Page 223 - Neuropsychiatric.indd
P. 223
4. กรณีศึกษา: Extrapyramidal symptoms จาก haloperidol
4. กรณีศึกษา: Extrapyramidal symptoms จาก haloperidol ่
้
ผูปวยหญิง อายุ 61 ป นําหนัก 55 กิโลกรัม มีโรคประจําตัวคือ โรคจิตเภท และยาทีใชประจําคือ
ิ
ผู้ป่วยหญิง อายุ 61 ปี น้ าหนัก 55 กิโลกรัม มีโรคประจ าตัวคือ โรคจตเภท และยาที่ใช้ประจ าคือ
้
้
้
1) clonazepam ขนาด 2 มิลลิกรัม ครังละ 1 เม็ด วันละครัง 2) duloxetine ขนาด 30 มิลลิกรัม ครังละ 1
1) clonazepam ขนาด 2 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง 2) duloxetine ขนาด 30 มิลลิกรัม ครั้งละ 1
้
เม็ด วนละครั้ง 3) gabapentin ขนาด 600 มิลลิกรัม ครังละ 1 เม็ด วนละครัง และ 4) quetiapine ขนาด
้
ั
ั
เม็ด วันละครั้ง 3) gabapentin ขนาด 600 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง และ 4) quetiapine ขนาด
100 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง แตควบคุมอาการไมได เมื่อ 1 เดือนกอน แพทยจึงปรับเพิ่มยา 1
่
100 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง แต่ควบคุมอาการไม่ได้ เมื่อ 1 เดือนกอน แพทย์จงปรบเพ่มยา 1
ึ
ั
ิ
้
ื
รายการ คอ haloperidol ขนาด 5 มิลลิกรัม ครังละ 1 เม็ด วันละครั้ง เพื่อรักษาอาการกาวราว เอะอะ
รายการ คือ haloperidol ขนาด 5 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง เพื่อรักษาอาการก้าวร้าว เอะอะโวยวาย
ี
โวยวาย ในวันน้มาพบแพทยที่แผนกผูปวยนอก ผูปวยแจงวา หลังจากรับประทานยา haloperidol นาน 1
ั
ในวันนี้มาพบแพทย์ที่แผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยแจ้งว่า หลงจากรับประทานยา haloperidol นาน 1 สัปดาห์
สัปดาห เกิดอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวไดชาลง จึงหยุด haloperidol และหลังหยุดยา
เกิดอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง จึงหยุด haloperidol และหลังหยุดยา haloperidol
haloperidol พบวาอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวหายไป ตั้งแตชวงสัปดาหที่ผานมา มีหูแวว กลัวคน
พบว่าอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวหายไป ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหูแว่ว กลัวคนจะมาท าร้าย
จะมาทําราย ไดยินเสียงคนนินทา และเสียงคนจะมาทําราย จึงคอยระวังและพกมีดติดตัว
ได้ยินเสียงคนนินทา และเสียงคนจะมาท าร้าย จึงคอยระวังและพกมีดติดตัว
่
1) ความเสียงจากยา
1) ความเสี่ยงจากยา
Extrapyramidal symptoms (EPS) เปนอาการไมพึงประสงคที่เกิดจาการใชยาที่มีฤทธยับยง
ั
ิ
์
้
Extrapyramidal symptoms (EPS) เป็นอาการไม่พงประสงค์ที่เกิดจาการใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้ง
ึ
่
dopamine receptor ไดแก ยารักษาโรคจิต ซึ่งยากลุมเกามีความเสียงตอการเกิด EPS มากกวายากลุมใหม
dopamine receptor ได้แก่ ยารักษาโรคจิต ซึ่งยากลุ่มเก่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด EPS มากกว่ายากลุ่มใหม่
ผูปวยรายนี้เกิดอาการ EPS ภายหลังจากไดรับ haloperidol 1 สัปดาห ซึ่งเปนยารักษาโรคจิตกลุมเกา แตไม
ผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการ EPS ภายหลงจากได้รับ haloperidol 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า แต่ไม่
ั
่
เคยเกิดอาการ EPS ในระหวางใช quetiapine ซึ่งเปนยารักษาโรคจิตกลุมใหมที่มีความเสี่ยงตําตอการเกิด
ิ
เคยเกดอาการ EPS ในระหว่างใช้ quetiapine ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่ที่มีความเสี่ยงต่ าต่อการเกิด
EPS และภายหลังจากหยุด haloperidol ผูปวยมีอาการดีขึ้น ดังนั้น ยาที่สงสัยมากที่สุด คือ haloperidol
EPS และภายหลังจากหยุด haloperidol ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ดังนั้น ยาที่สงสัยมากที่สุด คือ haloperidol
2) การวินิจฉัย
2) การวินิจฉัย
ู
อาการ EPS เปนกลุมอาการเคลื่อนไหวผิดปกติของรางกาย อาการที่พบบอย ไดแก อาการอยไมสุข
อาการ EPS เป็นกลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติของร่างกาย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการอยู่ไม่สุข
(akathisia หรือ restlessness) กล ้ามเนือบางสวนของรางกายบิดเกร็ง (dystonia) กลุมอาการพารกินสัน
้
ิ
่
้
ื
่
(akathisia หรือ restlessness) กลามเนอบางสวนของรางกายบดเกรง (dystonia) กลุ่มอาการพาร์กินสัน
็
(parkinsonism) และการเคลื่อนไหวแบบบิดไปมาหรือเคลื่อนไหวซ้ า ๆ ในรูปแบบเดิม (tardive dyskinesia)
ิ
(parkinsonism) และการเคลื่อนไหวแบบบิดไปมาหรือเคลื่อนไหวซ้ํา ๆ ในรูปแบบเดม (tardive dyskinesia)
อาการ EPS ที่พบในผู้ป่วยรายนี้ ได้แก่ ตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง ซึ่งเป็นอาการ
อาการ EPS ที่พบในผูปวยรายน้ ไดแก ตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวไดชาลง ซึ่งเปนอาการ
ี
ั
parkinsonism แบบกึ่งเฉยบพลน คอใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังเริ่มยา และมีปัจจัยเสี่ยง คือ เพศ
ี
ื
parkinsonism แบบกึ่งเฉียบพลัน คือใชระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาหหลังเริมยา และมีปจจัยเสี่ยง คือ เพศหญิง
่
ิ
หญง และสงอายุ จากการประเมนโดยใช้แบบประเมนอาการเคลอนไหวผดปกต คือ Modified Simpson-
ู
ิ
่
ื
ิ
ิ
ิ
่
ิ
ื
และสูงอาย จากการประเมินโดยใชแบบประเมินอาการเคลือนไหวผิดปกต คอ Modified SimpsonAngus
ุ
4
้
้
4
่
Angus Rating Scale (Mod-SAS) (ได้กล่าวถึงในบทที่ 2) พบว่าได 3 คะแนน ในทุกขอ (ตารางท 5.6) ซึ่ง
ี
Rating Scale (ModSAS) (ไดกลาวถึงในบทที่ 2) พบวาได 3 คะแนน ในทุกขอ (ตารางที่ 5.6) ซึงเขาเกณฑ
่
เข้าเกณฑ์ที่ควรปรับแผนการรักษาทันที แต่ในผู้ป่วยรายนี้ได้หยุดยาเอง ก่อนที่จะมาพบแพทย์
ที่ควรปรับแผนการรักษาทันที แตในผูปวยรายนี้ไดหยุดยาเองกอนที่จะมาพบแพทย
ี
่
ตารางท 5.6 การประเมินอาการเคลื่อนไหวผิดปกติด้วยเครื่องมือ Modified Simpson-Angus Rating Scale
ตารางที่ 5.6 การประเมินอาการเคลื่อนไหวผิดปกติดวยเครื่องมือ Modified SimpsonAngus Rating Scale
(Mod-SAS) ส าหรับกลุ่มอาการพาร์กินสัน
(ModSAS) สําหรับกลุมอาการพารกินสัน คะแนน
หัวข้อ
หัวขอ
คะแนน
1. การเดิน (gait) สังเกตผู้ป่วยเมื่อเดินเข้ามาในห้องตรวจ ดูท่าทางการเดิน การแกว่งแขน ลักษณะทั่วไป การ
เดินทุกแบบถูกนับเป็นคะแนนรวมส าหรับข้อนี้
ั
ื่
1. การเดิน (gait) สังเกตผูปวยเมอเดินเขามาในหองตรวจ ดูทาทางการเดิน การแกวงแขน ลกษณะทัวไป การ
่
[ ] 0 = ปกติ
เดินทุกแบบถูกนับเปนคะแนนรวมสําหรับขอน ี้
[ ] 1 = การแกว่งแขนลดลงขณะที่ผู้ป่วยก าลังเดิน
[ ] 0 = ปกติ
[ ] 2 = การแกว่งแขนลดลงชัดเจนร่วมกับมีการเกร็งที่แขนอย่างชัดเจน
ํ
[ ] 1 = การแกวงแขนลดลงขณะที่ผูปวยกาลังเดิน
[ /] 3 = ท่าเดินแข็งทื่อร่วมกับแขนเกร็งค้างอยู่หน้าล าตัว
[ ] 2 = การแกวงแขนลดลงชัดเจนรวมกับมีการเกร็งที่แขนอยางชัดเจน
[ ] 4 = โน้มตัวไปข้างหน้า เดินลากขา ร่วมกับเดินเด้งไปด้านหลัง
ํ
2. การปล่อยให้ [ /] 3 = ทาเดินแข็งทื่อรวมกับแขนเกร็งคางอยูหนาลาตัว
ผู้ตรวจยกแขนผู้ป่วยสูงขึ้นระดับไหล่และปล่อยให้แขนตกลงข้างล าตัว ในคนปกติจะได้ยิน
ั
แขนตกลงข้าง [ ] 4 = โนมตัวไปขางหนา เดินลากขา รวมกับเดินเดงไปดานหลง ี่
เสียงแขนกระแทกกับข้างล าตัวเสียงดังและแขนเด้งกลับ ในผู้ป่วยทมีอาการพาร์กินสันระดับ
รุนแรง แขนจะตกลงช้ามาก
206
202
202

