได้พากันท าบุญฟงเทศน์เรื่องพระเวสสันดรนี้ไม่ได้ขาดเป็นเวลาเนิ่นนานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ปี
ั
นอกจากนี้วรรณคดีเรื่องนี้ได้เป็นหลักค้ าชูพุทธศาสนาในด้านวัตถุ โดยการหาเงินสร้างวัดมาแล้วไม่รู้กี่ล้านกี่โกฏิ
นั่นหมายความว่า ชาวลาว(รวมทั้งในภาคอีสานของไทย)ได้ใช้วรรณกรรมเรื่องพระเวสสันดรในพธีกรรมการฟง ั
ิ
เทศน์ โดยอ่านให้ชาวบ้านฟงถึงเรื่องราวของการเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายโดยมุ่ง
ั
การบ าเพ็ญทานบารมี ก่อนจะมาเป็นเจ้าชายสิตธัตถะและได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า”
วรรณกรรมเรื่องนี้ถือกันว่าเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาอดีตชาติทั้งหมด เหตุที่ได้ชื่อว่ามหาชาตินั้น
จรัส พยัคฆราชศักดิ์ (๒๕๓๔: ๑๖๘) เสนอว่า "ประการแรกเพราะว่าเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ เป็นพระชาติสุดท้าย
ของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะจุติมาเป็นเจ้าชายสิตธัตถะและตรัสรู้เป็นพระพทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ประการที่สอง
ุ
เพราะพระเวสสันดรทรงบ าเพญบารมีครบถ้วน ๑๐ บารมี ตั้งแต่เนกขัมมบารมีจนถึงสัจบารมี และประการ
็
ุ
ื่
สุดท้ายเพราะเป็นชาติที่พทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธามากกว่าชาติอน ๆ ในทศชาติ" นอกจากนี้พนเอกพระ
ั
สารสาสน์พลขันธ์ (อางถึงในธนิต อยู่โพธิ์, ๒๕๒๔: ๓) ได้ให้ทัศนะเรื่องดังกล่าวว่า “พระโพธิสัตว์ในก าเนิดพระ
้
ั
เวสสันดรได้สร้างแบบของมนุษย์ผู้ก้าวถึงขั้นสูงสุดแห่งการด าเนินในทางวิวัฒนาการ อนน าไปสู่ความเต็มเปี่ยม
ทางจริยธรรมและความรู้และเหมาะแก่การข้ามพน(โอฆะ)ห้วงสุดท้าย ซึ่งจะแยกออกเสียได้จากการเกิดเป็น
้
เทวดา เพราะเหตุนี้ ก าเนิดสุดท้ายนี้จึงได้นามว่ามหาชาติ” ด้วยเหตุนี้เอง วรรณกรรมเรื่องนี้ได้แพร่หลายและ
เป็นที่รับรู้ของพทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วทุกภาคของไทย รวมทั้งได้จัดให้มีพธีกรรมการฟงเทศน์มหาชาติเป็น
ิ
ั
ุ
งานประเพณีที่เป็นส่วนหนึ่งในการด าเนินชีวิตของคนไทยอกด้วย ดังที่สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา ฯ
ี
ี
่
สยามบรมราชกุมารี (๒๕๒๕: ๑๓๑) ได้ตรัสว่า “หนังสือมหาชาติไม่เป็นเพยงหนังสือส าหรับอานเท่านั้น แต่
็
กลายเป็นประเพณีที่เป็นส่วนหนึ่งในการด าเนินชีวิตของคนไทย ท าให้คนไทยซาบซึ้งในเรื่องการบ าเพญทาน
ื่
บารมีมากกว่าอย่างอน ซึ่งจะแสดงออกในการที่เรามักจะนึกถึงเรื่องทานก่อนอนอยู่เสมอเมื่อพดถึงการท าบุญ
ู
ื่
บ าเพ็ญกุศล”
การที่ชาวอสานได้ให้ความส าคัญกับประเพณีบุญผะเหวด เชื่อกันว่าเป็นบุญใหญ่กว่าบุญอน ๆ โดย
ี
ื่
จะต้องจัดขึ้นทุกปี และเมื่อจัดแล้วจะต้องท าให้ถูกต้องจึงจะได้อานิสงส์มาก ท าให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล มี
ุ
ุ
ความอดมสมบูรณ์ทั้งเรื่องของเกษตรกรรมและวิถีชีวิตนั้น พระราชกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดอบลราชธานี ได้
กล่าวไว้ในหน้าค าอนุโมทนา ในหนังสือล ามหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดกภาคอีสานของพระปริยัติวราลังการ
(๒๕๔๒) ว่า “...โบราณถือว่า ถ้าหมู่บ้านใดไม่จัดให้มีการฟังเทศน์มหาชาติประจ าปี จะท าให้เกิดอาเพศ ฟ้าฝน
53
์
ไม่เฉพาะเรื่องประเพณีการเทศนมหาชาติเท่านั้น แต่สังเกตได้ว่าเมื่อมีการท าบุญใด ๆ เช่น สร้างหนังสือให้เป็น
ธรรมทาน มักอ้อนวอนร้องขอให้ประสบความส าเร็จ ให้มีความสุข ความเจริญ มีทรัพย์สมบัติ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และ
มักจะตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า ขอให้ได้ไปเกิดในศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยด้วย

