Page 243 - ebook.msu.ac.th
P. 243
240
สมุดข่อย
จารึกเกร็ดประวัติศาสตร์เมืองมหาสารคาม
ณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์
บทน า
ภาคอสานในอดีตนั้นถูกเรียกรวมกับภาคเหนือว่าหัวเมืองลาว โดยรวมไปถึงอาณาจักรเก่าแก่ฝั่งซ้าย
ี
ื้
ของแม่น้ าโขงก่อนการปฏิรูปการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๓ ด้วย ส่วนพนที่ทางตอนใต้ของหัวเมืองลาวนั้นเป็น
ส่วนที่เรียกว่า เขมรป่าดง เอกสารทางประวัติศาสตร์ ได้ระบุว่าสภาพภูมิศาสตร์ของหัวเมืองลาวรวมไปถึงเขมร
ื
ป่าดงนี้มีพชส่งออกทางเศรษฐกิจที่ส าคัญ คือ ผลเร่ว คนในท้องถิ่นเรียกหมากแหน่ง บางท้องที่เรียกหมากอี้
๑
ู
เป็นพืชตระกลกระวาน ที่มีราคา เป็นส่วนประกอบของเครื่องเทศ โดยหัวเมืองลาวรับค าสั่งให้ส่งผลเร่ว เข้าไปสู่
ราชส านักสยามเป็นประจ าทุกปี นอกจากผลเร่วแล้วยังปรากฏว่ามีสิ่งที่ต้องส่งไปด้วย เช่น ผ้าไหมริ้ว ผ้าปูม สี
ผึ้ง ช้าง ข้าว น้ ารัก ทองค า รวมถึงเงินตรา เป็นต้น ลักษณะการจัดส่งให้ราชส านักสยาม เช่นนี้ เรียกว่าการส่ง
“ส่วย”
เว็บไซต์ที่มา = http://www.biogang.net/upload_img/biodiversity/biodiversity-๒๐๙๕๗-๒.jpg และhttp://www.thummada.com/cgi-bin/iB๓๑๕/
ikonboard.pl?act=Print;f=๗;t=๒๕๓
เมืองมหาสารคามเริ่มตั้งในปี พ.ศ. ๒๔๐๘ ถูกจัดอยู่หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ จ าเป็นต้อง
ส่งส่วยผลเร่วให้กับราชส านักสยามทุกปีเช่นกัน ถึงแม้จะเพิ่งแยกตัวจากเมืองร้อยเอ็ด ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ ในปี
พ.ศ. ๒๔๑๒ ก็ตาม การเก็บส่วยนั้นทางราชส านักจะแบ่งชายฉกรรจ์ที่ถูกท าบัญชีแล้วออกเป็น ๓ ส่วน สอง
ี
ส่วนถูกส่งลงไปที่กรุงเทพฯ อกส่วนจะถูกใช้ในราชการเมืองมหาสารคาม ซึ่งจะต้องเก็บเงินจากชายฉกรรจ์ ปี
ละ ๒ บาท เท่ากับผลเร่วคนละ ๖ กิโลกรัมต่อปี ซึ่งบางปีก็จัดส่งลงไปได้ตามจ านวน แต่มีบางปีมีการจัดส่ง
เงินแทนผลเร่ว หรือบางปีก็ไม่จัดส่งเลย เป็นเหตุให้ทางราชส านักต้องท าสารตรามายังเจ้าเมืองเพอเร่งรัดให้
ื่
๑
ี้
ื
ี้
ี
มีเรยกหลายชื่อตามท้องถิ่น หมากแหน่ง (สระบุร) หมากเนิง (อีสาน) มะอ หมากอี้ มะหมากอ (เชียงใหม่) หน่อเนง (ชัยภูมิ) เป็นพชล้มลุก
ี
มีเหง้าหรือล าต้นอยู่ในดิน จัดเป็นพชสกุลเดียวกับ กระวาน ข่า ขิง ใบมีลักษณะยาวเรยว ปลายใบแหลมและหอยโค้งลง ก้านใบมีขนาดสั้น
้
ื
ี
่
ออกดอกเป็นช่อจากยอดที่แทงขึ้นมาจากเหง้า ดอกมีสีขาวก้านช่อดอกสั้น ผลมีขนสีแดงปกคลุม เมล็ดมีสีน้ าตาล เรวมีหลายชนิด เช่น เรว ่
หอม เร่วช้าง เร่วกอ ซึ่งเร่วเหล่านี้มีลักษณะต้นแตกต่างกันไป

