Page 152 - Neuropsychiatric.indd
P. 152
ิ
ั
inhibitors (VEGFR-TKIs); 2) ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ dronedarone; 3) ยารกษาโรคเบาหวาน - ควรพจารณาให้ tumor necrosis factor-alpha inhibitors ส าหรับรักษาโรคข้ออกเสบรูห์
ั
ื่
กลุ่ม thiazolidinediones โดยมีการวิเคราะห์อภิมานหลายเรื่องที่ให้ผลในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นในตารางที่ มาตอยด์ในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ก็ต่อเมื่อไม่มีทางเลือกอน ๆ ในการรักษา และควรให้
่
ึ
3.13 จึงแสดงการศกษาลาสด ซ่งพบว่า rosiglitazone (ถูกถอนทะเบยนแลว) มีความเสยงมากกว่า เฉพาะผู้ป่วยที่เป็น compensated heart failure
่
ี
้
ี
ึ
ุ
74
ั
pioglitazone และ 4) ยารกษาโรคเบาหวานกลุ่ม dipeptidyl peptidase-4 (DPP-4) inhibitors โดยแต่ละ - ควรหลีกเลี่ยงการใช้ carbamazepine ในผู้ป่วยที่มี AV block
ชนิดมีความเสี่ยงไม่แตกต่างกัน (ตารางท 3.13) o พิจารณาเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับโรคหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น
ี่
- ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่จ าเป็นต้องใช้ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยาที่สามารถใช้ได้
ตารางที่ 3.13 ยาที่มีขอมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลว ได้แก่ amiodarone
้
75
75
ยา จ านวนงานวิจัย จ านวนผู้ป่วย ผลการศึกษา - ผู้ป่วยที่มีภาวะ HFrEF ไม่ควรใช้ CCBs ในการรักษาต่อเนื่องระยะยาว
ยาต้านมะเร็งกลุ่ม RCTs 8 เรื่อง 3,408 ราย - epirubicin มีความเสี่ยงในการเกิดพิษต่อหัวใจ ซึ่งน าไปสู่ - ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจล้มเหลว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ citalopram เกิน 40 มิลลิกรัม/วัน เพราะ
65
anthracyclines หัวใจล้มเหลวน้อยกว่า doxorubicin (OR 0.39, 95% CI จะเพ่มความเสยงต่อการเกด TdP และในผู้ป่วย decompensated heart failure ควร
ี
ิ
่
ิ
2
0.20, 0.78, I 0.5%) หลีกเลี่ยงการใช้ citalopram
76
- liposomal doxorubicin มีความเสี่ยงน้อยกว่า
2
doxorubicin (OR 0.18, 95% CI 0.08, 0.38, I 0%) o ประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยก่อนเริ่มใช้ยา เช่น
- doxorubicin หรือ epirubicin ทางหลอดเลือดด าแบบ - ก่อนเริ่มใช้ยาต้านมะเร็งกลุ่ม anthracyclines ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินการท างานของ
้
ิ
ั
ื
่
้
bolus เพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับแบบ continuous หวใจหองลางซ้าย เช่น การตรวจ echocardiography การบรหารยาเขาหลอดเลอดดา
2
่
ี
ิ
่
ื
ั
infusion (OR 4.13, 95% CI 1.75, 9.72, I 0%) แบบช้า ๆ จะช่วยลดความเสยงต่อการเกดพิษต่อหวใจได้ และเมอขนาดยาสะสมของ
ยาต้านมะเร็งกลุ่ม RCTs 7 เรื่อง 10,647 ราย VEGFR-TKIs เพิ่มอุบัติการณ์และความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการ doxorubicin ในร่างกายเกิน 360 มิลลิกรัม/ตารางเมตร ควรติดตามการท างานของหัวใจห้อง
66
VEGFR-TKIs ใช้ยาต้านมะเร็งชนิดอื่น ล่างซ้ายอย่างสม่ าเสมอ
- อุบัติการณ์ 2.4% เทียบกับ 0.75% ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น (RR - ก่อนเริ่มใช้ trastuzumab ผู้ป่วยควรมีค่า LVEF อย่างน้อย 50%
2
2.69, 95% CI 1.86, 3.87, I 0%)
67
dronedarone RCTs 7 เรื่อง 3,408 ราย - dronedarone เพิ่มความเสี่ยง เมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา o ควรติดตามอาการและอาการแสดงของหัวใจล้มเหลว เช่น
ิ
2
(OR 1.57, 95% CI 1.13, 2.18, I 0%) - ผู้ป่วยที่ได้รับ pioglitazone ควรติดตามอาการภายหลังเริ่มใช้ยาหรือปรับเพ่มขนาดยา เช่น
ิ
ิ
68
thiazolidinediones observational 656,593 ราย - rosiglitazone มีความเสี่ยงมากกว่า pioglitazone (OR น้ าหนักเพ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บวม หายใจลาบาก และหากเกดภาวะหัวใจล้มเหลว ให้หยุดยา
2
studies 8 เรื่อง 1.22, 95%CI 1.14, 1.31, I 37%) หรือปรับลดขนาดยา pioglitazone และให้การรักษาหัวใจล้มเหลว และห้ามใช้ pioglitazone
69
DPP-4 inhibitors RCTs 32 เรื่อง 54,640 ราย - saxagliptin, alogliptin, sitagliptin, linagliptin, ในผู้ป่วยที่มีหัวใจล้มเหลวในระดับความรุนแรง class III และ IV ตามการจดแบ่งโดย New
ั
vildagliptin และ anagliptin เพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับ York Heart Association (NYHA)
2
การไม่ได้รับยา (RR 1.13, 95% CI 1.01, 1.26, I 0%) - ผู้ป่วยที่ได้รับ cyclophosphamide มากกว่า 150 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ควรติดตามคลื่นไฟฟา
้
CI, confidence interval; DPP-4 inhibitors, dipeptidyl peptidase-4 inhibitors; OR, odds ratio; RCTs, randomized controlled trials; หัวใจ echocardiography สญญาณชีพ บวม น้ าหนักตัวของผู้ป่วย หากมีภาวะหัวใจล้มเหลว
ั
RR, relative risk; VEGFR-TKIs, vascular endothelial growth factor receptor-tyrosine kinase inhibitors
ควรหยุดยา และให้การรักษาหัวใจล้มเหลว ทั้งนี้อาการมักจะดีขึ้นหลังหยุดยา
8.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน - ควรติดตามการท างานของหัวใจห้องล่างซ้ายในช่วงที่ใช้ trastuzumab หรือ tyrosine kinase
ิ่
63
ข้อแนะน าเพื่อป้องกันการเกิดหัวใจล้มเหลวและภาวะหัวใจล้มเหลวที่อาการแย่ลงจากยา มีดังนี้ inhibitors (เช่น imatinib) ทั้งนี้พบว่า trastuzumab จะมีความเสี่ยงเพมขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ
ิ
ั
ั
o ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่เป็นสาเหตุให้หัวใจล้มเหลวหรือท าให้ภาวะหัวใจล้มเหลวแย่ลง (ตารางที่ anthracyclines, cyclophosphamide หรือ paclitaxel โดยมกเกดหลงจากใช้ยามากกว่า
3.12) ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจล้มเหลวหรือผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างของหัวใจ 6 เดือน
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ thiazolidinediones หรือ metformin ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะ o แนะน าให้ผู้ป่วยสังเกตอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว เช่น หายใจล าบาก เหนื่อยง่าย แขนขาบวม
้
ั
ิ
70
หัวใจล้มเหลว หรือผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาในโรงพยาบาลที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว นาหนกเพ่ม (เช่น มากกว่า 1 กิโลกรัม/วัน) และแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ รวมถึงหลีกเลี่ยง
71
- ห้ามใช้ cilostazol ในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวทุกระดับความรุนแรง การซื้อยารับประทานเอง เช่น NSAIDs
72
- ไม่ควรใช้ lithium ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวระดับรุนแรง
- หลีกเลี่ยงการใช้ itraconazole ส าหรับรักษาเชื้อราที่เล็บ ในผู้ป่วยที่มีหัวใจห้องล่างซ้าย 8.3 การจัดการเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์
ึ
ท างานผิดปกติ หรือผู้ป่วยที่มีหัวใจล้มเหลว ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อราที่รุนแรงต่อ อาการไม่พงประสงค์จากยามักท าให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรงมากขึ้นหรือทรุดหนักในผู้ป่วยที่มี
63
ชีวิต ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือดอยู่เดิม ทั้งนี้การวินิจฉัยค่อนข้างยากเนื่องจากมีหลายปัจจัยร่วม
73
130 131
131

