Page 226 - Neuropsychiatric.indd
P. 226

ิ่
               มีการปรับเพมขนาด risperidone อาจเพมความเสี่ยงต่อการเกิด EPS เนองจากอาการ ESP สัมพนธ์กับขนาด
                                                                                                ั
                                                                            ่
                          ิ่
                                                                            ื
               ยาที่ใช้ และไม่ควรใช้ risperidone มากกว่า 6 มิลลิกรัม/วัน
                       4)  การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
                       ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ haloperidol กับอาการ EPS ได้เท่ากับ 6 คะแนน

               มีความเป็นไปได้ในระดับน่าจะใช่ (ตารางท 5.7)  haloperidol เป็นยาที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด EPS โดย
                                                   ่
                                                   ี
               ผู้ป่วยรายนี้เพิ่งได้รับ haloperidol เป็นครั้งแรก และมีอาการ EPS ภายหลังจากได้รับ haloperidol ประมาณ
               1 สัปดาห์ ผู้ป่วยหยุดยาเองและอาการ EPS หายไป จึงไม่มีหลักฐานยืนยันจากการตรวจร่างกายโดยแพทย์ แต่
               เป็นค าบอกเล่าจากผู้ป่วยที่ระบุว่ามีอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง และหลังหยุดใช้ยามี
               อาการดีขึ้น

                                                ั
                                                                              ึ
               ตารางท 5.7 ผลการประเมนความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พงประสงค์ กรณี extrapyramidal
                      ่
                      ี
                                      ิ
 ั
 ื
 ิ่
 มีการปรับเพมขนาด risperidone อาจเพมความเสี่ยงต่อการเกิด EPS เนองจากอาการ ESP สัมพนธ์กับขนาด  symptoms (ต่อ)
 ่
 ิ่
 ยาที่ใช้ และไม่ควรใช้ risperidone มากกว่า 6 มิลลิกรัม/วัน    ค าถามใน Naranjo’s algorithm   เกณฑ์คะแนน   ผลคะแนน
                                                                                                  ผลคะแนน
                                 ค าถามใน Naranjo’s algorithm
                                                                                เกณฑ์คะแนน
 4)  การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา                                                             ประเมิน
                                                                                                   ประเมิน
                                                                                  ไม่ใช
                                                                                     ่่  ไม่ทราบ
                                                                                                 haloperidol
    ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ haloperidol กับอาการ EPS ได้เท่ากับ 6 คะแนน   ใช่  ใช่   ไม่ใช  ไม่ทราบ   haloperidol
                 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่   ที่เป็นรูปธรรม
 ่
 มีความเป็นไปได้ในระดับน่าจะใช่ (ตารางท 5.7)  haloperidol เป็นยาที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด EPS โดย  10. อาการไม่พึงประสงค์นี้ ได้รับการยืนยันโดยหลักฐาน  +1  +1   0  0   0  0   +1  0
 ี
                 (objective evidence) หรือไม่
 ผู้ป่วยรายนี้เพิ่งได้รับ haloperidol เป็นครั้งแรก และมีอาการ EPS ภายหลังจากได้รับ haloperidol ประมาณ   ค าอธิบาย haloperidol สามารถท าให้เกิด EPS  (ข้อมูลในบทที่ 2)
                                                                      ี่
                 ค าอธิบาย ไม่มีหลักฐานตรวจร่างกาย แต่เป็นค าบอกเล่าอาการของผู้ป่วยท
 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยหยุดยาเองและอาการ EPS หายไป จึงไม่มีหลักฐานยืนยันจากการตรวจร่างกายโดยแพทย์ แต่  2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่    +2   -1   0   +2
                 ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ haloperidol ประมาณ 1 สัปดาห์
                 ระบุว่ามีอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง และหลังหยุดใช
                                                                         ้
 เป็นค าบอกเล่าจากผู้ป่วยที่ระบุว่ามีอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง และหลังหยุดใช้ยามี  3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ  +1   0   0   +1
                 ยามีอาการดีขึ้น
 อาการดีขึ้น     รวม                                                                                     6
                 เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
               EPS, extrapyramidal symptoms
                 ค าอธิบาย ภายหลังจากหยุด haloperidol พบว่าอาการ EPS ไม่เกิดขึ้นอีก

 ั
 ึ
 ่
 ตารางท 5.7 ผลการประเมนความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พงประสงค์ กรณี extrapyramidal      4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่     +2   -1   0   0
 ิ
 ี
                       5)  บทบาทของเภสัชกร
                       5)  บทบาทของเภสัชกร
 symptoms        ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาซ้ าอีก                          ี้           
                       การเกิด EPS จากยา สงผลกระทบตอชีวิตประจําวันของผูปวย ซึ่งในผูปวยรายนไมสามารถทนตอยา
                       การเกิด EPS จากยา ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจ าวันของผู้ป่วย ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ไม่สามารถทนต่อยา
 ค าถามใน Naranjo’s algorithm   เกณฑ์คะแนน   ผลคะแนน  5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้  -1   +2   0   +2
                                                                                                       
                 หรือไม่
 ประเมิน       ไดและหยุดยาเอง ทําใหไมสามารถควบคุมอาการโรคจิตเภทของผูปวยไดและอาจเปนอันตรายตอคนรอบขาง
                                                                                     ็
                                                                                        ั
                        ุ
                                   ้
                                                                                               ่
               ได้และหยดยาเอง ทาใหไมสามารถควบคุมอาการโรคจิตเภทของผู้ป่วยได้และอาจเปนอนตรายตอคนรอบขาง

                                     ่
                                                                                                        ้
 ่
 ใช่   ไม่ใช  ไม่ทราบ   ดังนั้นการทําความเขาใจกับผูปวยและญาตเกี่ยวกับอาการไมพึงปร       ่
                 ค าอธิบาย ไม่มีเนื่องจากช่วงที่เกิดอาการ EPS เกิดขึ้นภายหลังจากการเริ่มใช้ ะสงคที่อาจเกิดจากยาทีใชรักษา และวิธี
                                                   ิ
 haloperidol   ดังนั้นการท าความเข้าใจกับผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับอาการไม่พงประสงค์ที่อาจเกิดจากยาที่ใช้รักษา และวิธี
                                                                    ึ
                 haloperidol ซึ่งการใช้ยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด EPS
                                                                               
 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่     +1   0   0   +1   จัดการที่เหมาะสม เชน ผูปวยสามารถมาพบแพทยกอนนัด และแจงใหแพทยทราบหากไมสามารถทนตอยาได
                                                                                                    ่
                                     ้
                                                                ั
                 ั
                                                            ่
                       ี
                                      ่
                                                                        ้
                                                                              ์
               จดการท่เหมาะสม เช่น ผูปวยสามารถมาพบแพทยกอนนด และแจงแพทยทราบหากไม่สามารถทนตอยาได
                                                                                                         ้
                                                          ์
                 มากกว่ายารักษาโรคจิตใหม่ซึ่งผู้ป่วยใช้ประจ าคือ quetiapine
 ค าอธิบาย haloperidol สามารถท าให้เกิด EPS  (ข้อมูลในบทที่ 2)   เพือปรับเปลี่ยนแผนการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงเนนยําถงขอเสียหากไมรับประทานยาอยางสม่าเสมอ
                                                             
                                                                                               
                                                                                                    ํ
                                                                    
                  ่
                                                                ้
                                                                  ึ
                  ื่
                                                                               ่
               เพอปรับเปลี่ยนแผนการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงเน้นย้ าถึงข้อเสียหากไมรับประทานยาอย่างสมาเสมอ
                                                                                                    ่

                                                                             -1
                 6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่
                                                                                             0
                                                                                   +1
 2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่    +2   -1   0   +2   กรณีศึกษานี้แสดงใหเห็นวาความรูและความเขาใจของผูปวยเกี่ยวกับยาทีใชรักษามีความสําคัญ เภสัชกรควร 0
                                                                            ่
                 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก
 ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ haloperidol ประมาณ 1 สัปดาห์    กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าความรู้และความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับยาที่ใช้รักษามีความส าคัญ เภสัชกรควร
               ใหความรูและติดตามอาการไมพึงประสงคจากยาเปนระยะ หรือสรางชองทางเพื่อใหผูปวยสอบถามหรือสื่อสาร
                 7. สามารถตรวจวัดปริมาณยาได้ในเลือด (หรือของเหลวอื่น) ในปริมาณความ
                                                                                             0
                                                                             +1
                                                                                    0
 3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ  +1   0   0   +1   ให้ความรู้และติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากยาเป็นระยะ หรือสร้างช่องทางเพื่อให้ผู้ป่วยสอบถามหรือสื่อสาร 0
               กรณีเกิดปญหาหรือมีขอสงสัยเกี่ยวกับการใชยา
                 เข้มข้นที่เป็นพิษหรือไม่
 เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่    กรณีเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยา
 ค าอธิบาย ภายหลังจากหยุด haloperidol พบว่าอาการ EPS ไม่เกิดขึ้นอีก        ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการวัดระดับยาในเลือด
                 8. ปฏิกิริยารุนแรงขึ้น เมื่อเพิ่มขนาดยาหรือลดความรุนแรงลงเมื่อลดขนาดยาn
 4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่     +2   -1   0   0   5.  กรณีศึกษา: QT interval prolongation จาก azithromyci  +1   0   0   0
               5.  กรณีศึกษา: QT interval prolongation จาก azithromycin
                                                                                                 ั
                                                                                     
                                                                                                       
                                                                                                    ื
 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาซ้ าอีก   หรือไม่   ผูปวยหญิง อายุ 80 ป น้ําหนัก 53 กิโลกรัม เขารับการรักษาในโรงพยาบาลดวยอาการสําคญคอ ไขสูง
                                                                                                   ื
                       ผู้ป่วยหญิง อายุ 80 ปี น้ าหนัก 53 กิโลกรัม เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการส าคัญคอ ไข้สูง
                 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการปรับเพิ่มขนาดยาหรือลดขนาดยา
 5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้  -1   +2   0   +2   ไอ หอบเหนอย เพลีย 1 วนกอนมาโรงพยาบาล  ผลการตรวจรางกายแรกรับ อุณหภูมิรางกาย 38.4 องศา
                                     ั
                         ่
                         ื
                                                                                   ุ
                                 ี
               ไอ หอบเหน่อย เพลย 1 วันกอนมาโรงพยาบาล  ผลการตรวจร่างกายแรกรับ อณหภูมร่างกาย 38.4 องศา
                                        ่
                          ื
                                                                                         ิ
                                                                                    0
                                                                                             0
                 9. ผู้ป่วยเคยมีปฏิกิริยาที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันนี้มาก่อน ในการได้รับยาครั้ง
                                                                             +1
 หรือไม่       เซลเซียส อัตราการเตนของชีพจร 100 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 140/100 มิลลิเมตรปรอท อัตราการหายใจ  0
                         ั
                                                                                  ิ
                                                                               ิ
                                                                                             ั
                 ก่อน ๆ หรือไม่
 ค าอธิบาย ไม่มีเนื่องจากช่วงที่เกิดอาการ EPS เกิดขึ้นภายหลังจากการเริ่มใช้   เซลเซียส อตราการเต้นของชีพจร 100 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 140/100 มลลเมตรปรอท อตราการหายใจ
                                 
                                                          ่
               30 ครั้ง/นาที และไดใสทอชวยหายใจ ผลตรวจคลืนไฟฟาหัวใจ พบ sinus  rhythm  และ QTc  interval
                                                                 ้
                 ค าอธิบาย ไม่มี เนื่องจากผู้ป่วยเพิ่งได้รับยาครั้งแรก
 haloperidol ซึ่งการใช้ยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด EPS   30 ครั้ง/นาที และได้ใส่ท่อช่วยหายใจ ผลตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ พบ sinus rhythm และ QTc interval
                                                                                                        
                                             
                                                                                                  ้
               เท่ากับ 470 มิลลิวินาที อัตราการเต้นของหัวใจ 90 ครั้ง/นาที ฟังเสียงปอดพบ crepitation ในปอดทั้งสองข้าง
 มากกว่ายารักษาโรคจิตใหม่ซึ่งผู้ป่วยใช้ประจ าคือ quetiapine   เทากับ 470 มิลลิวินาที อัตราการเตนของหัวใจ 90 ครั้ง/นาที ฟงเสียงปอดพบ crepitation ในปอดทังสองขาง
                              
                                                                                                        ิ
                                                                                      ื
                                                                                               ่
                                                                        ั
                                                                        ้
                                                                                      ่
               ผลตรวจเอกซเรยทรวงอก (chest X-ray) พบ infiltration ในปอดทงสองข้าง ระบบอน ๆ ของรางกายปกติดี
                              ์
 6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่     -1   +1   0   0   ผลตรวจเอกซเรยทรวงอก (chest Xray) พบ infiltration ในปอดทั้งสองขาง ระบบอื่น ๆ ของรางกายปกตดี
 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก   ผลตรวจทางหองปฏิบัติการ พบ CrCl 47 มิลลิลิตร/นาที ระดับอิเล็กโทรไลตปกติ (โพแทสเซียม 4.1 มิลลิโมล/
               ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบ CrCl 47 มิลลิลิตร/นาที ระดับอิเล็กโทรไลต์ปกติ (โพแทสเซียม 4.1 มิลลิโมล/
                                                                                                       204
 7. สามารถตรวจวัดปริมาณยาได้ในเลือด (หรือของเหลวอื่น) ในปริมาณความ  +1   0   0   0   ลิตร และแมกนีเซียม 2.3 มิลลิโมล/ลิตร) การทํางานของตบปกต จํานวนเม็ดเลือดขาว 14,000 เซลล/ลูกบาศก
                                                              ั
                                                                    ิ
                 ลิตร และแมกนีเซียม 2.3 มิลลิโมล/ลิตร) การท างานของตับปกติ จ านวนเม็ดเลือดขาว 14,000 เซลล์/ลูกบาศก์
 เข้มข้นที่เป็นพิษหรือไม่    มิลลิลิตร โดยมีเม็ดเลือดขาวชนดนวโทรฟลรอยละ 78 ลิมโฟไซตรอยละ 15 โมโนไซตรอยละ 6 อีโอซิโนฟล
                                            ิ
                                         ิ
                                                                      
                                                                                       
                                                                                        ์
                                                   ิ
               มิลลิลิตร โดยมีเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟลร้อยละ 78 ลิมโฟไซต์ร้อยละ 15 โมโนไซตร้อยละ 6 อีโอซโนฟิล
                                                                                                     ิ
 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการวัดระดับยาในเลือด   รอยละ 1 และเบโซฟลรอยละ 0.5 ไมมีภาวะโลหิตจาง ผูปวยมีโรคประจําตัว คือ ความดันโลหิตสูง ยาทีใช 
                                                                                                        ่
               ร้อยละ 1 และเบโซฟลรอยละ 0.5 ไม่มีภาวะโลหิตจาง  ผู้ป่วยมีโรคประจ าตัว คือ ความดันโลหิตสูง  ยาที่ใช้
                                   ้
                                 ิ
 8. ปฏิกิริยารุนแรงขึ้น เมื่อเพิ่มขนาดยาหรือลดความรุนแรงลงเมื่อลดขนาดยา  +1   0   0   0   ประจําคือ amlodipine ขนาด 5 มิลลิกรัม 2 เม็ด วนละครั้ง ไมเคยแพยา จากขอมูลดังกลาวผูปวยจึงไดรับ
                                                           ั
                                                                           ้
                       ื
 หรือไม่       ประจ าคอ amlodipine ขนาด 5 มิลลิกรัม 2 เม็ด วันละครั้ง ไม่เคยแพยา จากข้อมูลดังกล่าวผู้ป่วยจึงได้รับ
                                                                                                     
                                                                                                   ่
               การรักษาปอดอกเสบที่ติดเชื้อจากชุมชน (community acquired pneumonia, CAP)  รายการยาที่ได้รับใน
                             ั
 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการปรับเพิ่มขนาดยาหรือลดขนาดยา   การรักษาปอดอักเสบที่ติดเชื้อจากชุมชน (community acquired pneumonia, CAP) รายการยาทีไดรับใน
                                                                         ้
                ั
                        ื
                                                            ื
               วันแรก คือ ceftriaxone ขนาด 2 กรม ทางหลอดเลอดด า วันละครั้ง azithromycin ขนาด 500 มิลลิกรัม
 9. ผู้ป่วยเคยมีปฏิกิริยาที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันนี้มาก่อน ในการได้รับยาครั้ง  +1   0   0   0   วนแรก คอ ceftriaxone ขนาด 2 กร ััม ทางหลอดเลือดดํา วันละครัง azithromycin ขนาด 500 มิลลิกรัม
                                                                     ิ
                                       ั
                                       ้
                                                                        ิ
               ทางหลอดเลอดด า วันละครง และ paracetamol ขนาด 500 มลลกรัม รับประทาน 1 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง
 ก่อน ๆ หรือไม่    ทางหลอดเล ืือดดํา วันละครั้ง และ paracetamol ขนาด 500 มิลลิกรัม รับประทาน 1 เม็ด ทุก 46 ชั่วโมง
 ค าอธิบาย ไม่มี เนื่องจากผู้ป่วยเพิ่งได้รับยาครั้งแรก    เวลาม ีีไข พบวาภายหลังไดรับ ceftriaxone และ azithromycin ไป 5 ชั่วโมง ผูปวยมีหัวใจเตนเร็วผิดปกติ
                                   ั
                                       ั
                       ้
               เวลามไข พบว่าภายหลงได้รบ ceftriaxone และ azithromycin ไป 5 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
               แพทยจึงสั่งตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ พบ QTc interval 610  มิลลิวนาที รวมกับ polymorphic ventricular
                                                                       ิ
               แพทย์จึงสั่งตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ พบ QTc interval 610 มิลลิวินาที ร่วมกับ polymorphic ventricular
                                      ้
                                                                                                     ่
                                                                                                     ุ
                                
               tachycardia แพทย์จึงสั่งหยุด azithromycin แตยงคง ceftriaxone 2 กรม ทางหลอดเลอดด า ทก 24
                                   ่
                                                            ั
                                                         ั
                                                        
               tachycardia แพทยจึงสังหยด azithromycin แตยง ่คง ceftriaxone 2 กรัม ทางหลอดเลือดดํา ทุก 24 ชัวโมง
                                       ุ
                                                                                              ื
                                                                                ั
 204           ทั้งนี้จากขอมูลประวัติการตรวจรางกายประจําปเมื่อ 1 เดือนกอน ผลตรวจคลืนไฟฟาหัวใจ พบ QTc interval
                                                                               ่
               เทากับ 460 มิลลิวินาที                                                                 205
                                                                                                       205
                       1)  ความเสี่ยงจากยา
                                 
                       ยาที่สงสัยวาอาจเปนสาเหตุที่ทําใหเกิด QT  interval  prolongation รวมกับ polymorphic
                                        ื
               ventricular tachycardia คอ azithromycin ขนาด 500 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดํา วันละครั้ง (ขอมูล
                                                                                                        
               สนับสนุนในบทที่ 3) ทั้งนี้ตองพิจารณาปจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ไดแก อาย เพศ พันธกรรม QTc interval ณ เริมตน
                                                                      ุ
                                                                                                      ่
                                                                               ุ
                                ึ้
                                                             ั
               กอนใชยา การเพิ่มขนของ QTc interval โรคประจําตวหรือโรครวม (โรคหัวใจ ไตหรือตับทํางานบกพรอง)
                                                          ่
               อัตราการเตนของหัวใจ ระดับอิเล็กโทรไลต ยาทีไดรับ เชน ยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT  interval
                                                                                                       211
   221   222   223   224   225   226   227   228   229   230   231