Page 224 - Neuropsychiatric.indd
P. 224

4.  กรณีศึกษา: Extrapyramidal symptoms จาก haloperidol
                                                                                  ิ
                       ผู้ป่วยหญิง อายุ 61 ปี น้ าหนัก 55 กิโลกรัม มีโรคประจ าตัวคือ โรคจตเภท และยาที่ใช้ประจ าคือ
               1) clonazepam ขนาด 2 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง 2) duloxetine ขนาด 30 มิลลิกรัม ครั้งละ 1
               เม็ด วันละครั้ง 3) gabapentin ขนาด 600 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง และ 4) quetiapine ขนาด
                                                                                             ึ
                                                                                   ่
               100 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง แต่ควบคุมอาการไม่ได้  เมื่อ 1 เดือนกอน แพทย์จงปรบเพ่มยา 1
                                                                                                    ิ
                                                                                                ั
               รายการ คือ haloperidol ขนาด 5 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง เพื่อรักษาอาการก้าวร้าว เอะอะโวยวาย
               ในวันนี้มาพบแพทย์ที่แผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยแจ้งว่า หลงจากรับประทานยา haloperidol นาน 1 สัปดาห์
                                                               ั
               เกิดอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง จึงหยุด haloperidol และหลังหยุดยา haloperidol
               พบว่าอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวหายไป ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหูแว่ว กลัวคนจะมาท าร้าย
               ได้ยินเสียงคนนินทา และเสียงคนจะมาท าร้าย จึงคอยระวังและพกมีดติดตัว
                       1)  ความเสี่ยงจากยา
                       Extrapyramidal symptoms (EPS) เป็นอาการไม่พงประสงค์ที่เกิดจาการใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้ง
                                                                    ึ
               dopamine receptor ได้แก่ ยารักษาโรคจิต ซึ่งยากลุ่มเก่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด EPS มากกว่ายากลุ่มใหม่
                                             ั
               ผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการ EPS ภายหลงจากได้รับ haloperidol 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า แต่ไม่
               เคยเกดอาการ EPS ในระหว่างใช้ quetiapine ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่ที่มีความเสี่ยงต่ าต่อการเกิด
                     ิ
               EPS และภายหลังจากหยุด haloperidol ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ดังนั้น ยาที่สงสัยมากที่สุด คือ haloperidol
                       2)  การวินิจฉัย
                       อาการ EPS เป็นกลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติของร่างกาย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการอยู่ไม่สุข
                                                                          ็
                                             ้
                                                        ่
                                                               ่
                                                                      ิ
               (akathisia หรือ restlessness) กลามเนอบางสวนของรางกายบดเกรง (dystonia) กลุ่มอาการพาร์กินสัน
                                                  ื
                                                  ้
               (parkinsonism) และการเคลื่อนไหวแบบบิดไปมาหรือเคลื่อนไหวซ้ า ๆ ในรูปแบบเดิม (tardive dyskinesia)
               อาการ EPS ที่พบในผู้ป่วยรายนี้ ได้แก่ ตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง ซึ่งเป็นอาการ
               parkinsonism แบบกึ่งเฉยบพลน คอใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังเริ่มยา และมีปัจจัยเสี่ยง คือ เพศ
                                          ั
                                              ื
                                     ี
                  ิ
                                                                       ่
               หญง และสงอายุ  จากการประเมนโดยใช้แบบประเมนอาการเคลอนไหวผดปกต คือ Modified Simpson-
                                                            ิ
                                                                       ื
                                                                              ิ
                         ู
                                            ิ
                                                                                   ิ
                                                                                                  ี
                                                                         ้
                                                                                         ้
                                                                                                  ่
                                            4
               Angus Rating Scale (Mod-SAS)  (ได้กล่าวถึงในบทที่ 2) พบว่าได 3 คะแนน ในทุกขอ (ตารางท 5.6) ซึ่ง
               เข้าเกณฑ์ที่ควรปรับแผนการรักษาทันที แต่ในผู้ป่วยรายนี้ได้หยุดยาเอง ก่อนที่จะมาพบแพทย์

                      ่
                      ี
               ตารางท 5.6 การประเมินอาการเคลื่อนไหวผิดปกติด้วยเครื่องมือ Modified Simpson-Angus Rating Scale
 4.  กรณีศึกษา: Extrapyramidal symptoms จาก haloperidol
 ิ
 ผู้ป่วยหญิง อายุ 61 ปี น้ าหนัก 55 กิโลกรัม มีโรคประจ าตัวคือ โรคจตเภท และยาที่ใช้ประจ าคือ       (Mod-SAS) ส าหรับกลุ่มอาการพาร์กินสัน   (ต่อ)
                                                               คะแนน
                     หัวข้อ
                                                              คะแนน
                     หัวข้อ
 1) clonazepam ขนาด 2 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง 2) duloxetine ขนาด 30 มิลลิกรัม ครั้งละ 1   1. การเดิน (gait)  สังเกตผู้ป่วยเมื่อเดินเข้ามาในห้องตรวจ ดูท่าทางการเดิน การแกว่งแขน ลักษณะทั่วไป การ
 เม็ด วันละครั้ง 3) gabapentin ขนาด 600 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง และ 4) quetiapine ขนาด   ล าตัว (arm   [  ] 0 = ปกติ แขนตกลงมาอย่างอิสระกระทบข้างล าตัวเสียงดังและมีเด้งกลับ
                                เดินทุกแบบถูกนับเป็นคะแนนรวมส าหรับข้อนี้
                                [  ] 1 = แขนตกช้าลงเล็กน้อย ได้ยินเสียงกระทบกับข้างล าตัวนิดหน่อย มีเด้งกลับเล็กน้อย
                dropping)
 ึ
 ่
 ั
 100 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง แต่ควบคุมอาการไม่ได้  เมื่อ 1 เดือนกอน แพทย์จงปรบเพ่มยา 1   [  ] 2 = แขนตกช้า ไม่มีการเด้งกลับ
 ิ
                                [  ] 0 = ปกติ
 รายการ คือ haloperidol ขนาด 5 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง เพื่อรักษาอาการก้าวร้าว เอะอะโวยวาย   [ /] 3 = แขนตกช้ามาก ไม่มีเสียงกระทบกับล าตัวเลย
                                [  ] 1 = การแกว่งแขนลดลงขณะที่ผู้ป่วยก าลังเดิน
 ในวันนี้มาพบแพทย์ที่แผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยแจ้งว่า หลงจากรับประทานยา haloperidol นาน 1 สัปดาห์   [  ] 4 = แขนตกช้าเหมือนผ่านแรงต้าน หรือเหมือนผ่านกาวเหนียว ๆ
 ั
                                [  ] 2 = การแกว่งแขนลดลงชัดเจนร่วมกับมีการเกร็งที่แขนอย่างชัดเจน
                                [ /] 3 = ท่าเดินแข็งทื่อร่วมกับแขนเกร็งค้างอยู่หน้าล าตัว (extension) และงอเข้า (flex)
 เกิดอาการตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง จึงหยุด haloperidol และหลังหยุดยา haloperidol   3. การเกร็งของ  ให้ผู้ป่วยงอข้อศอกตั้งฉาก และผู้ตรวจยืดข้อศอกผู้ป่วยออก
                                [  ] 4 = โน้มตัวไปข้างหน้า เดินลากขา ร่วมกับเดินเด้งไปด้านหลัง
 พบว่าอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวหายไป ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหูแว่ว กลัวคนจะมาท าร้าย   ข้อศอก (elbow   คอยสังเกตและคล าดูกล้ามเนื้อ bicep ของผู้ป่วยขณะตรวจ
                                ผู้ตรวจยกแขนผู้ป่วยสูงขึ้นระดับไหล่และปล่อยให้แขนตกลงข้างล าตัว  ในคนปกติจะได้ยิน
                 2. การปล่อยให้
 ได้ยินเสียงคนนินทา และเสียงคนจะมาท าร้าย จึงคอยระวังและพกมีดติดตัว    rigidity)   [  ] 0 = ปกติ   ี่
                                [  ] 1 = มีความแข็งเกร็งและความต้านทานเล็กน้อย
                                เสียงแขนกระแทกกับข้างล าตัวเสียงดังและแขนเด้งกลับ  ในผู้ป่วยทมีอาการพาร์กินสันระดับ
                 แขนตกลงข้าง
 1)  ความเสี่ยงจากยา            [  ] 2 = มีความแข็งเกร็งและความต้านทานปานกลาง
                                รุนแรง แขนจะตกลงช้ามาก
 Extrapyramidal symptoms (EPS) เป็นอาการไม่พงประสงค์ที่เกิดจาการใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้ง   [ /] 3 = แข็งเกร็งมากอย่างเห็นได้ชัดและคลื่อนไหวล าบาก
 ึ
 dopamine receptor ได้แก่ ยารักษาโรคจิต ซึ่งยากลุ่มเก่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด EPS มากกว่ายากลุ่มใหม่    [  ] 4 = มีการแข็งเกร็งมากที่สุดจนแทบจะเป็นข้อติดแข็ง
 ผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการ EPS ภายหลงจากได้รับ haloperidol 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า แต่ไม่    4. การเกร็งของ  จับข้อมือผู้ป่วยไว้ มืออีกข้างจับที่นิ้วมือของผู้ป่วย ขยับข้อมือผู้ป่วยยืดออก (extension) และ  202
 ั
 เคยเกดอาการ EPS ในระหว่างใช้ quetiapine ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่ที่มีความเสี่ยงต่ าต่อการเกิด   ข้อมือ (wrist   งอเข่า (flex) และบิดออกนอก-เข้าใน
 ิ
 EPS และภายหลังจากหยุด haloperidol ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ดังนั้น ยาที่สงสัยมากที่สุด คือ haloperidol   rigidity)   [  ] 0 = ปกติ
                                [  ] 1 = มีความแข็งเกร็งและความต้านทานเล็กน้อย
 2)  การวินิจฉัย                [  ] 2 = มีความแข็งเกร็งและความต้านทานปานกลาง
 อาการ EPS เป็นกลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติของร่างกาย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการอยู่ไม่สุข   [ /] 3 = แข็งเกร็งมากอย่างเห็นได้ชัดและคลื่อนไหวล าบาก
 ็
 ่
 ิ
 ่
 ้
 ื
 (akathisia หรือ restlessness) กลามเนอบางสวนของรางกายบดเกรง (dystonia) กลุ่มอาการพาร์กินสัน   [  ] 4 = มีการแข็งเกร็งมากที่สุดจนแทบจะเป็นข้อติดแข็ง
 ้
 (parkinsonism) และการเคลื่อนไหวแบบบิดไปมาหรือเคลื่อนไหวซ้ า ๆ ในรูปแบบเดิม (tardive dyskinesia)    5. การสั่น   สังเกตผู้ป่วยขณะเดินเข้ามาในห้องตรวจ พูดคุยโต้ตอบ (การสั่นขณะพัก) และสังเกตการสั่น
 อาการ EPS ที่พบในผู้ป่วยรายนี้ ได้แก่ ตัวแข็งเกร็ง ลิ้นแข็ง มือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง ซึ่งเป็นอาการ   (tremor)   อีกครั้งเมื่อขอให้ผู้ป่วยเหยียดแขนตรงระดับไหล่ทั้งสองข้าง นิ้วมือแยกกัน
 parkinsonism แบบกึ่งเฉยบพลน คอใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังเริ่มยา และมีปัจจัยเสี่ยง คือ เพศ  [  ] 0 = ปกติ
 ั
 ี
 ื
                                [  ] 1 = นิ้วมือสั่นเล็กน้อย มองเห็นและสัมผัสได้อย่างชัดเจน
 ู
 ื
 ่
 ิ
 ิ
 ิ
 ิ
 ิ
 หญง และสงอายุ  จากการประเมนโดยใช้แบบประเมนอาการเคลอนไหวผดปกต คือ Modified Simpson-  [  ] 2 = มีการสั่นของมือหรือแขนเป็นพัก ๆ
 4
 ้
 ่
 Angus Rating Scale (Mod-SAS)  (ได้กล่าวถึงในบทที่ 2) พบว่าได 3 คะแนน ในทุกขอ (ตารางท 5.6) ซึ่ง  [ /] 3 = มีการสั่นของแขนหรือขา อย่างน้อย 1 ข้าง
 ้
 ี
 เข้าเกณฑ์ที่ควรปรับแผนการรักษาทันที แต่ในผู้ป่วยรายนี้ได้หยุดยาเอง ก่อนที่จะมาพบแพทย์    [  ] 4 = มีการสั่นทั้งตัว รวมทั้งศีรษะ
                6. น้ าลาย      สังเกตผู้ป่วยขณะพูดคุย จากนั้น ขอให้ผู้ป่วยอ้าปาก กระดกลิ้นขึ้น
 ่
 ตารางท 5.6 การประเมินอาการเคลื่อนไหวผิดปกติด้วยเครื่องมือ Modified Simpson-Angus Rating Scale   (salivation)   [  ] 0 = ปกติ
 ี
 (Mod-SAS) ส าหรับกลุ่มอาการพาร์กินสัน    [  ] 1 = มีน้ าลายเป็นแอ่งอยู่ในปาก ถ้าผู้ป่วยอ้าปากและกระดกลิ้นขึ้น ไม่มีพูดล าบาก
 หัวข้อ   คะแนน                 [  ] 2 = แสดงให้เห็นว่ามีน้ าลายมากและอาจท าให้พูดได้ล าบากบางครั้ง
                                [ /] 3 = พูดได้ล าบากเพราะมีน้ าลายอยู่จ านวนมาก
 1. การเดิน (gait)  สังเกตผู้ป่วยเมื่อเดินเข้ามาในห้องตรวจ ดูท่าทางการเดิน การแกว่งแขน ลักษณะทั่วไป การ  [  ] 4 = น้ าลายไหลยืดอย่างชัดเจน
 เดินทุกแบบถูกนับเป็นคะแนนรวมส าหรับข้อนี้   ที่มา : อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/psychopharmguru/posts/1672736976203948/ [เข้าถึงเมื่อ 22 เมษายน 2564] และ
 [  ] 0 = ปกติ   Hattasin และคณะ
                           4

 [  ] 1 = การแกว่งแขนลดลงขณะที่ผู้ป่วยก าลังเดิน      3)  การจัดการ
 [  ] 2 = การแกว่งแขนลดลงชัดเจนร่วมกับมีการเกร็งที่แขนอย่างชัดเจน   3)  การจัดการ
                                                                                      
                                                  ื
                                                                    ุ
                       การจัดการเมื่อเกิดอาการ EPS คอ หยุดยาที่เปนสาเหตและบรรเทาอาการดวย benztropine หรือ
 [ /] 3 = ท่าเดินแข็งทื่อร่วมกับแขนเกร็งค้างอยู่หน้าล าตัว   การจดการเมอเกดอาการ EPS คอ หยดยาทเปนสาเหตุ และบรรเทาอาการด้วย benztropine หรือ
                                    ิ
                                 ่
                                 ื
                                                          ่
                                                          ี
                                                            ็
                                                      ุ
                                                 ื
                           ั
                                                                                  ุ
               trihexyphenidyl ซึ่งเปน antimuscarinic agents สําหรับผูปวยรายนี้ ผูปวยหยด haloperidol เอง เพราะ
 [  ] 4 = โน้มตัวไปข้างหน้า เดินลากขา ร่วมกับเดินเด้งไปด้านหลัง   trihexyphenidyl ซึ่งเป็น antimuscarinic agents  ส าหรับผู้ป่วยรายนี้ ผู้ป่วยหยุด haloperidol เอง เพราะ
                                                      
                                              
                            
                                                                                          
                                                                                    ุ
 2. การปล่อยให้  ผู้ตรวจยกแขนผู้ป่วยสูงขึ้นระดับไหล่และปล่อยให้แขนตกลงข้างล าตัว  ในคนปกติจะได้ยิน  ไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากยาไดและอาการ EPS หายไปภายหลังหยดยา แตสงผลกระทบใหไม
               สามารถควบคุมอาการของโรคจิตเภทได โดยมีอาการหูแวว กลัวคนจะมาทําราย แพทยจึงเปลี่ยนจาก
 แขนตกลงข้าง  เสียงแขนกระแทกกับข้างล าตัวเสียงดังและแขนเด้งกลับ  ในผู้ป่วยทมีอาการพาร์กินสันระดับ  ไม่สามารถทนต่ออาการไม่พึงประสงค์จากยาได้ และอาการ EPS หายไปภายหลังหยุดยา แต่ส่งผลกระทบให้ไม่
 ี่
 รุนแรง แขนจะตกลงช้ามาก   สามารถควบคุมอาการของโรคจิตเภทได้ โดยมีอาการหูแว่ว กลัวคนจะมาท าร้าย แพทย์จึงเปลี่ยนจาก
               haloperidol ซึ่งเปนยารักษาโรคจิตกลุมเกา เปน risperidone ซึ่งเปนยารักษาโรคจิตกลุมใหมและเกิด EPS
               haloperidol ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า เป็น risperidone ซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่และเกิด EPS
                 
                     
               นอยกวา haloperidol โดยให risperidone ขนาด 2 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง ทั้งนี้ในอนาคต หาก
               น้อยกว่า haloperidol  โดยให้ risperidone ขนาด 2 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง ทั้งนี้ในอนาคต หาก
 202
                                                                                                       203
                                                                                                     203
























                                                                                                       208
   219   220   221   222   223   224   225   226   227   228   229