Page 299 - ebook.msu.ac.th
P. 299
๒๘๘
เหลือสาขากิ่งก้าน ใบแห้งเหี่ยวเหลือง
คือจอมอวนเจ้า ไลเสียเหินห่าง
น้องคือใบเหี่ยวแห้ง ไฮต้นบ่ห่อนเย็น นั้นแล้ว
๏เมื่อนั้น สายสมรแก้ว บาบุญต้านตอบ
อันว่า จิตแห่งห้อง ภายอ้ายก็ดั่งกัน น้องเอย
ยามเมื่อนิวาสน้อง นานคอบองค์กษัตริย์
เหมือนดั่งแปวผยองผัน ลวกลนไฟไหม้
ในทวงม้าง มโนมัยทะลายแตก
อุกอั่งฮ้อน กองฮ้าจูดเผา น้องเอย
มโนทวงฮ้อน อเวจีจมอยู่
บ่ได้มีสว่างฮ้อน ทงไหม้หมื่นปี นั้นแล้ว
ดีท่อคึดฮอดแก้ว ตนพ่อมีคุณ แท้ดาย
พี่คึดเสียดายแพงศรี จากไปทวงสบั้น
เหมือนดั่งไฟลามไหม้ หัวใจอุกอั่ง
คือดั่งลงสู่พื้น ภายโอมปาละยม ที่พุ้น
ก็บ่ติงตนแผว ส่องมาเห็นได้
เวรให้ไปไกลแก้ว ปทุมานอนคีก
พี่จิ่งผายแผ่นล้าน เห็นน้องจิ่งส้าบาย พี่แล้ว
พี่นี้ เหมือนดั่งอินทร์ประกอบแก้ว ไกลอ่อนสุชาดา
หลิงทางใด ก็บ่เห็นนางแก้ว
เหลือแฮงดั้น เดินหาบ่มีจวบ
ซูดบ่ได้ เหมือนแท้ดั่งหมอน น้องเอย
อินทร์เล่าผัดจวบก้้า เมืองลุ่มไอศวร ที่พุ้น
พอยเล่าเห็นจอมนาง จิ่งเอามาซ้อน
อันนั้น เหมือนพี่ผันในด้าว หาเฮียมเอาฮ่วม
เป็นแต่บุญที่ได้ ซมซ้อนหากอุ่นทวง หั้นแล้ว
พี่ได้จากยอดแก้ว เมือฮอดเมืองคน ที่พุ้น
อันว่า ดวงมโนจิต หากเฝือแฝงฝั้น
อ้ายหากสนละวนกั้น มโนทวงจักแตก ตายแล้ว
พี่ก็ซมดอกไม้ ดวงแก้วฝากอวน นั้นแล้ว
ก็จิ่งหายโสกฮ้อน น้อยหนึ่งพอประมาณ
ผีบ่ได้ดวงทาหาญ ก็ส่วนตายบ่เห็นหน้า

