Page 154 - Neuropsychiatric.indd
P. 154

ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวที่แย่ลง ดังที่ได้กล่าวถึงในส่วนต้นของหัวข้อนี้ ดังนั้น จึงต้องสังเกต  2)  การรักษากรณีเกิดพิษจากยาเคมีบ าบัด
                                ึ
 ิ่
 ว่าภาวะหัวใจล้มเหลวที่รุนแรงมากขึ้น เกิดขึ้นภายหลังจากการใช้ยาหรือปรับเพมขนาดยาหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่  อาการไม่พงประสงค์จากยาเคมีบ าบัดที่ท าให้เกิดพษต่อหัวใจส่วนใหญ่จะไม่กลับเป็นปกติแม้หยุดยา
                                                                 ิ
 ึ
 ิ
 ี
 ิ
 ั
 ์
 ้
                                    ิ
 จะเกดขนภายใน 1 สปดาห (เช่น NSAIDs) ถึง 1 เดือน (เช่น pioglitazone) ยกเว้น กรณยาบางชนดอาจใช้  แลว โดยเฉพาะการเกด cardiomyopathy จาก anthracyclines ได้แก่ doxorubicin, epirubicin และ
                  ้
                                                                                                    ื่
 62
 เวลาหลายเดือน (เช่น bosentan)   ทั้งนี้การเกิดหัวใจล้มเหลวจากยา ท าให้เกิดพยาธิสภาพที่ต้องใช้  idarubicin ดังนั้น นอกจากการหยุดยาที่คาดว่าเป็นสาเหตุแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้สูตรยาเคมีบ าบัดอน ๆ ที่
                  ิ
                                                                         ิ
 ื้
 ระยะเวลาในการฟนตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ดังนั้น การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวจากยาจึงมีการรักษาทั้งใน  มีพษต่อหัวใจ  ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จ าเพาะส าหรับการเกิดพษต่อหัวใจ การให้การรักษาตามอาการ
 ั
                              ั
                                 ั
 ี
 ึ
                                                                                             ุ
 ระยะเฉยบพลนและระยะยาว จงอธิบายเฉพาะการจัดการในระยะเฉียบพลัน เนื่องจากเภสัชกรส่วนใหญ่มี  ได้แก การใช้ยาขบปสสาวะ ACE inhibitors, beta blockers, digoxin ยาต้านการเกาะกลมกันของเกล็ด
                    ่
                                                                                             ่
 ิ่
 ความคุ้นเคยกับแนวทางการรักษาในระยะยาว ทั้งนี้สามารถศึกษาเพมเติมได้จากแนวทางเวชปฏิบัติเพือการ  เลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด อาจมีผลให้บางส่วนของเนื้อเยื่อของหัวใจ (myocytes) กลับคืนสู่สภาพ
 ่
                                                        ้
 วินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว พ.ศ. 2562 โดยสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย    ปกติได้ โดยต้องใช้เวลาในการฟนตัวของกลามเนอหวใจในระยะยาว จงต้องรกษาเปนเวลานาน ดังนนควรให ้
                                                   ้
                                                                               ั
                                                                          ึ
                                          ้
                                                                                                  ้
                                                                                                  ั
 61
                                                          ั
                                          ื
                                                                                     ็
                                                        ื
 1)  การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน   ความส าคัญกับการป้องกันการเกิดพษจากยาเคมีบ าบัด โดยการประเมินผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ โรคประจ าตัว
                                              ิ
 63
                                                                                               ื่
 การจัดการเมื่อเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีสาเหตุจากยา คือ การหยุดยาที่เป็นสาเหตุ และให้การ  สืบค้นข้อมูลและซักประวัติที่เกี่ยวข้อง เช่น การรักษาโดยการฉายรังสีหรือเคมีบ าบัดมาก่อน ยาอนที่ได้รับร่วม
                                                                       ู
                                                                   ื
                                             ้
                                                                                                     ่
 รักษาเช่นเดียวกับภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันที่ไม่ได้มีสาเหตุจากยา ในที่นี้จะกล่าวถึงพอสังเขป  ภายหลัง  ด้วย ตรวจรางกายและตรวจทางหองปฏิบัติการเป็นระยะ เลอกสตรยาเคมบ าบัดและปรบขนาดยาทใช้ให้
                          ่
                                                                                           ั
                                                                                                     ี
                                                                               ี
                                                      ่
                                                      ื
                                                                                           ึ
                                                                                                       ิ
                                                                                                 ่
                                                                                         ์
                                                                               ่
                                                                 ่
                                                                                ึ
                                                                 ี
                               ื
                               ่
 จากหยุดยาที่เป็นสาเหตุผู้ป่วยมักจะอาการดีขึ้นหรือมีการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับค่า  เหมาะสม ระวังเรองขนาดสะสมของยา เพอลดความเสยงต่ออาการไมพงประสงค ซ่งยาแตละชนดม ี
                                  ั
                       ี
                                                 ึ
                                      ่
                                                                                      ี
                                                                                         ั
                                                                                      ่
                                                                 ื
                                                                ู
                                                                ่
 ครึ่งชีวิตของการก าจัดยาออกจากร่างกาย   รายละเอยดแตกต่างกน ผู้อานสามารถศกษาเพมเติมจากคมอมาตรฐานการทางานเกยวกบยาเคมีบาบด และ
                                                                                                    ั
                                                       ่

                                                       ิ

                                                                                          77
 การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน 60,61,63  เน้นการปรับสภาพการไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการ   การดูแลผู้ป่วยหลังได้รับยาโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
 และลดหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน  หลักการรักษาที่ส าคัญคือ ประเมินลักษณะผู้ป่วยตามปริมาณสารน้ าใน
                       8.4 ตัวอย่างกรณีศึกษา
 ร่างกายว่ามีภาวะแบบน้ าเกิน (wet) หรือมีภาวะปกติ หรือขาดน้ า (dry)  และประเมินการไหลเวียนของโลหิต  8.4 ตัวอยางกรณีศึกษา
                       Longhi และคณะ  ได้รายงานกรณศกษาการเกดหัวใจล้มเหลวจาก clozapine ในผู้ป่วยชาย อายุ
 ี
                                                               ิ
 ื
 ี
                                                      ึ
                                                     ี
 ่
 ว่ามการไหลเวียนไมเพียงพอ (cold) หรอเพยงพอ (warm)  ยาที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ ยาขับปัสสาวะกลุ่ม   Longhi และคณะ  ไดรายงานกรณีศึกษาการเกิดหัวใจลมเหลวจาก clozapine ในผูปวยชาย อายุ
                                      78 78
 loop diuretics ซึ่งมักใช้รูปแบบยาฉีด ยาขยายหลอดเลือด (vasodilators) ซึ่งใช้ในผู้ป่วยที่มี mean arterial   25  ป มีโรคประจําตัวคือ โรคจิตเภท นานประมาณ 2 ป ยาปจจุบันทีไดรับคือ clozapine  900  มิลลิกรัม
               25 ปี มโรคประจ าตวคือ โรคจตเภท นานประมาณ 2 ปี ยาปัจจุบันที่ได้รับคือ clozapine 900 มิลลิกรัม
                      ี
                                 ั
                                          ิ
                                                                          ่
                                                         ี
                                              ู
               ร่วมกบยาอนในการรักษา แรกรับ ผป่วยแจ้งว่ามอาการหายใจหอบเหนอย ประมาณ 6 เดือนก่อนหน้า ผล
                                              ้
                         ื
                         ่
                                                                            ่
                    ั
                                                                            ื
 ุ
 ้
 ั
 ็
 ื
 ิ
 ิ
 pressure มากกว่า 65 มลลเมตรปรอท  ยากระตนหวใจ (inotropic drugs) และยาหดเกรงหลอดเลอด   รวมกับยาอื่นในการรักษา แรกรับ ผูปวยแจงวามีอาการหายใจหอบเหนอย ประมาณ 6 เดอนกอนหนา
                                                                                                        
                                                                                               ื
                                                                              ่
                                                                              ื
               ตรวจ echocardiography พบ dilated cardiomyopathy และ LVEF มีค่า 33% จึงได้เริ่มการรักษาภาวะ
 (vasopressors) ซึ่งใช้ในผู้ป่วยที่มี mean arterial pressure น้อยกว่า 65 มิลลิเมตรปรอท     ผลตรวจ echocardiography พบ dilated cardiomyopathy และ LVEF มีคา 33% จึงไดเริ่มการรักษา
 ผู้ป่วยที่มีลักษณะ “wet-warm” พบบ่อย หากเป็นชนิดปริมาณสารน้ าเกินเป็นหลัก (cardiac type)   ภาวะหัวใจลมเหลวดวย ACE inhibitors, beta blockers และยาขบปสสาวะ และหยดใช clozapine โดย
               หัวใจล้มเหลวด้วย ACE-inhibitors, beta blockers และยาขบปัสสาวะ และหยุดใช้ clozapine โดยค่อย ๆ
                                                                   ั
                                                                                        ุ
                                                                        ั
                                                                                           
                                 
 ู
                                                                                                    ิ
                                                                                         ั
 ั
 ั
 ั
 ้
 ้
 ิ
 ่
 จะไดรับการรักษาดวยยาขบปัสสาวะ หากเป็นชนิดความดนโลหตสงเป็นหลกโดยปริมาณสารน าในรางกาย  คอย ๆ ปรับลดขนาด clozapine ลง 150 มิลลิกรัม/วน และเริมใช olanzapine โดยคอย ๆ ปรับขนาดยา
                                                                                 ่
                                                                                                      ึ
                  ั
                                                                                                      ้
 ้
               ปรบลดขนาด clozapine ลง 150 มิลลิกรัม/วัน และเริ่มใช้ olanzapine โดยคอย ๆ ปรบขนาดยาเพ่มขน 5
                                                                                         
                                                                     ่
                                                                        
                 
                                                             ั
               มิลลิกรัม ทุก 6 วัน จนถงขนาด 30 มิลลิกรัม/วัน แต่เมื่อแพทย์ประเมินอกครั้ง 4 สัปดาห์ต่อมา ผู้ป่วยอาการ
                                                                            ี
 ปกติ (vascular type) จะได้รับยาขยายหลอดเลือดและลดความดันโลหิต (vasodilators) เป็นหลัก   เพิ่มข้น 5 มิลลิกรัม ทุก 6 วัน จนถึงขนาด 30 มิลลิกรัม/วัน แตเมื่อแพทยประเมินอีกครั้ง 4 สัปดาหตอมา
                                    ึ
                    ึ
               หัวใจล้มเหลวยังไม่ดีขึ้น แพทย์จึงเพม spironolactone และ 9 เดือนต่อมาผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ผลตรวจ
 ผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ จะให้ furosemide ขนาด 20-40 มิลลิกรัม ฉีดเข้าทาง  ผูปวยอาการหัวใจลมเหลวยังไมดขน แพทยจึงเพิ่ม spironolactone และ 9 เดือนตอมาผูปวยมีอาการดีข้น
                                               ิ่
                                                                                                        ึ
                                           ี
                                                   
                                            ึ้
               echocardiography พบว่า LVEF เพิ่มขึ้นเป็น 54%
 ั
 หลอดเลอดด า นาน 1-2 นาท หรือบริหารยาแบบตอเนองโดยผสมใน NSS และอตราการบริหารยาไม่เกิน        ผลตรวจ echocardiography พบวา LVEF เพิ่มขึ้นเปน 54%
 ื
 ่
 ื
 ่
 ี
                                      79
                       Ahmed และคณะ  ไดรายงานกรณศกษาการเกิดหัวใจล้มเหลวจาก idarubicin ในผู้ป่วยหญิงเป็น
 ิ
                                          ้
                                                       ึ
 ื่
                                                     ี
 4 มิลลิกรัม/นาที เพอป้องกันการเกิดพษต่อหู  หากผู้ป่วยใช้ยาขับปัสสาวะชนิดรับประทานอยู่ก่อน ให้ฉีด   Ahmed และคณะ  ไดรายงานกรณีศึกษาการเกิดหัวใจลมเหลวจาก idarubicin ในผูปวยหญิงเปน
                                      79
                                             ี
                                                                                    ่

 furosemide ครั้งแรกในขนาดเทียบเท่าขนาดยารับประทาน  ถ้าปริมาณปัสสาวะออกน้อยกว่า 1 มิลลิลิตร/  โรค acute myeloid  leukemia มีภาวะหายใจลําบากขณะนอนราบ นําหนักเพิ่มข้น 13.6  กิโลกรัม และ
                                                                            ้
                                                                                       ้
                                                                                    ิ
               โรค acute myeloid leukemia มภาวะหายใจลาบากขณะนอนราบ น าหนักเพมขน 13.6 กิโลกรัม และ
                                                                                       ึ
                                                                             ้
                                                                                      ึ
 ั
 ิ
 ิ่
 ี
 ั
 กิโลกรัม/ชั่วโมง ให้เพมขนาด furosemide  จากน้นประเมนอกครั้งใน 2 ชัวโมงต่อมา หากปสสาวะนอยกว่า   อาการแยลง หายใจลําบากมากขึ้น ผลตรวจ echocardiography พบวา LVEF มีคา 25% หัวใจหองลางขวา
                                                                                                    ่
 ่
                       ่
               อาการแยลง หายใจล าบากมากขึน ผลตรวจ echocardiography พบว่า LVEF มีค่า 25% หัวใจห้องลางขวา
 ้
                                           ้
                                                                          
                                                                                    
 1 มิลลิลิตร/กิโลกรัม/ชั่วโมง ให้ furosemide ร่วมกับ hydrochlorothiazide หรือ spironolactone  และ  ทํางานลดลง มีความดันโลหิตในปอดสูงระดับปานกลาง และมี mitral regurgitation ระดบรุนแรง ซึง
                                                                       ี
                             ี
                                        ิ

               ทางานลดลง มความดนโลหตในปอดสงระดับปานกลาง และม mitral regurgitation ระดับรุนแรง ซึ่ง
                                                  ู
                                   ั
                                                                                               ั
                                                                                                        ่
 ่
                                                                                                       ่
                                                                       ั
                      ้
                                                                             ิ
 หากไมตอบสนองอาจพิจารณาการฟอกเลอด  และประเมนการตอบสนองการรกษาจากอาการและอาการ  สอดคลองกับภาวะ cardiomyopathy ในระดบรุนแรง แพทยสงสัยวาเกิดจากยา เนองจากอาการดงกลาว
               สอดคลองกับภาวะ cardiomyopathy ในระดบรุนแรง แพทย์สงสยว่าเกดจากยา เนองจากอาการดังกลาว
 ั
 ื
                                                      ั
                                                                                       ่
 ิ
                                                                                       ื
                                                                   
                                                                         
                                                      ั
                                                                                                    ั
                                                                                       ่
                                                                                       ื
 แสดงของผู้ป่วย เช่น หอบ เหนื่อยลดลง นอนราบได้ ปริมาณสารน้ าเข้า-ออกร่างกาย (intake-output) ต้องได้  เกิดข้นภายหลังการเริ่มรักษาดวยยาเคมีบําบัด ประมาณ 15 วัน โดยสูตรยาทีผูปวยไดรับคอ idarubicin
               เกิดขึ้นภายหลังการเริ่มรักษาด้วยยาเคมีบ าบัด ประมาณ 15 วัน โดยสูตรยาที่ผู้ป่วยได้รับคือ idarubicin
                                          
                                                                                          
                                                                                              ื
                                                                                   ่
                    ึ
                                                                                    
 ก าไร 500-1,000 มิลลิลิตร/วัน และน้ าหนักตัวของผู้ป่วยลดลงวันละ 0.5-1 กิโลกรัม เป็นต้น   12 มิลลิกรัม/ตารางเมตร เปนเวลา 3 วัน และ cytarabine 200 มิลลิกรัม/ตารางเมตร เปนเวลา 7 วน ซึ่งผล
                                                                       ิ
                                                                         ิ
                    ิ
                                                                           ั
               12 มลลกรม/ตารางเมตร เป็นเวลา 3 วัน และ cytarabine 200 มลลกรม/ตารางเมตร เปนเวลา 7 วัน ซึ่งผล
                        ั
                      ิ
                                                                                          ็
                                                                                                  ั
 ผู้ป่วยที่ควรได้รับยาขยายหลอดเลือดและลดความดันโลหิต ยาที่แนะน าคือ nitroglycerin ขนาด  ตรวจ echocardiography ก่อนเริ่มใช้ยา พบว่า LVEF เท่ากับ 74% และการท างานของหัวใจห้องล่างขวา
                                               
                                            ่
                                                       
               ปกติ  การรักษาที่ผู้ป่วยได้รับ คือ การให้ออกซิเจนอย่างเพยงพอ และให้การรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ และ
 ั
 ั
 ั
 ิ
                                                                 ี
 เริ่มต้น 5-10 ไมโครกรม/นาที จากนั้นปรบเพ่มขนาดยาตามการตอบสนองครั้งละ 5-10 ไมโครกรม/นาที ทุก   ตรวจ echocardiography กอนเริมใชยา พบวา LVEF เทากับ 74% และการทํางานของหัวใจหองลางขวา
                                     
               ปกติ  การรักษาที่ผูปวยไดรับ คอ การใหออกซิเจนอยางเพียงพอ และใหการรักษาดวยยาขับปสสาวะ และ
                                          ื
                                                            
 3-5 นาที บริหารยาในอตราไม่เกิน 200 ไมโครกรม/มิลลิลิตร ผสมยาใน NSS หรือ D5W ความเข้มข้นไม่เกิน   ACE-inhibitors แต่ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักลงและเสียชีวิตในที่สุด
 ั
 ั
 ี
                                ึ
 ่
                                            ็
 ิ
 400 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ระหว่างใหยาควรติดตามความดันโลหต ชีพจร คาครเอตินนในเลอด คายเรย  ACE inhibitors แตผูปวยมีอาการทรุดหนักลงและเสียชีวิตในที่สุด
 ่
 ู
 ี
                       จากกรณศกษาแรก จะเหนได้ว่าผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจากการใช้ clozapine ซึ่งเป็นยาตัว
 ิ
                              ี
 ื
 ้
                      จากกรณีศึกษาแรก จะเห็นไดวาผูปวยเกิดภาวะหัวใจลมเหลวจากการใช clozapine ซึ่งเปนยาตัว
 ื
 ไนโตรเจนในเลอด คาไบคารบอเนต คาความเปนกรดในเลอด (pH) ค่า partial pressure ของ carbon   เดียวในกลุ่มยารักษาโรคจิตที่ท าให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยรายนี้ได้รับ clozapine ระยะยาว และได้รับ
 ์
 ื
 ็
 ่
 ่
                                                                                                       
                           ู
                             ุ
                                                                       ี
               ในขนาดยาสงสดในการรกษา คือ 900 มิลลิกรัม/วัน ในขณะท่ขนาดยาท่วไปในการรกษาคือ 300-450
                                      ั
 dioxide ในเลือด (PaCO2) อาการผิดปกติ เช่น วิงเวียน หัวใจเต้นช้า หายใจหอบเหนื่อย    เดียวในกลุมยารักษาโรคจิตที่ทําใหเกิดภาวะหัวใจลมเหลว ผูปวยรายนี้ไดรับ clozapine ระยะยาว และไดรับ
                                                                                          ั
                                                                                ั
               ในขนาดยาสูงสุดในการรักษา คอ 900 มิลลิกรัม/วน ในขณะทีขนาดยาทัวไปในการรักษาคอ 300450
                                                                                ่
                                                                                                ื
                                            ื
                                                                      ่
                                                            ั
 132                                                                                                   133
                                                                                                       133




                                                                                   ั
                       มิลลิกรัมตอวัน  ภาวะหัวใจลมเหลวจาก clozapine  สามารถพบไดต้งแต 3  สัปดาห (เฉลี่ย 14
                                                                  80
               เดือน) และพบไดในผูที่ใชยาในขนาดตั้งแต 125 มิลลิกรัม/วน  ซึ่งผูปวยรายนี้เริ่มมีอาการ 6 เดือนที่ผานมา
                                                                ั
               เปนตัวอยางใหเห็นถึงความจําเปนในการติดตามอาการไมพึงประสงค  
                          ี
                                                                                                       
                      กรณศึกษาที่สองเปนตัวอยางการเกิดพิษตอหัวใจจาก idarubicin ภายใน 2 สัปดาหหลังจากใชยา
                                                                                                       
               โดยมีขนาดยาสะสม 36 มิลลิกรัม/ตารางเมตร ซึ่งเปนเหตุการณที่พบไดไมบอย สวนใหญจะพบภายหลังใชยา
               เปนระยะเวลายาวนานเปนเดือนหรือป  โดยผูปวยที่ไดรับขนาดยาสะสม 150 290 มิลลิกรัม/ตารางเมตร มี
               โอกาสเกิดพิษตอหัวใจระยะยาว

                                                                                                      140
   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159