Page 260 - ebook.msu.ac.th
P. 260
๒๔๙
ยูท่างฮักแนบเนื้อ ซมกิ่นแพงศรี
เนียรๆสอง กอดกันแฝงฝั้น
กิ่นกะจวนฟ้ง เต็มหอผาสาท
พอเมื่อเดือนด่วนค้าย คาแจ้งเที่ยงคืน
ยักข์สลาดฮู้ เถิงเมื่อยามกิน
มันก็เขียวคืนมา สู่หอผีเสื้อ
ยักข์บ่ได้เห็นน้้า ไหเงินล้างสว่าย ตีนนั้น
พอยเล่าเมือสู่ห้อง หอแก้วฮอดชาน
มันเห็นโภชนังเข้า ในภาแตกมุ่น
ฝูงอ่างน้้า หลายถ้านแตกทะลาย หั้นแล้ว
กะจวนบอบบี้ ยีย่อยเป็นผง
มันก็ แกนๆเสียงโทสัง ดั่งปานไฟไหม้
ยักข์ก็ซงมงเยี้ยม เมือในผาสาท
มันก็คึดเคียดค้อย ไฟไหม้ไป่ปาน
สูจักดับบาดนี้ ตายทั่วทั้งเมือง หั้นแล้ว
สูอย่ามาลวนกู กล่าวอ้าพางแท้
คึดเถิงปฏิญาณไว้ พญาหลวงโยมอ่อน
กูจักกินเที่ยงแท้ ตายเสี้ยงทั่วเมือง หั้นแล้ว
พญามันมากล่าวต้าน ค้าล่ายพางกู แท้น้อ
สังเฮ็ด คือเมืองสูมุงหินผา ก่อกวมบังไว้
อันนี้ กรรมสูแล้ว ภายกูเป็นโชคใหญ่ ปางนี้
มันเล่าคึงเงือกค้อน ขวานกล้าทืบตีน เจ้าเอย
๏เมื่อนั้น นางนาถย้าน ยินโสกกัวผี
ทั้งตีนมือ สั่นสายปานบ้า
เมื่อนั้น บาศรีแก้ว โลมนางอ้อยอิ่น
น้องอย่าได้ย่อนย้าน ผีฮ้ายท่อใย พี่ท้อน
ท้าวก็โลมอิ่นอ้อย นางเล่าฟังค้า
ยักข์ก็ ซูลูมา ฮอดบาไทท้าว
เมื่อนั้น ค้าเสินแก้ว คัชชนามลือเดช
ท้าวก็จับเกศเกล้า หงายไว้แค่หอ
มันก็ติ่งบ่ได้ แค้นอยู่อือลือ
เหมือนคนตาย เคิ่งคีงไปแล้ว

