Page 196 - Neuropsychiatric.indd
P. 196
56
Patel และคณะ ได้รายงานกรณีศึกษาการเกิดหลอดเลือดสมองแตกจาก enoxaparin ในผู้ป่วยชาย
หัวข้อ คะแนน อายุ 65 ปี มโรคประจ่าตวคือ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลอดแดงโคโรนารและได้รับการผ่าตัดต่อหลอดเลอด
ี
ื
ั
ื
ี
ั
5A. ก่าลังของกล้ามเนื้อแขน 0 = ยกแขนสูง ท่ามุม 90 องศา กบล่าตัวในท่านั่งหรือ 45 องศา ในท่านอนหงาย หัวใจ โรคลนหัวใจ aortic stenosis โรคหัวใจลมเหลว โรคหัวใจเตนผดจังหวะชนิด atrial fibrillation และ
้
ิ
ิ
้
้
และขา (motor arm and leg) และสามารถคงไว้ในต่าแหน่งที่ต้องการได้ตลอด 10 วินาท ี
้
ื
้
่
ั
ข้างซ้าย 1 = ยกแขนสูง ท่ามุม 90 องศา กบล่าตัวในท่านั่ง หรือ 45 องศา ในท่านอนหงาย ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลอด และใสเครื่องกระตุ้นไฟฟาหัวใจ ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลดวย
5B. ก่าลังของกล้ามเนื้อแขน และสามารถคงไว้ในต่าแหน่งที่ต้องการได้ไม่ถึง 10 วินาที โดยที่แขนไม่ตกลงบน อาการเหนื่อย นอนราบไม่ได้ เหนื่อยเฉียบพลันขณะตื่นนอน และได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะเนื่องจากมี
ื่
และขา (motor arm and leg) เตียง ภาวะน้่าเกิน และได้รับ enoxaparin, clopidogrel, aspirin และยาส่าหรับโรคประจ่าตัวอน ๆ ระหว่างนอน
ข้างขวา 2 = ยกแขนขึ้นได้บ้าง แต่ไม่สามารถคงไว้ในต่าแหน่งที่ต้องการได้ จากนั้นแขนตกลง โรงพยาบาล ผู้ป่วยแจ้งพยาบาลว่ามองเห็นภาพไม่ชัด หลังจากนั้นเริ่มไม่สามารถตอบค่าถามได้ ประเมิน
บนเตียง Glasgow Coma Scale ได้ 14 คะแนน จัดอยในความรุนแรงของการบาดเจบทางสมองในระดับเล็กน้อย ผล
่
ู
็
3 = ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแขน ตรวจเอกซเรย์คอมพวเตอร์สมอง พบเลอดออกในสมอง “a large intraparenchymal hemorrhage in the
ิ
ื
4 = แขนพิการหรือถูกตัด หรือพบมีปัญหาข้อติดยึดที่ไม่สามารถแปลผลการตรวจได้
ี
ไม่สามารถประเมินได้ = แขนพิการหรือถูกตัด หรือพบมีปัญหาข้อติดยึด left parietal and temporal lobe” โดยคาดว่ามสาเหตุจาก enoxaparin จึงหยุด enoxaparin รวมถึง
ื
ั
6A. ก่าลังของกล้ามเนื้อแขน 0 = สามารถยกขาข้างที่อ่อนแรงขึ้นได้โดยสะโพกท่ามุม 30 องศา กบพื้นในท่านอน clopidogrel และ aspirin และให้การรักษาด้วย protamine sulfate ทางหลอดเลอดด่า ในสัดส่วน
ื
่
และขาข้างซ้าย (motor arm หงาย คงต่าแหน่งที่ต้องการได้ตลอด 5 วินาท ี protamine ขนาด 1 มิลลิกรัม ต่อ enoxaparin 1 มิลลิกรัม โดยบริหารยาทางหลอดเลอดดาแบบช้า ๆ
ื้
and leg) 1 = สามารถยกขาข้างที่อ่อนแรงขึ้นให้สะโพกท่ามุม 30 องศา กับพนในท่านอน ภายใน 10 นาที และติดตามค่า anti-factor Xa แต่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น โดยผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
หงายได้ไม่ถึง 5 วินาที ก็ต้องลดขาลงแต่ขาไม่ตกลงบนเตียง สมองซ้่า พบว่ามี hematoma ขยายบริเวณมากขึ้น แพทย์จึงวางแผนท่าการผ่าตัดรักษา
6B. ก่าลังของกล้ามเนื้อแขน 2 = ยกขาขึ้นได้บ้างในท่านอนหงาย แต่ไม่ถึงต่าแหน่งที่ต้องการหรือขาตกลงบน
และขาข้างขวา เตียงก่อน 5 วินาท ี 4. ความดันโลหิตสูง
(motor arm and leg) 3 = ไม่สามารถยกขาขึ้นจากเตียงได้ในท่านอนหงาย ภาวะความดันโลหตสง (hypertension) หมายถึง ระดับความดันโลหิตตัวบน (ขณะที่หัวใจบีบตัว)
ู
ิ
4 = ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขา
ั
่
ั
ื
ิ
ิ
ั
ิ
ไม่สามารถประเมินได้ = ขาพิการหรือถูกตัด หรือพบมีปัญหาข้อติดยึด มากกว่าหรอเทากบ 140 มลลเมตรปรอท และ/หรือ ระดบความดนโลหตตัวล่าง (ขณะที่หัวใจคลายตัว)
ิ
่
ั
ื
7. การประสานงานของแขนขา 0 = การประสานงานของแขนขาทั้ง 2 ข้างเป็นปกติ มากกว่าหรอเทากบ 90 มิลลเมตรปรอท ผู้ป่วยที่มีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 180/110
(limb ataxia) 1 = มีปัญหาในการประสานงานของแขนขาหรือขา 1 ข้าง มิลลิเมตรปรอท ในการตรวจครั้งแรก หรือ ความดันโลหิตอยู่ในช่วง 130/80 ถึง 180/110 มิลลิเมตรปรอท แต่
็
ู
59
ั
ตรวจ finger to nose to 2 = มีปัญหาของการประสานงานของแขนหรือขา 2 ข้าง มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ในเกณฑ์สูง จะจัดว่าเปนโรคความดนโลหิตสง เกณฑ์ที่
finger ตรวจ heel to shin ไม่สามารถประเมินได้ = ขาพิการหรือถูกตัด หรือพบมีปัญหาข้อติดยึด ใช้ประเมนว่ามความเสยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด คือข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ 1) มี target organ
ี
ี
ิ
่
8. การรับรู้ความรู้สึก (sensory) 0 = การรับความรู้สึกเป็นปกติ damage; 2) มีหรือเคยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลอด; 3) มีหรือเคยได้รับการวินิจฉัยเป็น
ื
1 = สูญเสียการรับความรู้สึกในระดับน้อยถึงปานกลาง โรคเบาหวาน; และ 4) โอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดใน 10 ปีข้างหน้า มากกว่าร้อยละ 10
59
2 = สูญเสียการรับความรู้สึกในระดับรุนแรง
9. ความสามารถด้านภาษา 0 = การสื่อภาษาเป็นปกติ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รับประทาน
็
ิ
ู
็
ี
ั
่
ี
ู
ู
ิ
ั
(best language) 1 = การสื่อภาษาสูญเสียไปในระดับน้อยถึงปานกลาง อาหารทมโซเดียมสง ประวัติครอบครวเปนความดันโลหตสง ประวัติการเปนความดันโลหตสงขณะต้งครรภ์
ั
ิ
ิ
ื
่
์
้
ิ
2 = การสื่อภาษาสูญเสียอย่างรุนแรง นอกจากนี้ อาจเกดจากการเจ็บปวยด้วยโรค เช่น โรคไตเรอรง นอนกรน ไทรอยดท่างานมากผดปกต และ
3 = ไม่พูดหรือไม่เข้าใจภาษาที่ผู้ตรวจพยายามสื่อ สาเหตุจากการใช้ยาบางชนิด ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป 59,60
10. การออกเสียง (dysarthria) 0 = เปล่งเสียงได้ชัดเจนเป็นปกติ
1 = พูดไม่ชัดเล็กน้อยถึงปานกลาง 4.1 ยาที่เป็นสาเหตุ
2 = พูดไม่ชัดอย่างมากหรือไม่พูดไม่สามารถเข้าใจค่าพูดของผู้ป่วยได้ การใช้ยาบางชนิดอาจเป็นสาเหตุให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นในระหว่างใช้ยา หรือท่าให้ผู้ป่วยที่มี
ไม่สามารถประเมินได้ = ผู้ที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ หรือมีปัญหาทางกายอื่น ๆ
ั
11. การขาดความสนใจในด้าน 0 = ไม่พบความผิดปกติ โรคความดันโลหิตสูงอยู่เดิม ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ กลไกหลก ๆ ที่ยามีผลท่าให้ระดับ
61-65
่
ิ่
่
ั
หนึ่งด้านใดของร่างกาย 1 = พบความผิดปกติของการรับรู้ชนิดใดชนิดหนึ่งเมื่อมีการกระตุ้นทั้ง 2 ข้างพร้อม ๆ กัน ความดันโลหิตเพมสูงขึ้น ได้แก่ 1) ท่าให้เกิดการคงของของเหลวในรางกาย (volume retention) เช่น
์
(extinction and inattention) 2 = มีความผิดปกติของการรับรู้มากกว่า 1 ชนิด หรือผู้ป่วยไม่รับรู้ว่าเป็นมือของ คอร์ติโคสเตียรอยด์ NSAIDs ฮอรโมนเพศ (sex hormone); 2) กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกท่าให้หลอด
้
ื
ตนเอง หรือสนใจต่อสิ่งเร้าเพียงด้านเดียว เลอดหดตัว เช่น pseudoephedrine, methylphenidate ยาตานซึมเศร้า (TCAs, SSRIs, bupropion); 3)
คะแนนรวม 0-42 คะแนน โดยระดับความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง คือ 0 = ไม่มีอาการ; 1-4 = เล็กน้อย; 5-15 ท่าให้หลอดเลือดหดตัวโดยตรง เช่น calcineurin inhibitors, vascular endothelial growth factor (VEGF)
= ปานกลาง; 16-20 = ปานกลางถึงรุนแรง; และ 21-42 = รุนแรง inhibitors และ erythropoietin และ 4) การหยุดยาบางชนิดกะทันหัน เช่น beta blockers และ centrally
ที่มา : อ้างอิงจาก https://www.si.mahidol.ac.th/center/sirirajstrokecenter/TH/StrokeContent/content/doctor/Stroke_Scale.aspx
57
58
[เข้าถึงเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2564] ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และ National Institutes of Health
175
174 175

