Page 194 - Neuropsychiatric.indd
P. 194

(5) ภาวะเกล็ดเลือดต่่าเนื่องจากการใช้ยาที่ท่าให้เกิดภูมิต้านทานต่อเกล็ดเลือด   3.4 ตัวอย่างกรณีศึกษา
                                      55
 ่
 ่
 ิ
 ่
 ื
 ็
 ภาวะเกลดเลอดต่าเนองจากการใช้ยาททาใหเกดภูมต้านทานตอเกลดเลอด (drug-induced   Morelli และคณะ  ได้รายงานกรณีศึกษาการเกิดหลอดเลือดสมองแตกจาก alteplase ในผู้ป่วยชาย
 ื
 ็
 ื
 ้
 ิ
 ่
 ่
 ี
 ่
 ิ
 ้
 ิ
 ้
 ่
 ื
 ็
 immune thrombocytopenia) เกดจากรางกายสรางแอนติบอดีต่อเกลดเลอดของตนเอง ทาใหเกดการ  อายุ 62 ปี ซึ่งมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยถูกน่าส่งแผนกฉุกเฉินเนื่องจากมปัญหากลืนล่าบากและ
                                                                                       ี
 ื
 ็
                    ั
 ทาลายเกลดเลอด และรบกวนการสรางเกลดเลอด (platelet count นอยกว่า 100,000 เซลล์/ลูกบาศก์  เกิดอมพฤกษ์ซีกขวากะทันหัน ผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอรสมองยืนยันว่าเป็น ischemic stroke ความดัน
                                                                  ์
 ้
 ้
 ่
 ื
 ็
                   ิ
                                      ิ
                                                                                ็
                                                                                          ิ
                                                                                   ื
                                                                           ี
 มิลลิเมตร) ท่าให้เลือดออกมากผิดปกติ และถ้ามีเกล็ดเลือดน้อยกว่า 20,000-30,000 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร   โลหตปกติ (130/70 มิลลเมตรปรอท) PT 12 วินาที aPTT 27 วินาท เกลดเลอดปกต (196,000 เซลล์/
 มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเลือดออกรุนแรง มักเกิดภายใน 1-2 สัปดาห์หลังใช้ยา 17    ไมโครลิตร) ได้รับยาละลายลิ่มเลือด alteplase 0.9 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทางหลอดเลือดด่า โดยแบ่งร้อยละ 10
 ั
 ื
                               ื
 ี
 ุ
 ี
 ื
 กรณีมสาเหตุจากยาทั่วไป จะมภาวะเลอดออกเด่น การรกษา คอ หยดยา และไม่กลับมาใช้ยานั้นอก   ฉดเขาทางหลอดเลอดด่าแบบ bolus และที่เหลือบริหารยาแบบต่อเนื่องภายใน 60 นาที ต่อมาหลังได้รับยา
 ี
                    ้
                 ี
                      ี
 ื่
                                                  ่
                                             ่
 ื
 การให้คอร์ติโคสเตียรอยด์ เพอกดระบบภูมิคุ้มกัน การให้ platelet concentrate ในผู้ป่วยที่มีเลอดออก  30 นาท พบว่าอาการทางสมองแยลง คาคะแนน NIH Stroke Scale (NIHSS) ได้ 18 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ใน
                              ึ
                                                                          ี
 รุนแรง หรือให้ IVIG    ระดับปานกลางถงรุนแรง (ข้อมูลการประเมิน NIHSS แสดงในตารางท 4.13)  แพทย์จึงหยุด alteplase และ
                                                                          ่
                                          ์
 ั
                               ์
 ิ
                                                       ี
                                                         ื
 กรณีมีสาเหตุจาก heparin (heparin-induced thrombocytopenia) มกเกดภายใน 1-2 สัปดาห์  ผลตรวจเอกซเรยคอมพิวเตอรสมอง พบว่ามเลอดออกในสมอง “left fronto-temporal hemorrhagic
 ิ่
 ุ
 หลงใช้ยา ภาวะดังกล่าวเพมความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอดตัน เป้าหมายการรักษาคือ ลดความเสี่ยงต่อการ  lesion with remarkable space occupying effect” ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วย cryoprecipitate 10 ยูนิต
 ั
                          ื
 ้
                                                               ์
                      ็
 ุ
                                                                          ์
 เกิดลิ่มเลือดอดตัน 17,54  การประเมนความเป็นไปไดของการเกิด heparin-induced thrombocytopenia ใช้  และเกลดเลอด 8 ยูนิต 1 ชั่วโมงต่อมา ผลตรวจเอกซเรยคอมพิวเตอรสมอง พบว่ายังคงมีเลือดออกมากขึ้น
 ิ
 54
                                                                                                        ิ
 ิ
 เครื่องมือ 4Ts score  โดยมี 4 ปัจจัยหลักที่พจารณาคือ ภาวะเกล็ดเลือดต่่า ระยะเวลาที่เกล็ดเลือดลดต่่าลง   เนื่องจากไม่มีหน่วยศัลยกรรมประสาทที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลที่ท่าการรักษา แพทย์จึงให้ cryoprecipitate เพ่ม
 ิ
 ่
 ั
 ื
 ิ
 ี
 ื
 การเกดลมเลอด และสาเหตุอ่น ๆ ที่ท่าให้เกิดเกล็ดเลือดต่่า โดยแต่ละปัจจยมคะแนน 0-2 คะแนน หากม ี  อีก 10 ยูนิต หลังจากนั้นพบว่าไม่มีเลือดออกในสมองเพิ่มขึ้น
 ่
 ู
 ่
 ี
 ึ
 ่
 ี
 คะแนน 0-3, 4-5 และ 6-8 หมายถง มความนาจะเปนต่า ปานกลาง และสง ตามลาดับ (ตารางท 4.12)  การ
 ็
 ่
                                                                             ์
 แก้ไขในผู้ป่วยที่มีระดับความน่าจะเป็นระดับปานกลาง-สูง ให้หยุด heparin และใช้ยาต้านการแข็งตัวของ  ตารางที่ 4.13 แบบประเมินความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองตามเกณฑของ NIH Stroke Scale (NIHSS)
 เลือดชนิดอนแทน เช่น anti Xa inhibitors คือ fondaparinux จนกว่าเกล็ดเลือดกลับสู่ปกติ แล้วจึง  หัวข้อ   คะแนน
 ื่
 ่
 ี
 ื
 เปลยนเป็น warfarin ต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สปดาห  สาหรบในต่างประเทศ ยาต้านการแขงตัวของเลอดชนด  1a. ระดับความรู้สึกตัว (level   0 = รู้ตัวดี ตอบสนองเป็นปกติ
 ิ
 ็
 ั
 ั
 ่
 ์
                 of consciousness, LOC)
                                          1 = ง่วงซึม ปลุกตื่นได้ง่าย เมื่อตื่นถามตอบรู้เรื่องและสามารถท่าตามสั่งได้
 อื่นที่แนะน่าให้ใช้ ได้แก danaparoid หรือกลุ่ม direct thrombin inhibitors ได้แก่ argatroban, bivalirudin      2 = หลับตลอดเวลา ปลุกตื่นไได้แต่ต้องใช้ตัวกระตุ้น หรืออาจจ่าเป็นต้องใช้สิ่งเร้า
 ่
 ้
 และ lepirudin แต่จะไม่ใช้ LMWH เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิด cross-reactivity ได 17,54     3 = ไม่ตอบสนอง
                 1b. ระดับความรู้สึกตัว (LOC   0 = ตอบได้ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ
 ตารางที่ 4.12 เครื่องมือ 4Ts score ส่าหรับประเมินความน่าจะเป็นของการเกิดเกล็ดเลือดต่่าจากการใช้   questions)   1 = ตอบได้ถูกเพียง 1 ข้อ
 heparin         ถามอายุ และเดือน         2 = ไม่สามารถตอบค่าถามได้หรือตอบผิดทั้ง 2 ข้อ
 หัวข้อ   คะแนน   1c. ระดับความรู้สึกตัว หมวด  0 = ท่าได้ถูกต้องทั้ง 2 อย่าง
 1.  ภาวะเกล็ดเลือดต่่า   0 = ลดต่่าลง < 30-50% หรือระดับเกล็ดเลือดตาสุด < 10,000/ลูกบาศก์มิลลิเมตร   ค่าสั่ง (LOC commands)    1 = ท่าได้ถูกต้องเพียงอย่างเดียว
 ่่
 1 = ลดต่่าลง 30-50% หรือระดับเกล็ดเลือดต่่าสุดมีคา 10,000-19,000/ลูกบาศก์มิลลิเมตร   1) ลืมตาและหลับตา   2 = ไม่ท่าตามค่าสั่ง หรือท่าไม่ถูกต้อง
 ่
 2 = ลดต่่าลง > 50% และระดับเกล็ดเลือดต่่าสุด ≥ 20,000/ลูกบาศก์มิลลิเมตร   2) ก่ามือและแบมือข้างที่ไม่อ่อน
 2.  ระยะเวลาที่เกล็ดเลือด  0 = ≤ 5 วัน และไม่เคยได้รับ heparin ในช่วง 100 วัน ก่อนหน้า   แรง
 ต่่า   1 = น่าจะเป็นในช่วงวันที่ 5-10 หลังจากเริ่ม heparin หรือ < 1 วัน ในกรณีมีประวัติได้รับ heparin   2. การเคลื่อนไหวของตา (best  0 = มองตามได้เป็นปกติ
 ในช่วง 30-100 วัน ก่อนหน้า หรือเกล็ดเลือดต่่าหลังจาก 10 วันไปแล้ว   gaze)   1 = ตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง เหลือบมองไปด้านข้างได้แต่ไม่สุด
 2 = มั่นใจว่าอยู่ในช่วงวันที่ 5-10 หลังจากเริ่ม heparin หรือ < 1 วัน ในกรณีที่มีประวัติได้รับ   ประเมินเฉพาะการเคลื่อนไหว  2 = เหลือบตามองไปด้านข้างไม่ได้เลย
 heparin ในช่วง 5-30 วัน ก่อนหน้า   ของตาในแนวนอน
 ั
 ี
 3.  ลิ่มเลือดอุดตัน   0 = สงสัยว่ามลิ่มเลือดอุดตน   3. การการมองเห็น (visual   0 = ลานสายตาปกติ
 ั
 1 = ลิ่มเลือดอุดตันเดิมเป็นมากขึ้น หรือเกิดลิ่มเลือดอุดตนใหม หรือเกิดผิวหนังแดงบริเวณที่ฉีดยาท ี่
 ่
 ไม่ใช่เนื้อตาย หรือ สงสัยลิ่มเลือดอุดตันแต่ยังไม่ได้พิสูจน์ชัดเจน   fields)   1 = ลานสายตาผิดปกติบางส่วน
 2 = มีลิ่มเลือดอุดตันใหม่ที่พิสูจน์แล้ว หรือเกิด skin necrosis บริเวณที่ฉีดยา หรือเกิด   ประเมินลานสายตาของผู้ป่วย  2 = ลานสายตายผิดปกติครึ่งซีก
 anaphylactoid reaction หลังฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดด่า   ด้วยวิธี confrontation test   3 = มองไม่เห็นทั้ง 2 ตา
 4.  สาเหตุอื่น   0 = มีสาเหตุอื่น ๆ ที่ชัดเจน   4. การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ 0 = ไม่พบมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า
 1 = อาจมีสาเหตุอื่น ๆ   ใบหน้า (facial palsy)   1 = กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงเล็กน้อย
 2 = ไม่มีสาเหตุอื่น   ยิงฟัน หรือยิ้มและหลับตา   2 = กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงมากแต่ยังพอเคลื่อนไหวได้บ้าง
 คะแนนรวม 0-8 โดยความน่าจะเป็น คือ 0-3 = ต่่า; 4-5 = ปานกลาง; 6-8 = สูง   3 = ไม่สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าข้างหนึ่งข้างใด หรือทั้ง 2 ข้างได้เลย
 ที่มา : เรียบเรียงจาก Linkins และคณะ
 54
 172                                                                                                   173
                                                                                                       173
   189   190   191   192   193   194   195   196   197   198   199