Page 189 - Neuropsychiatric.indd
P. 189
ตารางที่ 4.8 ยาที่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อเลือดออกในเนื้อสมอง
ยา จ่านวนงานวิจัย จ่านวน ผลการศึกษา
ผู้ป่วย
ยาละลายลิ่ม observational 2,281 ราย ยาละลายลิ่มเลือดเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา
42
เลือด studies และ - อุบัติการณ์ 5.7% เทียบกับ 1.6% (OR 3.44, 95% CI 2.04, 5.82,
2
RCTs 6 เรื่อง I 0%)
43
DOACs RCTs 5 เรื่อง 51,895ราย DOACs ประกอบด้วย apixaban, dabigatran, edoxaban,
่
rivaroxaban มีความเสี่ยงน้อยกวา warfarin (RR 0.51, 95% CI
2
0.41, 0.64, I 40.1%)
44
NSAIDs observational 1,839,462 NSAIDs เพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา
2
studies 13 เรื่อง ราย - NSAIDs (RR 1.33, 95% CI 1.11, 1.61, I 89.5%)
2
- meloxicam (RR 1.48, 95% CI 1.15, 1.91 I 45.5%)
2
- diclofenac (RR 1.39, 95% CI 1.11, 1.75, I 77.4%)
2
- indomethacin (RR 1.36, 95% CI 1.09, 1.71, I 0%)
CI, confidence interval; DOACs, direct oral anticoagulants; NSAIDs, nonsteroidal anti-inflammatory drugs; OR, odds ratio; RCTs,
randomized controlled trials; RR, relative risk
28,45
ปจจยเสยงต่อการเกดโรคหลอดเลอดสมองแตก 28,45 คือ อายุมากกว่า 70 ปี เพศชาย โรคความดน
่
ี
ั
ั
ื
ั
ิ
ปจจัยเสียงตอการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแตก
่
ั
ุ
คอ อายมากกวา 70 ป เพศชาย โรคความดน
ื
โลหิตสูง สูบบุหรี่ อ้วน ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มากกว่า 60 กรัม/วัน) ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
โลหิตสูง สูบบุหรี่ อวน ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล (มากกวา 60 กรัม/วัน) ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
ภาวะเกล็ดเลือดต่่า
ภาวะเกล็ดเลือดต่ํา
3.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
3.2 ขอแนะนําเพื่อการปองกัน
28
ข้อแนะน่าเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแตกจากยา มีดังนี้
28
ขอแนะนําเพื่อปองกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแตกจากยา มีดังนี้
ื
o ควรจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้ หากจ่าเป็นต้องใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อเลอดออกใน
o ควรจัดการกับปจจัยเสี่ยงที่สามารถแกไขได หากจําเปนตองใชยาที่มีความเสี่ยงตอเลือดออกใน
เนื้อสมอง (ตารางที่ 4.7)
เนื้อสมอง (ตารางที่ 4.7)
็
้
ื
o ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดหรือยาตานการแขงตัวของเลอด ควรได้รับการติดตามอย่างไกล้
่
o ผูปวยทีไดรับยาละลายลิ่มเลือดหรือยาตานการแข็งตัวของเลือด ควรไดรับการติดตามอยาง
ชิด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด alteplase ควรได้รับการติดตามภาวะเลือดออกทุก 15 นาที จนครบ
ิ
ใกลชิด เชน ยาละลายลิ่มเลือด alteplase ควรไดรับการตดตามภาวะเลือดออกทุก 15 นาที
1 ชั่วโมง จากนั้นทุก 30 นาที นาน 6 ชั่วโมง และทุกชั่วโมง จนครบ 17 ชั่วโมง
จนครบ 1 ชั่วโมง จากนั้นทุก 30 นาที นาน 6 ชั่วโมง และทุกชั่วโมง จนครบ 17 ชัวโมง
่
o ควรเฝ้าระวังในผู้ป่วยที่จ่าเป็นต้องใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อเลือดออกในเนื้อสมองร่วมกันหลาย
ื
้
ั
่
o ควรเฝาระวงในผูปวยทีจําเปนตองใชยาทีมีความเสี่ยงตอเลือดออกในเนอสมองรวมกันหลาย
่
ขนาน เช่น aspirin ร่วมกับ clopidogrel
ขนาน เชน aspirin รวมกับ clopidogrel
o กรณีใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรปฏิบัติตามเกณฑ์ข้อบ่งชี้และและข้อห้ามใช้ของยา
o กรณีใชยาละลายลิ่มเลือด ควรปฏิบัติตามเกณฑขอบงชี้และขอหามใชของยา
o ควรระมัดระวังอันตรกิริยาระหว่างยาระดับรุนแรงที่จะส่งผลต่อภาวะเลือดออกง่าย เช่น warfarin
o ควรระมัดระวังอันตรกิริยาระหวางยาระดบรุนแรงทีจะสงผลตอภาวะเลือดออกงาย เชน
ั
่
ั
้
่
ิ
ิ
ิ
้
ซึ่งเป็นยาที่มีการใช้บ่อยและเภสัชกรควรใหความสาคญในการเฝาระวังการเกดอันตรกรยา
warfarin ซึ่งเปนยาที่มีการใชบอยและเภสัชกรควรใหความสําคญในการเฝาระวังการเกิดอันตร
ั
ระหว่างยาที่มีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก (ตารางที่ 4.9)
กิริยาระหวางยาที่มีผลเพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดเลือดออก (ตารางที่ 4.9)
168
168
ตารางที่ 4.9 ตัวอยางรายการยาที่มีอันตรกิริยาระหวางยากับ warfarin และเพิ่มความเสี่ยงตอการเกิด
เลือดออก
กลุมยา รายการยา ผล
ั
ยารักษาภาวะหวใจเตนผดจงหวะ amiodarone เพิ่ม INR
ั
ิ
ยาตานการเกาะกลุมกันของเกล็ดเลือด aspirin, clopidogrel เพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดเลือดออก
ื
ั
ยาลดไขมนในเลอด fenofibrate, gemfibrozil เพิ่ม INR
fluvastatin, rosuvastatin, simvastatin
ื้
ยาตานเชอรา fluconazole, itraconazole, เพิ่ม INR
ketoconazole, voriconazole
NSAIDs celecoxib เพิ่ม INR
diclofenac, ibuprofen, naproxen เพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดเลือดออก
ยาตานแบคทีเรีย azithromycin, clarithromycin เพิ่ม INR
cloxacillin
171

