Page 244 - ebook.msu.ac.th
P. 244
241
ส่งผลเร่วไปตามจ านวนที่ก าหนด ซึ่งสารตราดังกล่าวถือเป็นหนังสือค าสั่งทางราชการใช้บัญชาและสื่อสารงาน
ราชการต่างๆ ระหว่าง ราชส านักกับหัวเมืองซึ่งส่งตรงมาถึงเจ้าเมือง
ี่
ลักษณะของสารตราฉบับจริงจะเป็นแผ่นกระดาษทเขียนด้วยลายมือของอาลักษณ์ในราชส านักเป็นตัว
อักษรไทย ภาษาไทย มีความประณีตในการเขียน ปัจจุบันอาจถูกเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ ที่ส าคัญต้องมีตรา
ี
ประทับของส่วนราชการที่ออก เช่น กรมมหาดไทย จะเป็นรูปราชสีห์ใหญ่ ราชสีห์น้อย เป็นต้น ถ้าไม่มท้องตรา
ดังกล่าวถือว่าเป็นของปลอม เมื่อรับทราบเนื้อความตามบัญชา สารตราดังกล่าวจะถูกเก็บ และเนื้อหาจะ
ั
คัดลอกลงในสมุดข่อยซึ่งคล้ายกับการท าส าเนาในปัจจุบัน แต่แตกต่าง คือ ใช้ตัวอกษรท้องถิ่นในการบันทึก
เป็นอักษรเฉพาะของหัวเมืองลาว คือ อักษรไทยน้อย หรือลาวเดิม ตามแต่สมัครใจเรียก ซึ่งในหัวเมืองลาวสมัย
ั
ั
นั้นมีใช้อยู่ ๒ รูปอกษรและมีหน้าที่ต่างกัน ได้แก่อกษรธรรม ใช้บันทึกเรื่องราวทางความเชื่อ ศาสนาเป็น
ส่วนมาก พบว่ามีการบันทึกสรรพวิชาต่างๆ ด้วยเช่นกัน เช่น ต ารายา ฤกษ์ยาม โหราศาสตร์ (ต าราดูหมอ)
ต าราสร้างบ้าน คาถาอาคม เป็นต้น ส่วนอกษรไทยน้อยจะใช้บันทึกทั่วไป ทั้งเกี่ยวข้องกับข้อราชการ วิถีชีวิต
ั
วรรณกรรมบันเทิง เช่น กฎหมาย ต านานบ้าน ต านานเมือง นิทานท้องถิ่น ค าสอน เป็นต้น
ในสมัยนั้นหัวเมืองลาวมีแบบแผนในการเขียน การใช้อักษรที่มีลักษณะเฉพาะ มีการเรียนรู้จดจ าสืบมา
มีเสมียนประจ าเมืองที่มีความรู้เกี่ยวกับตัวอักษรไทยและอกษรท้องถิ่นเป็นอย่างดี สามารถถอดความและเขียน
ั
บันทึกเป็นภาษาราชการประจ าถิ่นได้ ซึ่งอักษรไทยน้อยมีข้อแตกต่างและมีขอจ ากัดขัดของบางประการที่ไม่
้
้
อาจจะคัดลอกจากอักษรไทยเป็นอักษรไทยน้อยได้ครบทุกตัวเพราะบางตัวไม่มี หรือมีแต่ไม่นิยมใช้ เช่น การ
ใช้ ร นิยมใช้ ฮ(Ã) ซึ่งสัณฐานของตัวไทยน้อยจะคล้ายคลึงกับ ร หรือใช้ ล(]) แทน
ดังตัวอย่าง
ุ
ฺ
v6xikf , v6xikL อปฮาด, อปฮาส อ่านว่า อบ-ปะ-ฮาด แทนค าว่า อุปราช
ฺ
ฺ
ุ
ุ
ฺ
ฺ
ฺ
]kf:t;H' , ikL:t;H' ลาดซะวHง, ฮาสซะวHง ก็ม ี แทนค าว่า ราชวงศ์
ฺ
ฺ
ฺ
iPgvyf , ]Pgvyf ฮอยเอyด, ลอยเอyดฺ แทนค าว่า ร้อยเอ็ด
ฺ
ฺ
ลักษณะเฉพาะความแตกต่างของตัวไทยน้อยนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งจะกล่าวในล าดับต่อไป
ในบทความชิ้นนี้ ได้น าเอาสมุดข่อยที่บันทึกสารตราจากทางราชส านักจ านวน ๒๐ ฉบับ ซึ่งเป็น
เอกสารที่ให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ชาวอีสานและชาวมหาสารคามควรรับรู้รับทราบว่าในช่วงบ้านเมือง
ก าลังกอร่างสร้างตัวอยู่นั้น มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับผู้คนและสังคมของเราบ้างในฐานะลูกหลานหัวเมืองลาว
่
ในอดีต ถึงแม้จะเป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของประวัติศาสตร์ก็ตาม
ผู้เขียนได้น าเสนอวิธีการปริวรรตถอดความ มีทั้งค าปริวรรตและถอดแปลเป็นค าอานปัจจุบัน ทั้งนี้
่
ั
ื่
เพอให้ผู้อานได้ศึกษาอกขรวิธีของการเขียนตัวอกษรไทยน้อยด้วยส่วนหนึ่ง และเป็นประโยชน์แก่นัก
ั
่
ประวัติศาสตร์รวมถึงผู้สนใจใฝ่รู้ด้วย อกทั้งการปริวรรตออกมาเป็นภาษาปัจจุบันโดยตรงถือเป็นการง่าย แต่
ี
เพอให้ผู้อานได้สัมผัสกลิ่นอายของอดีตเหมือนกับผู้เรียบเรียง เพราะการปริวรรตครั้งนี้ ได้เรียนรู้จากหลาย
ื่
่
ส่วนทั้งการค้นคว้าจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ จารึก ค้นคว้าทางอนเทอร์เน็ต และสอบถามจาก
ิ
ผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้ความช่วยเหลือในด้านประวัติศาสตร์และระบบของสังคมในเชิงมานุษยวิทยาในช่วงเวลาที่
ปรากฏในสารตรา รวมถึงข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์หลายประเด็น

