Page 219 - ebook.msu.ac.th
P. 219
216
จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นผู้ศึกษามีความคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวก าหนดรูปแบบของตัววรรณกรรมได้
อย่างชัดเจน ทั้งทางด้านภาษาและตัวอักษร รวมไปถึงภาพสะท้อนทางสังคมที่ปรากฏออกมาจากตัว
วรรณกรรม ซึ่งผู้ศึกษาเห็นด้วยกับแนวคิดของนักวิชาการทั้งสองท่านนี้
่
วรรณกรรมท้องถิ่นนั้นมีบทบาทส าคัญต่อผู้อานและชุมชนที่เป็นเจ้าของวรรณกรรม เพราะมีบทบาท
่
ั
ที่จะจรรโลงใจผู้อ่านเป็นส าคัญ ซึ่งในอดีตผู้ที่สามารถอานตัวอกษรเหล่านี้ได้ก็เห็นจะมีแต่ผู้ที่มีความรู้ผ่านการ
บวชเรียนมาก่อนซึ่งถือเป็นส่วนน้อย สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพการเรียนรู้ในอดีตได้เป็นอย่างดี “วรรณกรรม
ท้องถิ่นมีบทบาทต่อผู้อ่านและชุมชนที่เป็นเจ้าของวรรณกรรมหลายประการ สังคมไทยในอดีตผู้อ่านออกเขียน
ี
ได้ เป็นเพยงกลุ่มน้อยที่จ ากัดในหมู่ผู้น า พระภิกษุและผู้บวชเรียน ประชาชนทั่วไปรับรู้รสวรรณกรรมต่างๆ
โดยการฟังจากผู้อ่านหนังสือแตก (ช านาญการอ่าน)” (จารุวรรณ ธรรมวัตร, ๒๕๓๗ : ๑๐)
ื้
วรรณกรรมชาดกพนบ้านอีสาน เรื่องจันทคาต ถือว่าเป็นอีกวรรณกรรมนิทานท้องถิ่นเรื่องหนึ่งที่แสดง
ั
ั
ภาพสะท้อนทางสังคม ทั้งทางด้านภาษาและตัวอกษร ซึ่งบ่งบอกอตลักษณ์ของกลุ่มชนนั้นๆได้เป็นอย่างดี
เรื่องหนึ่ง ซึ่งในวรรณกรรมเรื่องจันทคาตนี้ แสดงอตลักษณ์ความเป็นอีสานอย่างแรกก็คือ ลักษณะภาษาที่ใช้
ั
ี
ั
เป็นภาษาอสาน ซึ่งจารด้วยตัวอกษรธรรมอสานและถูกผูกเรื่องแต่งขึ้นตามจินตนาการบ้าง ผ่านสภาพสังคม
ี
ี
และมเรื่องราวที่สอดคล้องกับชุมชนนั้นๆ ซึ่งจารุวรรณ ธรรมวัตรได้กล่าวในลักษณะนี้ว่า “วรรณกรรมนิทาน
ที่นิยมแต่งเป็นร้อยกรองเป็นเรื่องที่นิยมในแต่ละท้องถิ่นมีทั้งเรื่องที่แต่งขึ้นตามจินตนาการและผูกเรื่องจาก
เหตุการณ์ส าคัญภายในชุมชน ซึ่งเน้นความบันเทิงใจเป็นหลัก” (จารุวรรณ ธรรมวัตร, ๒๕๓๗:๘)
่
จากความส าคัญข้างต้นตามที่กล่าวมา ท าให้ผู้อานมีความคิดที่น าเอาลักษณะความเป็นตัวตนที่
แสดงออกผ่านทางวรรณกรรม หรือที่เรียกว่าอัตลักษณ์ มาเป็นประเด็นส าคัญในการวิเคราะห์ความเป็นอีสาน
ที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องจันทคาต ว่ามีออกมาในด้านใดบ้าง บอกความเป็นตัวตนมากน้อยเพยงใด และ
ี
ี
อกประการหนึ่งก็คือ เพอเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ วรรณกรรมอสานที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญา เป็น
ื่
ี
รากเหง้าแห่งความคิดของคนอีสานไว้นานสืบไป
ั
ในส่วนของค าว่า “อตลักษณ์” ซึ่งผู้ศึกษาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการศึกษาครั้งนี้ มาจากศัพท์ใน
ภาษาองกฤษว่า Identity ซึ่งส่วนมากใช้ในศาสตร์ทางด้านมานุษยวิทยา ความหมายว่า “เอกลักษณ” ซึ่ง
์
ั
เป็นคุณลักษณะเฉพาะของกลุ่มชนที่มีความแตกต่างจากกลุ่มชนอน ๆ หรือความเป็นอย่างหนึ่งอย่างเดียวกัน
ื่
ของผู้คน ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มคนที่มีส านึกร่วมกันว่าตนเองมีจุดก าเนิดของบรรพบุรุษร่วมกัน มีขนบธรรมเนียม
ประเพณีเดียวกันและภาษาเดียวกัน ตลอดจนความรู้สึกเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (๒๕๔๖ : ๙๓๒) ให้ความหมายของค าว่า อัตตะ หรือ อต
ั
ั
ื่
ว่าหมายถึง ตน และตนเอง อตลักษณ์จึงเป็นลักษณะเฉพาะของตนเองที่แตกต่างไปจากลักษณะของคนอน
หรือสังคมอน ในขณะที่ ยศ สันตสมบัติ (๒๕๔๒ : ๒) กล่าวว่า อตลักษณ์ หมายถึง ความมีตัวตนที่ถูก
ั
ื่
ั
สร้างขึ้นบนฐานของการมีเชื้อชาติและวัฒนธรรมเดียวกัน ส่วนสุพตรา สุภาพ (๒๕๔๒ : ๒๐) กล่าวถึง
Identity ในความหมายของค าว่า เอกลักษณ์ เป็นลักษณะเด่นของสังคมหรือลักษณะส่วนรวมของสังคมที่
เห็นเด่นชัด แตกต่างจากสังคมอื่นๆ เป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง
จากทัศนะและค าอธิบายต่าง ๆ ข้างต้นนี้ ถือเป็นความพยายามที่จะท าความเข้าใจและอธิบาย
ั
ความหมายของค าว่า “Identity” ในบทความนี้ ผู้ศึกษาจะใช้ในความหมายว่า “อตลักษณ์” เนื่องจาก
เป็นลักษณะเฉพาะที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มชนหนึ่ง ทั้งในด้านสังคมและวัฒนธรรม อกทั้งมีความหมายครอบคลุม
ี
เนื้อหาของงานที่ศึกษาด้วย

