Page 233 - Neuropsychiatric.indd
P. 233

7.  กรณีศึกษา: หัวใจล้มเหลวจาก pioglitazone
                       ผู้ป่วยหญิงอายุ 63 ปี น้ าหนัก 60 กิโลกรัม เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการส าคัญคือ หอบ

                   ื
                              ่
               เหน่อย หายใจไมสะดวก 2 สัปดาห์ก่อน เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวก และ 1 สัปดาห์ก่อน อาการเริ่มแย่ลง
                                                     ่
                                                     ื
               นอนราบไมได (orthopnea) หายใจหอบเหนอยขณะหลับ (paroxysmal nocturnal dyspnea) ไม่มีอาการ
                           ้
                         ่
                                                                                           ี
                                                                                                        ้
                                                                      ่
               เจ็บหน้าอก ไม่มีไข้หรือไอ ผลการตรวจรางกายแรกรบ อุณหภูมรางกาย 36.7 องศาเซลเซยส อัตราการเตน
                                                                     ิ
                                                  ่
                                                            ั
                                      ี
                                ั
                                ้
               ของชีพจร 100 ครง/นาท อัตราการหายใจ 22 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 160/100 มิลลิเมตรปรอท พบ
                                          ี
                                                                             ้
                                                                       ้
               jugular vein distension ฟังเสยงปอดพบ crepitation ในปอดทงสองขาง ผลตรวจเอกซเรย์ทรวงอก พบ
                                                                       ั
               pulmonary congestion เสียงหัวใจปกติ ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พบว่าปกติ ผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
               บริเวณทรวงอก พบ moderate bilateral effusion ผลตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
               (echocardiography) พบ normal ventricular function and left ventricular ejection fraction (LVEF)
                                       ้
                         ี
                                                                                  ่
                                 ้
                                 ั
                                                                         ื
               65% และมขาบวมทงสองขาง (pitting edema) ระดับ 2+ ระบบอ่น ๆ ของรางกายปกติดี  ผลตรวจทาง
               ห้องปฏิบัติการ พบการท างานของไตและตับปกติ (ค่ายูเรียไนโตรเจนในเลือด 20 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ค่าครีเอติ
               นินในเลือด 0.9 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ค่าเอนไซม์ตับ AST 18 ยูนิต/ลตร ALT 11 ยูนิต/ลตร และอลบูมน 3.8
                                                                        ิ
                                                                                                ั
                                                                                                    ิ
                                                                                        ิ

                                    ็
               กรม/เดซิลตร) จานวนเมดเลอดขาว 7,800 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิลิตร ไมมภาวะโลหตจาง ระดับ troponin-T
                                                                            ี
                                                                           ่
                  ั
                                                                                    ิ
                                       ื
                        ิ
                                                                     ื
                                            ิ
                                                ิ
                      ้
                                               ิ
               ปกติ (นอยกว่า 0.04 นาโนกรัม/มลลลตร) ระดับ lactate ในเลอดปกติ (10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับ
                                                                                                      ั
               น้ าตาลในเลือดแบบสุ่ม 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ผู้ป่วยมีโรคประจ าตัว คือ โรคเบาหวาน นาน 10 ปี มารบยา
               ตามแพทย์นัดทุก 3 เดือน และยาที่ใช้ประจ าคือ 1) metformin 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 2) glipizide 5
               มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 3) aspirin 81 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง และ 4) simvastatin 20 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง
               โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แพทย์สั่งเพิ่มรายการ pioglitazone 30 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง จนถึงปัจจุบัน ผู้ป่วย
               รับประทานยาสม่ าเสมอตามแพทย์สั่ง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ควบคุมระดับน้ าตาลในเลือดและความดันโลหิตได้
               ตามเกณฑ์ (HbA 1C 7.0 เปอร์เซ็นต์)  ไม่เคยแพ้ยา ไม่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่
                       1)  ความเสี่ยงจากยา
                       การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ ความผิดปกติของ
                                                                                          ิ
               ระบบหัวใจและหลอดเลือด (เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วรุนแรง หัวใจพการแต่ก าเนิด โรค
               เยื่อหุ้มหัวใจ) การติดเชื้อ (ไวรัส กล้ามเนื้อหัวใจอกเสบ ปรสิต) โรคข้ออกเสบรูมาตอยด์ โรคลูปัส โรคผิวหนัง
                                                                           ั
                                                        ั
               แข็ง โรคต่อมไร้ท่อ (โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคต่อมหมวกไต) โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน ยา สารพิษ และอื่น ๆ
                                                           ื
                                                           ่
                                 ี
                                                                                                       ื
                                                                                       ้
                                                    ั
               การทราบสาเหตุจะมผลต่อการวางแผนการรกษา เนองจากสาเหตุบางอยางสามารถแกไขและหายขาดหรอดี
                                                                            ่
                                                                                             ื่
               ขึ้นได้  ในผู้ป่วยรายนี้มีโรคประจ าตัวคือ เบาหวาน และควบคุมระดับน้ าตาลได้ และได้รับยาเพอลดความเสี่ยง
               ต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจคือ aspirin และ simvastatin ทั้งนี้มีการตรวจเพมเติมเพอให้มั่นใจว่าผู้ป่วยไม่
                                                                                        ื่
                                                                                  ิ่
                                   ื
                                       ่
                                       ื
                                                                                          ่
               มโรคหัวใจและหลอดเลอดอนแทรกซอน เช่น ไมมประวัตการเจ็บแน่นหน้าอก ผลตรวจคลนไฟฟาหัวใจ และ
                                                                                               ้
                 ี
                                                        ่
                                                               ิ
                                                         ี
                                              ้
                                                                                          ื
               ระดับ troponin-T พบว่าปกติ ไม่มีโรคติดเชื้อ ล าดับต่อมาจึงพิจารณาสาเหตุจากการใช้ยา
                       จากข้อมูลข้างต้น ยาที่สงสัยว่าอาจเปนสาเหตุของการเกดภาวะหวใจล้มเหลวม 2 รายการ คอ
                                                        ็
                                                                        ิ
                                                                                                        ื
                                                                                            ี
                                                                                ั
               metformin และ pioglitazone (ข้อมูลสนับสนุนได้กล่าวในบทที่ 3) แต่การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วย
                           ั
                    ี
               รายน้ น่าจะสมพนธ์กบการใช้ pioglitazone มากกว่า metformin เนื่องจากการกระตุ้นภาวะหัวใจล้มเหลว
                                 ั
                              ั
               จาก metformin มักพบในผู้ที่มี lactic acidosis แต่จากผลตรวจร่างกายและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของ
               ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีภาวะดังกล่าว และไม่มีปัจจัยร่วมที่มีผลเพมระดับยา metformin ได้แก่ การดื่มสุรา การ
                                                                 ิ่
               ท างานของไตที่ลดลง โรคตับ หัวใจล้มเหลว และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงผู้ป่วยใช้ metformin
               ต่อเนื่องมานานหลายปีและรับประทานยาสม่ าเสมอตามแพทย์สั่ง ในขณะที่ pioglitazone ใช้มานาน 1 ปี โดย
                                                                                                       212
               212
   228   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238