Page 229 - Neuropsychiatric.indd
P. 229

3)  การจัดการ
                                        ิ
                                    ื
                                    ่
                            ั
                       การจดการเมอเกดภาวะ QT interval prolongation ร่วมกับ polymorphic ventricular
               tachycardia ท าโดยหยุดยาที่เป็นสาเหตุ ประเมินระดับโพแทสเซียมและแมกนีเซียมในเลือด และแก้ไขหาก
               พบว่ามีระดับต่ า ผู้ป่วยที่มีสภาวะคงที่ (hemodynamically stable) จะแก้ไขด้วยการให้ magnesium
                             ั
               sulfate 1-2 กรม เจอจางใน 5% dextrose in water (D5W) ปริมาตร 50-100 มิลลิลิตร ฉีดเข้าทางหลอด
                                 ื
                 ื
               เลอดด า นาน 15 นาที แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่มีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ าร่วมด้วย และให้ซ้ าได้ แต่ขนาดยาใน 1
               ชั่วโมงจะต้องไม่เกิน 4 กรัม หรือให้ magnesium sulfate แบบต่อเนอง (continuous infusion) ในอตรา
                                                                                                      ั
                                                                          ่
                                                                          ื
                       ั
                           ่
                                  ั
                                        ี
               0.5-1 กรม/ชัวโมง หลงจากฉดเขาทางหลอดเลอดด าแบบ bolus ครั้งแรก  ส าหรับผู้ป่วยรายนี้ แพทย์ได้หยุด
                                           ้
                                                      ื
               ยาที่เป็นสาเหตุ คือ azithromycin และให้ magnesium sulfate 1 กรัม เจือจางใน D5W ปรมาตร 50
                                                                                                 ิ
               มิลลิลิตร ตามด้วยการให้แบบต่อเนื่อง ในอัตรา 0.5 กรัม/ชั่วโมง  หลังจากผ่านไป 10 ชั่วโมง ผู้ป่วยกลับสู่ภาวะ
                           ่
               ปกติ ตรวจไมพบ QT interval prolongation อีก
                       4)  การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
                                              ั
                                   ิ
                       ผลการประเมนความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ azithromycin กับการเกิด QT interval
               prolongation ได้เท่ากับ 7 คะแนน มีความเป็นไปได้ในระดับน่าจะใช่ (ตารางที่ 5.9)  เนื่องจาก azithromycin
               มีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถท าให้เกิด QT interval prolongation และอาการไม่พงประสงค์เกิดขึ้น
                                                                                          ึ
               ภายหลังได้รับ azithromycin ประมาณ 5 ชั่วโมง โดยมีหลักฐานยืนยันการเกิดอาการไม่พงประสงค์ คือ ผล
                                                                                           ึ
                              ั
                            ้
                       ื
                       ่
               ตรวจคลนไฟฟาหวใจ พบ QTc interval 610 มิลลิวินาที ร่วมกับ polymorphic ventricular tachycardia
               ผู้ป่วยกลับสู่ภาวะปกติภายหลังจากหยุด azithromycin และให้การรักษาด้วย magnesium sulfate และไม่มี
                                                                                  ี
               สาเหตุอนที่ท าให้เกิด QT interval prolongation โดยผลการประเมนความเสยงตอการเกด QT interval
                                                                                             ิ
                                                                          ิ
                                                                                  ่
                                                                                      ่
                      ื่
               prolongation ก่อนเริ่มใช้ azithromycin มระดับต่ า (4 คะแนน)
                                                    ี

                                                                     ั
                      ี
                      ่
                                                                                         ์
               ตารางท 5.9 ผลการประเมนความสมพันธ์ระหว่างยาทสงสยกบอาการไมพงประสงค กรณ QT interval
                                                               ี
                                                                               ่
                                               ั
                                                               ่
                                                                                              ี
                                       ิ
                                                                   ั
                                                                                 ึ
               prolongation (ต่อ)
                                                                                                  ผลคะแนน
                                 ค าถามใน Naranjo’s algorithm
                                                                                เกณฑ์คะแนน
                                ค าถามใน Naranjo’s algorithm                  เกณฑ์คะแนน        ผลคะแนน
                                                                                                   ประเมิน
                                                                                  ไม่ใช่   ไม่ทราบ
                                                                         ใช่  ใช่   ไม่ใช่   ไม่ทราบ   ประเมิน
                                                                                                 azithromycin
                                                                                              azithromycin
                 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่
                5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้  -1  +1   +2   0   0   0   +2  +1
                 ค าอธิบาย azithromycin สามารถท าให้เกิด QT interval prolongation
                หรือไม่
                 และจัดเป็น known  risk of TdP (ข้อมูลในบทที่ 3)
                ค าอธิบาย ไม่มีเนื่องจากยาที่ให้ร่วมกันระหว่างนั้นคือ ceftriaxone และผลการ
                 2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่
                ประเมินความเสี่ยงต่อ QT interval prolongation ก่อนเริ่มใช้ยามีระดับต่ า (4   +2   -1   0   +2
                 ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ azithromycin ประมาณ 5 ชั่วโมง
                คะแนน) แต่เมื่อมีการใช้ azithromycin ระดับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นระดับปาน
                กลาง (7 คะแนน)                                               +1     0        0            +1
                 3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ
                 เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
                6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่       -1   +1        0            0
                ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก
                 ค าอธิบาย แพทย์หยุด azithromycin และให้การรักษาด้วย magnesium
                7. สามารถตรวจวัดปริมาณยาได้ในเลือด (หรือของเหลวอื่น) ในปริมาณความ  +1   0   0           0
                 sulfate หลังจากผ่านไป 10 ชั่วโมง ผู้ป่วยกลับสู่ภาวะปกติ
                เข้มข้นที่เป็นพิษหรือไม่                                     +2     -1       0             0
                 4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่
                ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการวัดระดับยาในเลือด
                 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาซ้ าอีก
                8. ปฏิกิริยารุนแรงขึ้น เมื่อเพิ่มขนาดยาหรือลดความรุนแรงลงเมื่อลดขนาดยา  +1   0   0      0
                หรือไม่
                ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการปรับเพิ่มขนาดยาหรือลดขนาดยา
                9. ผู้ป่วยเคยมีปฏิกิริยาที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันนี้มาก่อน ในการได้รับยาครั้ง  +1   0   0   0
                ก่อน ๆ หรือไม่                                                                         207
                 ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากขาดประวัติการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
                10. อาการไม่พึงประสงค์นี้ ได้รับการยืนยันโดยหลักฐานที่เป็นรูปธรรม   +1   0   0         +1
                (objective evidence) หรือไม่
                ค าอธิบาย มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พบ QTc interval 610 มิลลิวินาที
                ร่วมกับ polymorphic ventricular tachycardia
                รวม                                                                                     7

                      5)  บทบาทของเภสัชกร
                       5)  บทบาทของเภสัชกร
                                      ึ
                      การเกิดอาการไม่พงประสงค์จากยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT interval prolongation อาจพบ
                       การเกิดอาการไมพึงประสงคจากยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation อาจพบ
                                                                                                   ั
                                                                  ั
                                                                                     ่
               ภายหลงจากเร่มใช้ยาเป็นระยะเวลาเป็นชัวโมงหรือหลายวัน ทงน้อาจมหลายปัจจัยทเป็นสาเหตร่วม ดงน้น   ั
                                                                          ี
                                                                                              ุ
                                                                     ี
                     ั
                                                                  ้
                           ิ
                                                                                     ี
                                                                                                     ั
                                                 ่
                                                                ั
                                                                      ี
                                                  ั่
               ภายหลังจากเริ่มใชยาเปนระยะเวลาเปนชวโมงหรือหลายวน ทั้งน้อาจมีหลายปจจัยที่เปนสาเหตุรวม ดังน้น
               การจัดให้มีระบบแจ้งเตือนรายการยาที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด QT interval prolongation เมื่อมีการสั่งใช้
                                                                                             ่
                                                                                                    ่
               การจัดใหมีระบบแจงเตือนรายการยาที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิด QT interval prolongation เมือมีการสังใชยา
                                                                      ึ
               ยา จะช่วยเพิ่มความตระหนักและร่วมกันเฝ้าระวังการเกิดอาการไม่พงประสงค์ระหว่างใช้ยา กรณีศึกษานี้ เป็น
                                                                                                   ี้
               จะชวยเพิ่มความตระหนักและรวมกันเฝาระวังการเกิดอาการไมพึงประสงคระหวางใชยา กรณีศึกษาน เปนยา
               ยาที่ได้รับระหว่างเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลซึ่งสามารถเฝ้าติดตามผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด แต่กรณียาที่
               ที่ไดรับระหวางเขารับการรักษาในโรงพยาบาลซึ่งสามารถเฝาติดตามผูปวยไดอยางใกลชิด แตกรณียาที่ผูปวย
                                                                               
                                                                         
               ผู้ป่วยรับประทานที่บ้าน มีความจ าเป็นที่เภสัชกรให้ค าแนะน าเพอให้ผู้ป่วยและญาติสังเกตอาการผิดปกติภาย
                                                                   ื่
                            ่
               รับประทานทีบาน มีความจําเปนที่เภสัชกรใหคาแนะนําเพือใหผูปวยและญาติสังเกตอาการผิดปกต
                                                                          
                                                                     ่
                                                          ํ
               หลังจากการใช้ยา เช่น ชีพจรเต้นเร็ว วิงเวียนศีรษะ หายใจล าบาก รู้สึกเหมือนจะเป็นลมหมดสติ  ซึ่งหากเกิด  ิ
               ภายหลังจากการใชยา เชน ชีพจรเตนเร็ว วิงเวียนศีรษะ หายใจลําบาก รูสึกเหมือนจะเปนลมหมดสติ ซึ่งหาก
                                                                           
                               ่
                                       ุ
                                                                                           ี
                                                                                      ั
                     ิ
                                                                                  ี
                                                  ี
                                                             ์
               ความผดปกติดังกลาว ต้องหยดใช้ยาและรบมาพบแพทยทโรงพยาบาล นอกจากน้ เภสชกรมบทบาทในการ
                                                               ี
                                                               ่
                                                                                        ัเภสัชกรมีบทบาทใน
                                                                                       ี
                                                                                       ้
                                                                  
               เกิดความผิดปกติดังกลาว ตองหยุดใชยาและรีบมาพบแพทยที่โรงพยาบาล นอกจากน
               จัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง คือ magnesium sulfate โดยจัดเตรียมข้อมูลการผสมยาและอตราการบรหารยา
                                                                                                 ิ
               การจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง คือ ma
                                              ึgnesium sulfate โดยจัดเตรียมขอมูลการผสมยาและอัตราการบริหารยา
               เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์ในระหว่างการบริหารยาดังกล่าว
               เพื่อลดค  วามเสี่ยงตอการเกิดอาการไมพึงประสงคในระหวางการบริหารยาดังกลาว




               208
                                                                                                    208
                 6.  กรณีศึกษา: หวใจเตนชากวาปกติจาก diltiazem
                               ั
                                           
                       ผูปวยหญิงอายุ 65 ป น้ําหนัก 50 กิโลกรัม มาพบแพทยตามนดที่แผนกผูปวยนอกทุก 3 เดอน ชวง
                                                                                    
                                                                                                   ื
                                                                           ั
                                                                     
                                                                                         ื
               1 สัปดาหที่ผานมารูสึกเหนอย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง นอนราบได ไมมีหอบเหน่อย ไมมีอาการเจ็บ
                                       ื
                                       ่
               หนาอกหรือใจสั่น ไมเคยมีอาการวูบ ผลการตรวจรางกาย พบอุณหภูมิรางกาย 36.7 องศาเซลเซียส อัตราการ
               เตนของชีพจร 56 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 102/59 มิลลิเมตรปรอท อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที คาความ
                                                                           
                                                                                           ิ
               เขมขนของออกซิเจนในเลือด (oxygen saturation) 96% อัตราการเตนของหัวใจไมปกต (irregular heart
                                                                                                 
               rate) ผลตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ พบ sinus  bradycardia ผลตรวจทางหองปฏิบัติการอื่น ๆ ไดแก ความ
                                                ั
               สมบูรณของเม็ดเลือด การทํางานของตบ การทํางานของไต การทํางานของตอมไทรอยด ระดับอิเล็กโทรไลต
                      
                                                                
                                                                                               ั
               และคา international  normalized  ratio (INR) อยในเกณฑปกต  ผูปวยมีโรคประจําตว คอ atrial
                                                                                                   ื
                                                                               
                                                                            ิ
                                                                ู
                     
                                ั
                                                                                                 
                                                                                                        ื
                                                                                               ่
               fibrillation ความดนโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular accident)  ยาทีใชประจําคอ
               aspirin,  atorvastatin,  enalapril,  atenolol,  folic  acid,  omeprazole,  warfarin และ  vitamin  B
               complex  แตเมื่อ 3  เดือนทีผานมา แพทยสั่งเพิ่มยา 1  รายการ คอ diltiazem  (ตารางที  5.10) ผูปวย
                                                                                                      
                                                                          ื
                                         ่
                                                                                              ่
               รับประทานยาสม่ําเสมอตามแพทยสั่ง และในชวง 3 เดือนที่ผานมา พยายามปรับพฤตกรรมโดยออกกําลังกาย
                                                                                      ิ
                                                                                                      
                                                                   
                                                                                              ่
                 ั
               วนเวนวัน ลดอาหารเค็ม ตามทีแพทยแนะนํา และไมเคยใชยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมอืน จากขอมูล
                                           ่
               ดังกลาว แพทยจึงสั่งหยุดใช diltiazem และนัดติดตามอาการอีก 2 สัปดาห ซึ่งพบวาผูปวยมีอัตราการเตนของ
                                                                                                      
                                                                                                       
               ชีพจร 110 ครั้ง/นาที แพทยจึงสั่งใช diltiazem ในขนาดเดิม และ 1 เดือนตอมา ผูปวยกลับมาพบแพทยดวย
               อาการเหนื่อย เพลียเชนเดิมและมีอัตราการเตนของชีพจร 60 ครั้ง/นาที

               ตารางที่ 5.10 รายการยาที่ผูปวยไดรับ และผลตรวจความดันโลหิตและอัตราการเตนของชีพจร
                                                                                                       215
   224   225   226   227   228   229   230   231   232   233   234