Page 216 - ebook.msu.ac.th
P. 216

213


                                              ่
               (กุมภาพันธ์-เมษายน) ซึ่งเป็นฤดูร้อนกอนเข้าสู่ฤดูฝน ฤดูกาลแห่งการท าไร่นาช่วยให้เราเข้าใจความสัมพนธ์ทาง
                                                                                                    ั
               สังคมระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้  ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานบุญ
               ผะเหวดขึ้นมาก็เพื่อให้ฝนตก ข้าวกล้าพืชพันธุ์ธัญญาหารมีความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง


               ๔. วรรณกรรมประกอบการเทศน์: ในฐานะเป็นกลไกทางสังคมของชุมชน

                       หากเราใช้แนวคิดทฤษฎีมาอธิบายในหัวข้อนี้ พิธีกรรม ซึ่งเป็นข้อมูลหนึ่งในทางคติชนวิทยานั้น นักคติ
               ชนวิทยาคนส าคัญชื่อวิลเลียม บาสคอม (อางในศิราพร ณ ถลาง, ๒๕๔๘: ๓๑๘) ได้จ าแนกบทบาทหน้าที่ไว้ ๔
                                                  ้
                                                                 ิ
               ประการ ประการแรกใช้อธิบายที่มาและเหตุผลในการท าพธีกรรม  ประการที่สอง ท าหน้าที่ให้การศึกษาใน
               สังคมที่ใช้ประเพณีบอกเล่า ประการที่สาม รักษามาตรฐานทางพฤติกรรมที่เป็นแบบแผนของสังคม และ

               ประการสุดท้าย ท าหน้าที่ให้ความเพลิดเพลินและเป็นทางออกให้กับความคับข้องใจของบุคคล   ในเรื่อง
                                                                           ิ
               ดังกล่าว ศิราพร ณ ถลาง (๒๕๔๘: ๓๒๑-๓๒๒) กล่าวว่า "ความเชื่อ พธีกรรม ล้วนมีหน้าที่ตอบสนองความ
               ต้องการของมนุษย์ทางด้านจิตใจและช่วยสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงทางวัฒนธรรมให้แต่ละสังคม
               พิธีกรรมเป็นการรวมพลังของคนในสังคม ท าให้สมาชิกในสังคมรู้สึกมั่นคง มีความสบายใจขึ้น อบอุ่น และช่วย

               สร้างความรู้สึกความเป็นพวกเดียวกัน ดังนั้นพิธีกรรมจึงเป็นกลไกในการสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่มชนด้วย"
                       จึงอาจกล่าวได้ว่า วรรณกรรมเรื่องมหาชาติซึ่งว่าด้วยจริยาวัตรของของพทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยพระชาติ
                                                                                  ุ
               เป็นพระเวสสันดร นั่นคือการสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติ ที่ชุมชนน าเสนอโดยผ่านสื่อ
                                                     ุ
                                                                    ั
                                                                            ื่
               ในรูปแบบของพธีกรรมการเทศน์มหาชาติให้พทธศาสนิกชนได้ฟงนั้น ก็เพอเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างวัดกับ
                             ิ
               บ้านหรือชุมชน เป็นเครื่องมืออบรมพทธศาสนิกชนให้มีความศรัทธาเลื่อมใสและปฏิบัติตามจริยาวัตรของพระ
                                              ุ
               เวสสันดรคือการรู้จักท าบุญให้ทาน  เป็นคนมีจิตใจเออเฟอเผื่อแผ่ รู้จักเสียสละ รู้จักให้ ซึ่งเป็นแนวคิดหลักใน
                                                           ื้
                                                               ื้
               เรื่องดังกล่าว ผลบุญจะน าไปสู่ความสุขความเจริญนั่นเอง
                        เมื่อพจารณาบรรยากาศในงานบุญผะเหวดเราจะพบว่า พระสงฆ์และผู้น าชุมชนต่างเป็นผู้มีบทบาท
                            ิ
               ส าคัญในการก าหนดรูปแบบพิธีกรรม และได้ช่วยย้ าแนวคิดดังกล่าวเพื่อให้ชาวบ้านได้บริจาคเงินหรือได้ให้ทาน
               เช่น การบริจาคกัณฑ์ต้น การบริจาคกัณฑ์เทศน์ การบริจาคกัณฑ์หลอนและกัณฑ์จอบ  การจับเซียมซี (สอย
               ดาว) การตักบาตรวันเกิด การตักบาตรร้อยแปด การตักบาตรสวรรค์ การถวายปัจจัยหรือจัดซื้อเครื่อง
               อฐบริขารส าหรับพระอปคุต การบริจาคค่าภัตตาหารเพล การจัดตั้งโรงทาน ตลอดจนการบริจาคค่าน้ าค่าไฟ
                 ั
                                   ุ
               เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่อน าเงินไปบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุในทางพุทธศาสนา ถือว่าได้ร่วมกันท าบุญครั้งยิ่งใหญ่ของ
               ชุมชน เป็นการสืบสานจารีตประเพณีของชุมชนไว้ และถือเป็นการท านุบ ารุงศาสนาอีกทางหนึ่งด้วย
                       นอกจากนี้ถือเป็นกลไกหรือเป็นกุศโลบายประการหนึ่งที่ต้องการให้คนในสังคมได้สร้างวัฒนธรรม
               ชาวบ้านร่วมกันสร้างความสัมพนธ์ และความสามัคคีในกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน ตลอดจนท าหน้าที่
                                           ั
               ควบคุมคนในสังคมให้มีระเบียบแบบแผน โดยมีศาสนาเป็นศูนย์กลางทางด้านจิตวิญญาณ
                        ปัจจุบัน หลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในชุมชนทั้งครูและนักเรียน รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ

               หรือเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับวัดและชาวบ้านในพธีกรรมการเทศน์มหาชาติมากยิ่งขึ้น เช่น โรงเรียนได้เข้า
                                                            ิ
               มามีส่วนร่วมในขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง หน่วยงานของรัฐและเอกชนได้ได้บริจาคทรัพย์ร่วมเป็น
               เจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ กัณฑ์หลอน และภัตตาหารเพล เป็นต้น

                       ในปัจจุบันบริบททางสังคมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พระสงฆ์ที่มีความสามารถในการเทศน์มีน้อยลง
               รูปแบบขั้นตอนถูกปรับให้มีความกระชับขึ้นและมีความทันสมัย และ(บางแห่ง)มุ่งให้ความส าคัญกับการจัด
               กิจกรรมความบันเทิงมากยิ่งขึ้น  หากแต่ด้วยความเชื่อที่มีต่อศาสนา ความเชื่อที่มีต่อธรรมชาติ  และความเชื่อ
   211   212   213   214   215   216   217   218   219   220   221