Page 231 - Neuropsychiatric.indd
P. 231
ี
ิ
่
เมื่อ 3 เดือนก่อน ซึ่งการได้รับร่วมกับ atenolol จะเพ่มความเสยงต่อการเกด bradycardia สาหรับปัจจัย
ิ
เสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุได้ เช่น ความผิดปกติของระดับอิเล็กโทรไลต์ ภาวะติดเชื้อ ระดับไทรอยด์ฮอร์โมน
การท างานของไตและตับ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว
2) การวินิจฉัย
ั
่
การบ่งชี้ bradycardia พิจารณาจากอัตราการเต้นของหวใจตากว่า 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งมีสาเหตุจาก
ื
ิ
ิ
ิ
ความผดปกตของการท างานของ SA node หรอเกดจาก atrioventricular (AV) block ท าให้เกิด sinus
bradycardia หรือ ventricular derived rhythms และเมื่อหัวใจเต้นช้าจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดและน า
ี
ิ
ออกซเจนไปเลยงอวัยวะสวนต่าง ๆ ของรางกายได้เพียงพอ จะทาใหเกดอาการเมื่อยล้า เหนื่อย อ่อนเพลย
่
่
้
้
ิ
ี
วิงเวียนศรษะ สับสน มึนงง เป็นลมหรือมีอาการคล้ายจะเป็นลม ความดันโลหิตต่ า หายใจไม่สุด เจ็บหน้าอก
ี
รู้สึกเหนื่อยเร็วเมื่อออกก าลังกายหรือท างานที่ใช้แรง หรืออาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ พบ
ี
ื
้
่
อัตราการเต้นของชีพจร 56 ครั้ง/นาท ผลตรวจคลนไฟฟาหวใจ พบ sinus bradycardia ความดันโลหิตต่ า
ั
เหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเริ่มใช้ diltiazem ร่วมกับยาอน ๆ ที่ผู้ป่วยใช้อยู่
ื่
เดิม
3) การจัดการ
การจัดการเมื่อเกิด bradycardia คือ หยุดยาที่เป็นสาเหตุ และติดตามประเมินผู้ป่วย อาการมักจะดี
ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5 half-life ของยา ซ่ง diltiazem แบบออกฤทธิ์เนิ่นที่ผู้ป่วยได้รับ มีค่าครึ่งชีวิต
ึ
ประมาณ 6-9 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้มีอาการรุนแรงจาก bradycardia เช่น
ิ
้
ิ
ั
ช็อก (ความดันโลหตต ากว่า 90/60 มลลเมตรปรอท) อัตราการเต้นของหวใจนอยกว่า 50 ครั้ง/นาที หรือมี
ิ
่
ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป ซึม สับสน หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ดังนั้นจึงไม่ได้รับ atropine
(สามารถศกษารายละเอียดเพมเติมในบทที่ 3) ในวันนัดติดตามอาการอก 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยมอัตราการเต้นของ
ี
ึ
ิ่
ี
ชีพจร 110 ครั้ง/นาที
4) การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ผลการประเมนความสมพันธ์ระหว่าง diltiazem กับการเกิด bradycardia ได้เท่ากับ 9 คะแนน ม
ั
ิ
ความเป็นไปไดในระดบใช่แน่นอน (ตารางท 5.11) เนื่องจากในขณะที่ได้รับ atenolol ซึ่งสามารถท าให้เกิด
ั
่
ี
้
bradycardia ผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติเกิด bradycardia โดยมอตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาที แต่
ั
ี
ื่
ภายหลังได้รับ diltiazem ประมาณ 3 เดือน ผู้ป่วยเกิดภาวะดังกล่าว และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่อาจเป็น
ี
สาเหตุได้ ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นภายหลังหยุด diltiazem และมอาการ bradycardia อีกภายหลังกลับมาเริ่มใช้ ี
ยา diltiazem อีกครั้ง
่
เมื่อ 3 เดือนกอน ซึ่งการไดรับรวมกับ atenolol จะเพิมความเสี่ยงตอการเกิด bradycardia สําหรับปจจัย ตารางที่ 5.11 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณี bradycardia
เมื่อ 3 เดือนก่อน ซึ่งการได้รับร่วมกับ atenolol จะเพ่มความเสยงต่อการเกด bradycardia สาหรับปัจจัย
่
ี
ิ
ิ
้
ื
เสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเปนสาเหตุได เชน ความผิดปกติของระดับอิเล็กโทรไลต ภาวะติดเชอ ระดับไทรอยดฮอรโมน ค าถามใน Naranjo’s algorithm เกณฑ์คะแนน ผลคะแนน
เสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุได้ เช่น ความผิดปกติของระดับอิเล็กโทรไลต์ ภาวะติดเชื้อ ระดับไทรอยด์ฮอร์โมน ประเมิน
การทํางานของไตและตับ ซึ่งในผูปวยรายนี้ไมมีปจจัยเสี่ยงดังกลาว ใช่ ไม่ใช ไม่ทราบ
่
การท างานของไตและตับ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว
2) การวินิจฉัย 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่ +1 0 0 diltiazem
2) การวินิจฉัย
+1
การบงชี้ bradycardia พิจารณาจากอัตราการเตนของหัวใจตากวา 60 ครั้งตอนาที ซึ่งมีสาเหตุจาก ค าอธิบาย diltiazem สามารถท าให้เกิด bradycardia (ข้อมูลในบทที่ 3)
่ํ
่
ั
การบ่งชี้ bradycardia พิจารณาจากอัตราการเต้นของหวใจตากว่า 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งมีสาเหตุจาก
ความผิดปกติของการทํางานของ SA node หรือเกิดจาก atrioventricular (AV) block ทําใหเกิด sinus 2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่ +2 -1 0 +2
ิ
ิ
ื
ความผดปกตของการท างานของ SA node หรอเกดจาก atrioventricular (AV) block ท าให้เกิด sinus
ิ
่
bradycardia หรือ ventricular derived rhythms และเมือหัวใจเตนชาจนไมสามารถสูบฉีดเลือดและนํา ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ diltiazem มานาน 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้า
bradycardia หรือ ventricular derived rhythms และเมื่อหัวใจเต้นช้าจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดและน า
ื
้
ออกซิเจนไปเลียงอวัยวะสวนตาง ๆ ของรางกายไดเพียงพอ จะทําใหเกิดอาการเมื่อยลา เหน่อย ออนเพลีย ผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาท ี
้
ิ
่
ิ
ี
้
ออกซเจนไปเลยงอวัยวะสวนต่าง ๆ ของรางกายได้เพียงพอ จะทาใหเกดอาการเมื่อยล้า เหนื่อย อ่อนเพลย
่
ี
่
วิงเวียนศีรษะ สับสน มึนงง เปนลมหรือมีอาการคลายจะเปนลม ความดันโลหิตตํา หายใจไมสุด เจ็บหนาอก
วิงเวียนศรษะ สับสน มึนงง เป็นลมหรือมีอาการคล้ายจะเป็นลม ความดันโลหิตต่ า หายใจไม่สุด เจ็บหน้าอก
ี
่
รู้สึกเหนื่อยเร็วเมื่อออกก าลังกายหรือท างานที่ใช้แรง หรืออาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ พบี
ื
รูสึกเหน่อยเร็วเมื่อออกกําลังกายหรือทํางานทีใชแรง หรืออาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเตนได ซึ่งในผูปวยรายน ้ 210
อัตราการเต้นของชีพจร 56 ครั้ง/นาท ผลตรวจคลนไฟฟาหวใจ พบ sinus bradycardia ความดันโลหิตต่ า
ื
่
พบอัตราการเตนของชีพจร 56 ครั้ง/นา
ีที ผลตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ พบ sinus bradycardia ความดันโลหิตต่ํา
ั
้
เหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเริ่มใช้ diltiazem ร่วมกับยาอน ๆ ที่ผู้ป่วยใช้อยู่
ู
เหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเริ่มใช diltiazem รวมกับยาอื่น ๆ ที่ผูปวยใชอยเดิม
ื่
เดิม 3) การจัดการ
3) การจัดการ ี
การจัดการเมื่อเกิด bradycardia คือ หยุดยาที่เปนสาเหตุ และติดตามประเมินผูปวย อาการมักจะด
การจัดการเมื่อเกิด bradycardia คือ หยุดยาที่เป็นสาเหตุ และติดตามประเมินผู้ป่วย อาการมักจะดี
ิ
ขึ้นเมื่อเวลาผานไปประมาณ 5 halflife ของยา ซึ่ง diltiazem แบบออกฤทธ์เน่นที่ผูปวยไดรับ มีคาครึ่งชีวิต
ิ
ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5 half-life ของยา ซ่ง diltiazem แบบออกฤทธิ์เนิ่นที่ผู้ป่วยได้รับ มีค่าครึ่งชีวิต
ึ
ประมาณ 69 ชั่วโมง ซึ่งจะใชเวลาประมาณ 2 วัน เนื่องจากผูปวยไมไดมีอาการรุนแรงจาก bradycardia เชน
ประมาณ 6-9 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้มีอาการรุนแรงจาก bradycardia เช่น
ช็อก (ความดันโลหิตตํากวา 90/60 มิลลิเมตรปรอท) อัตราการเตนของหัวใจนอยกวา 50 ครั้ง/นาที หรือ
่
ช็อก (ความดันโลหตต ากว่า 90/60 มลลเมตรปรอท) อัตราการเต้นของหวใจนอยกว่า 50 ครั้ง/นาที หรือมี
ิ
่
ิ
ั
ิ
้
ั
มีระดับความรูสึกตัวเปลี่ยนไป ซึม สับสน หรือเกิดภาวะหัวใจลมเหลวเฉียบพลัน ดังน้นจึงไมไดรับ atropine
ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป ซึม สับสน หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ดังนั้นจึงไม่ได้รับ atropine
(สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในบทที่ 3) ในวันนัดติดตามอาการอีก 2 สัปดาห ผูปวยมีอัตราการเตนของ
ิ่
ี
ึ
ี
(สามารถศกษารายละเอียดเพมเติมในบทที่ 3) ในวันนัดติดตามอาการอก 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยมอัตราการเต้นของ
ชีพจร 110 ครั้ง/นาที
ชีพจร 110 ครั้ง/นาที
4) การประเมินอาการไมพึงประสงคจากยา
4) การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ผลการประเมินความสัมพันธระหวาง diltiazem กับการเกิด bradycardia ไดเทากับ 9 คะแนน
ั
ิ
ผลการประเมนความสมพันธ์ระหว่าง diltiazem กับการเกิด bradycardia ได้เท่ากับ 9 คะแนน ม
มีความเปนไปไดในระดับใชแนนอน (ตารางที่ 5.11) เนื่องจากในขณะทีไดรับ atenolol ซึ่งสามารถทําใหเกิด ี
่
ั
ความเป็นไปไดในระดบใช่แน่นอน (ตารางท 5.11) เนื่องจากในขณะที่ได้รับ atenolol ซึ่งสามารถท าให้เกิด
ี
่
้
bradycardia ผูปวยไมเคยมีประวตเกิด bradycardia โดยมีอัตราการเตนของชพจร 105108 ครัง/นาที
้
ั
ิ
ี
bradycardia ผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติเกิด bradycardia โดยมอตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาที แต่
ั
ี
แตภายหลังไดรับ diltiazem ประมาณ 3 เดือน ผูปวยเกิดภาวะดังกลาว และไมมีปจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเปน
ภายหลังได้รับ diltiazem ประมาณ 3 เดือน ผู้ป่วยเกิดภาวะดังกล่าว และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่อาจเป็น
ื่
สาเหตุได ผูปวยมีอาการดีขึ้นภายหลังหยุด diltiazem และมีอาการ bradycardia อีกภายหลังกลับมาเริมใช
่
ี
สาเหตุได้ ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นภายหลังหยุด diltiazem และมอาการ bradycardia อีกภายหลังกลับมาเริ่มใช้
ยา diltiazem อีกครั้ง
ยา diltiazem อีกครั้ง
ตารางที่ 5.11 ผลการประเมินความสัมพันธระหวางยาที่สงสัยกับอาการไมพึงประสงค กรณ bradycardia
ตารางที่ 5.11 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณี bradycardia
ี
เกณฑ์คะแนน
ค าถามใน Naranjo’s algorithm
ผลคะแนน
คําถามใน Naranjo’s algorithm เกณฑคะแนน ผลคะแนน
ประเมิน
่
ใช่ ไม่ใช ไม่ทราบ ประเมิน
ใช ไมใช ไมทราบ diltiazem
1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่ +1 0 0 diltiazem +1
1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแลวหรือไม +1 0 0 +1
ค าอธิบาย diltiazem สามารถท าให้เกิด bradycardia (ข้อมูลในบทที่ 3)
ู
ิ
ิ
คําอธบาย diltiazem สามารถทําใหเกด bradycardia (ขอมลในบทที่ 3) +2 -1 0 +2
2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่
ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ diltiazem มานาน 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้า
ผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาท ี
217
210
210

