Page 82 - ebook.msu.ac.th
P. 82
๗๑
ในเมืองคน บ่ย่อนคนในพื้น
จักกุมถอนงาช้าง แฮงดึงได้ง่าย
จักหลกต้นไม้ฮ้อยต้น ลือได้ย่อนไผ แท้แล้ว
๏เมื่อนั้น พระบาทเจ้า จาต่อเสียงหวาน
พาทีจา ต่อขุนชาวค้า
ท่านอย่าเว้าเคียดค้อย สมเสียดโกธา
มีวาจาแข็ง เคียดเค็มขมฮ้าย
แม่นซิผันผยองเต้น ฟันลาซัดหอก ก็ดีท้อน
เจ้าไป่ควรกล่าวต้าน ค้านั้นเสียดสี ท่านเอย
อันนี้ แม่นเฮาเฮ็ดหยอกหลิ่น กางป่าเห็นกัน
ตางฮู้จักแฮง ดึงแก่เกวียนพอฮ้อย
เมื่อนั้น ชายเกวียนเว้า เสียงหวานจากล่าว
ควรที่มาแอ่วป้้า กันหลิ้นหยอกแฮง
เมื่อนั้น คัชชนามเจ้า ผยองลงตั้งต่อ
แม่นซิเอาท่าป้้า บ่มีย้านท่อเม็ดงา
อันว่า ชายพ่อค้า บ่มีย้านแล่นเถิง
เมื่อนั้น บาบ่าวท้าว เจ้าหนุ่มชาวนา
บาอยากลองแฮงมี บ่กัวเก็งย้าน
ท้าวแก่ไม้ คึดอยากลองแฮง
เคยยันคันนาหลวง ขาดไปเป็นบั้น
คีงแดงเพี้ยง คือไฟลนลวก
มันจิ่งก้มขาบไหว้ บาท้าวค่อยขอ
ข้าขอพระอยู่เกล้า เยื้อนโผดปรานี แด่ท้อน
อย่าให้เสียชีวัง ข้าขอดอมเจ้า
ข้าน้อย จักขอขันอาสาเจ้า ทีเดียวผายโผด จิ่งเทอญ
ข้าบ่ฮู้ สังแท้ส่วนตาย พระเอย
๏เมื่อนั้น คัชชนามแก้ว บาบุญจากล่าว
ฮาบ่ได้ย่อนย้าน มึงแท้เป่าควร
คนเดียวแท้ ให้มึงมองหลิงเบิ่ง
บาบ่าวท้าว ทะยานป้้าแกว่งลง
หลุบสู่พื้น ประมาณชั่วเพียงคอ
เกวียนฮ้อยล้ายินยอม ต่อบาบุญกว้าง

