Page 230 - Neuropsychiatric.indd
P. 230
การเกิดอาการไมพึงประสงคจากยาที่มีความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation อาจพบ
ภายหลังจากเริ่มใชยาเปนระยะเวลาเปนชวโมงหรือหลายวน ทั้งน้อาจมีหลายปจจัยที่เปนสาเหตุรวม ดังน้น
การจัดใหมีระบบแจงเตือนรายการยาที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิด QT interval prolongation เมือมีการสังใชยา
จะชวยเพิ่มความตระหนักและรวมกันเฝาระวังการเกิดอาการไมพึงประสงคระหวางใชยา กรณีศึกษาน เปนยา
ที่ไดรับระหวางเขารับการรักษาในโรงพยาบาลซึ่งสามารถเฝาติดตามผูปวยไดอยางใกลชิด แตกรณียาที่ผูปวย
่
รับประทานทีบาน มีความจําเปนที่เภสัชกรใหคาแนะนําเพือใหผูปวยและญาติสังเกตอาการผิดปกต
ภายหลังจากการใชยา เชน ชีพจรเตนเร็ว วิงเวียนศีรษะ หายใจลําบาก รูสึกเหมือนจะเปนลมหมดสติ ซึ่งหาก
เกิดความผิดปกติดังกลาว ตองหยุดใชยาและรีบมาพบแพทยที่โรงพยาบาล นอกจากน เภสัชกรมีบทบาทใน
การจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง คือ magnesium sulfate โดยจัดเตรียมขอมูลการผสมยาและอัตราการบริหารยา
เพื่อลดความเสี่ยงตอการเกิดอาการไมพึงประสงคในระหวางการบริหารยาดังกลาว
5) บทบาทของเภสัชกร ั่ ํ ั ่ ี ้ ี ่ ี้ ่ ั ิ
6. กรณีศึกษา: หวใจเตนชากวาปกติจาก diltiazem
ั
6. กรณีศึกษา: หัวใจเต้นช้ากว่าปกติจาก diltiazem
ื
ผูปวยหญิงอาย 65 ป น้ําหนัก 50 กิโลกรัม มาพบแพทยตามนดที่แผนกผูปวยนอกทุก 3 เดอน ชวง
ุ
ั
ผู้ป่วยหญิงอายุ 65 ปี น้ าหนัก 50 กิโลกรัม มาพบแพทย์ตามนัดที่แผนกผู้ป่วยนอกทุก 3 เดือน ช่วง
1 สัปดาหที่ผานมารูสึกเหนอย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง นอนราบได ไมมีหอบเหน่อย ไมมีอาการเจ็บ
ื
่
ื
1 สัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกเหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง นอนราบได้ ไม่มีหอบเหนื่อย ไม่มีอาการเจ็บ
หนาอกหรือใจสั่น ไมเคยมีอาการวูบ ผลการตรวจรางกาย พบอุณหภูมิรางกาย 36.7 องศาเซลเซียส อัตราการ
หน้าอกหรือใจสั่น ไม่เคยมีอาการวูบ ผลการตรวจร่างกาย พบอุณหภูมิร่างกาย 36.7 องศาเซลเซียส อัตราการ
เตนของชีพจร 56 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 102/59 มิลลิเมตรปรอท อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที คาความ
เต้นของชีพจร 56 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 102/59 มิลลิเมตรปรอท อตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที ค่าความ
ั
ิ
เขมขนของออกซิเจนในเลือด (oxygen saturation) 96% อัตราการเตนของหัวใจไมปกต (irregular heart
่
ั
เข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (oxygen saturation) 96% อัตราการเต้นของหวใจไมปกติ (irregular heart
rate) ผลตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ พบ sinus bradycardia ผลตรวจทางหองปฏิบัติการอื่น ๆ ไดแก ความ
rate) ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พบ sinus bradycardia ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ ได้แก่ ความสมบูรณ์
ั
สมบูรณของเม็ดเลือด การทํางานของตบ การทํางานของไต การทํางานของตอมไทรอยด ระดับอิเล็กโทรไลต
่
ของเม็ดเลือด การทางานของตับ การทางานของไต การท างานของต่อมไทรอยด์ ระดับอเลกโทรไลต์ และคา
ิ
็
และคา international normalized ratio (INR) อยในเกณฑปกติ ผูปวยมีโรคประจําตัว คือ atrial fibrillation
ู
international normalized ratio (INR) อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้ป่วยมีโรคประจ าตัว คือ atrial fibrillation ความ
ั
ความดนโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular accident) ยาทีใชประจําคอ aspirin, atorvastatin,
ื
่
ดนโลหตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular accident) ยาที่ใช้ประจ าคือ aspirin,
ิ
ั
enalapril, atenolol, folic acid, omeprazole, warfarin และ vitamin B complex แตเมือ 3 เดอนทีผานมา
่
ื
่
atorvastatin, enalapril, atenolol, folic acid, omeprazole, warfarin และ vitamin B complex แต่เมื่อ
่
ื
แพทยสังเพิมยา 1 รายการ คอ diltiazem (ตารางที 5.10) ผูปวยรับประทานยาสม่ําเสมอตามแพทยสั่งและ
่
่
3 เดือนที่ผ่านมา แพทย์สั่งเพมยา 1 รายการ คอ diltiazem (ตารางท 5.10) ผป่วยรับประทานยาสมาเสมอ
ี
่
ิ่
้
ู
ื
่
่
ิ
ื
ในชวง 3 เดอนทีผานมา พยายามปรับพฤตกรรมโดยออกกําลังกายวันเวนวัน ลดอาหารเค็ม ตามที่แพทย
ตามแพทย์สั่ง และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พยายามปรับพฤติกรรมโดยออกก าลังกายวันเว้นวัน ลดอาหารเค็ม
แนะนําและไมเคยใชยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมอื่น จากขอมูลดัง ื่กลาว แพทยจึงสั่งหยุดใช diltiazem และ
ตามที่แพทย์แนะน า และไม่เคยใช้ยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมอน จากข้อมูลดังกล่าว แพทย์จึงสั่งหยุดใช้
ี
ิ
diltiazem และนัดติดตามอาการอีก 2 สัปดาห์ ซึ่งพบว่าผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของชีพจร 110 ครั้ง/นาที แพทย์
่
นัดตดตามอาการอีก 2 สัปดาห ซึ่งพบวาผูปวยมีอัตราการเตนของชพจร 110 ครัง/นาที แพทยจึงสังใช
้
ิ
จึงสั่งใช้ diltiazem ในขนาดเดม และ 1 เดือนต่อมา ผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อย เพลียเช่นเดม
diltiazem ในขนาดเดิม และ ิ1 เดือนตอมา ผูปวยกลับมาพบแพทยดวยอาการเหนือย เพลียเชนเดิมและ
่
และมอัตราการเต้นของชีพจร 60 ครั้ง/นาที
ีาการเตนของชีพจร 60 ครั้ง/นาที
มีอัตร
ตารางที่ 5.10 รายการยาที่ผู้ป่วยได้รับ และผลตรวจความดันโลหิตและอัตราการเต้นของชีพจร
9 เดือนก่อน 6 เดือนก่อน 3 เดือนก่อน
ตารางที่ 5.10 รายการยาที่ผูปวยไดรับ และผลตรวจความดันโลหิตและอัตราการเตนของชีพจร
รายการยาที่ได้รับ
Aspirin 300 mg 1x1 po pc 9 เดือนกอน 6 เดือนกอน 3 เดือนกอน
/
/
/
Atorvastatin 40 mg 1x1 po hs / / / 215
Enalapril 5 mg 2 x 1 po pc / / /
Atenolol 50 mg 1x1 po pc / / /
Folic acid 5 mg 1x1 po pc / / /
Omeprazole 20 mg 1x1 po ac / / /
Warfarin 3 mg 1x1 po hs / / /
Vitamin B complex 1x3 po pc / / /
Diltiazem SR 120 mg 1x1 po pc - - /
ความดันโลหิต (มิลลิเมตรปรอท) 153/98 148/89 151/92
อัตราการเต้นของชีพจร (ครั้ง/นาที) 105 102 108
mg, milligram; SR, sustained release
1) ความเสี่ยงจากยา
ี
ิ
ยาทสงสยว่าอาจเปนสาเหตุของการเกด bradycardia มี 2 รายการ คือ atenolol ซึ่งเป็น beta
ั
็
่
blockers และ diltiazem ซึ่งเป็น non-dihydropyridine calcium channel blockers ส่งผลให้เกิดการ
ั
้
ยับยั้ง automaticity ของ sinoatrial (SA) node ท าให้เกิด bradycardia ได มักพบในลกษณะ sinus
bradycardia (ข้อมูลสนับสนุนในบทที่ 3) ยาที่น่าสงสัยมากที่สุด คือ diltiazem เนื่องจากผู้ป่วยเพิ่งได้รับยานี้
209
209

