Page 126 - ebook.msu.ac.th
P. 126
๑๑๕
แต่นั้น เจ้าก็ลัดเล่งลิ้ว เถิงดอยดงเผด
ฝูงหมู่แฮ้ง กาฮ้ายไล่กิน
คื่นๆก้อง เผดใหญ่ผาไป พุ้นเยอ
เค็งๆเสียง เผดผีแฮงฮ้อง
เมื่อนั้น บาศรีแก้ว คัชชนามดูหลาก
เจ้าก็ซั้กเข้าใกล้ ดูแจ้งจิ่งถาม
เจ้าจิ่งปากกล่าวต้าน ถามแห่งกรรมเวร
ได้ท้ากรรมสันใด บาปจิ่งถองเถิงเนื้อ
แต่นั้น เขาก็จารจาต้าน กรรมหลังชาติก่อน
เผดหนึ่ง กงเกวียนตั้ง เทินหัวผันอยู่
เลือดอาบย้อย แดงเข้มดั่งฝาง
ปางก่อนนั้น กรรมมันได้ ลืมคุณพ่อแม่
สวยเสียดเว้า ค้าฮ้ายพ่อแม่ตน หั้นแล้ว
เผดหนึ่ง ย่างผ่าไฟฮ้อน แสงไฟลุกลวบ
คื่นๆก้อง คือฟ้าแผดเสียง
คีงบวบบี้ ยีย่อยเป็นผง
ทั้งคีงคือ ดั่งไฟลามไหม้
พอยเล่าเค็งๆฮ้อง กรรมเวรมาบีบ
อันนี้ เป็นแต่กรรมเวรเบื้อง ปางหลังน้าส่ง
มันได้กุมกอดเกี้ยว เมียเจ้าเพิ่นหวง ท่านนั้น
กับทังญิงเผดฮ้าย กะท้าสิ่งสันเดียว
เวรังเถิง เทื่อมันมีชู่ แท้แล้ว
๏เผดหนึ่ง พายลึงค์ไว้ เอาห้าฮองนั่ง
ทั้งเล่าถือไม้ค้อน ตีต้องถืกหัว
อันนี้ ชาติก่อนพุ้น เป็นญิงมิสสาจาร
กรรมเวรมัน เกิดเป็นขุนกวนบ้าน
มันข่มเห็งชาวบ้าน ชาวเมืองบังเบียด
ตามึนทึน ท่อกะบุ้งโตนเต้น
แซวๆฮ้อง กากินสับตอด
ดึงจ่องท้อง กาเต้นตอดตา
ปางก่อนนั้น เป็นนายเพ็ชคาด
เวรแต่ชาติภายพุ้น ตามให้แก่มัน

