Page 232 - Neuropsychiatric.indd
P. 232

ิ
                                                                     ี

                                                                               ิ
                                                                     ่
               เมื่อ 3 เดือนก่อน ซึ่งการได้รับร่วมกับ atenolol จะเพ่มความเสยงต่อการเกด bradycardia  สาหรับปัจจัย
               เสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุได้ เช่น ความผิดปกติของระดับอิเล็กโทรไลต์ ภาวะติดเชื้อ ระดับไทรอยด์ฮอร์โมน
               การท างานของไตและตับ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว
                      2)  การวินิจฉัย
                                                                      ั
                      การบ่งชี้ bradycardia พิจารณาจากอัตราการเต้นของหวใจตากว่า 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งมีสาเหตุจาก
                                                                          ่

               ความผดปกตของการท างานของ SA node หรอเกดจาก atrioventricular (AV) block ท าให้เกิด sinus
                           ิ
                     ิ
                                                        ื
                                                            ิ
               bradycardia หรือ ventricular derived rhythms และเมื่อหัวใจเต้นช้าจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดและน า

                                                                           ิ
               ออกซเจนไปเลยงอวัยวะสวนต่าง ๆ ของรางกายได้เพียงพอ จะทาใหเกดอาการเมื่อยล้า เหนื่อย อ่อนเพลย
                                                                                                        ี
                                                  ่
                                     ่
                    ิ
                                                                         ้
                            ้
                            ี
               วิงเวียนศรษะ สับสน มึนงง เป็นลมหรือมีอาการคล้ายจะเป็นลม ความดันโลหิตต่ า หายใจไม่สุด เจ็บหน้าอก
                       ี
               รู้สึกเหนื่อยเร็วเมื่อออกก าลังกายหรือท างานที่ใช้แรง หรืออาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ พบ
                                                          ื
                                                          ่
               อัตราการเต้นของชีพจร 56 ครั้ง/นาท ผลตรวจคลนไฟฟาหวใจ พบ sinus bradycardia ความดันโลหิตต่ า
                                                                  ั
                                                               ้
                                               ี
                                                                                          ื่
               เหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเริ่มใช้ diltiazem ร่วมกับยาอน ๆ ที่ผู้ป่วยใช้อยู่
               เดิม
                      3)  การจัดการ
                      การจัดการเมื่อเกิด bradycardia คือ หยุดยาที่เป็นสาเหตุ และติดตามประเมินผู้ป่วย อาการมักจะดี
                                                         ึ
               ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5 half-life ของยา ซ่ง diltiazem แบบออกฤทธิ์เนิ่นที่ผู้ป่วยได้รับ มีค่าครึ่งชีวิต
               ประมาณ 6-9 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน  เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้มีอาการรุนแรงจาก bradycardia เช่น
               ช็อก (ความดันโลหตต ากว่า 90/60 มลลเมตรปรอท) อัตราการเต้นของหวใจนอยกว่า 50 ครั้ง/นาที หรือมี
                                                                                 ้
                                               ิ
                                  ่
                                                                             ั
                                                  ิ
                               ิ
               ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป ซึม สับสน หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ดังนั้นจึงไม่ได้รับ atropine
                                                                          ี
                                        ิ่
                        ึ
                                                                                           ี
               (สามารถศกษารายละเอียดเพมเติมในบทที่ 3) ในวันนัดติดตามอาการอก 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยมอัตราการเต้นของ
               ชีพจร 110 ครั้ง/นาที
                      4)  การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
                                  ิ
                      ผลการประเมนความสมพันธ์ระหว่าง diltiazem กับการเกิด bradycardia ได้เท่ากับ 9 คะแนน ม
                                         ั
                                                    ี
                                                    ่
                                  ั
                            ้
               ความเป็นไปไดในระดบใช่แน่นอน (ตารางท 5.11) เนื่องจากในขณะที่ได้รับ atenolol ซึ่งสามารถท าให้เกิด
                                                                 ี
               bradycardia ผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติเกิด bradycardia โดยมอตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาที แต่
                                                                  ั
               ภายหลังได้รับ diltiazem ประมาณ 3 เดือน ผู้ป่วยเกิดภาวะดังกล่าว และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่อาจเป็น
                                                                                            ื่
                                                                  ี
               สาเหตุได้  ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นภายหลังหยุด diltiazem และมอาการ bradycardia อีกภายหลังกลับมาเริ่มใช้ ี
               ยา diltiazem อีกครั้ง

               ตารางที่ 5.11 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณี bradycardia (ต่อ)
 ิ
 ี

 ่
 ิ
 เมื่อ 3 เดือนก่อน ซึ่งการได้รับร่วมกับ atenolol จะเพ่มความเสยงต่อการเกด bradycardia  สาหรับปัจจัย  ค าถามใน Naranjo’s algorithm   เกณฑ์คะแนน   ผลคะแนน
                                                                                                  ผลคะแนน
                                 ค าถามใน Naranjo’s algorithm
                                                                                เกณฑ์คะแนน
 เสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุได้ เช่น ความผิดปกติของระดับอิเล็กโทรไลต์ ภาวะติดเชื้อ ระดับไทรอยด์ฮอร์โมน   ประเมิน
                                                                                                   ประเมิน
                                                                             ใช่  ไม่ใช
                                                                                     ่่  ไม่ทราบ
 การท างานของไตและตับ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว          ใช่  ไม่ใช  ไม่ทราบ   diltiazem
                                                                                                  diltiazem
 2)  การวินิจฉัย    1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่       +1  +1   0  0   0  0       +1  +1
                 3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ

 การบ่งชี้ bradycardia พิจารณาจากอัตราการเต้นของหวใจตากว่า 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งมีสาเหตุจาก  ค าอธิบาย diltiazem สามารถท าให้เกิด bradycardia (ข้อมูลในบทที่ 3)
 ่
 ั
                 เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
                 ค าอธิบาย แพทย์หยุด diltiazem และนัดมาติดตามผล 2 สัปดาห์ต่อมา ซึ่ง
 ิ
 ความผดปกตของการท างานของ SA node หรอเกดจาก atrioventricular (AV) block ท าให้เกิด sinus   2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่    +2   -1   0   +2
 ิ
 ิ
 ื
                 ผู้ป่วยอาการดีขึ้น
 bradycardia หรือ ventricular derived rhythms และเมื่อหัวใจเต้นช้าจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดและน า  ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ diltiazem มานาน 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้า
                 4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่
 ออกซเจนไปเลยงอวัยวะสวนต่าง ๆ ของรางกายได้เพียงพอ จะทาใหเกดอาการเมื่อยล้า เหนื่อย อ่อนเพลย   ผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาท  ี  +2   -1   0   +2
 ิ
 ี
 ้
 ี
 ่
 ิ
 ้

 ่
                 ค าอธิบาย ใช่ เนื่องจากภายหลังได้รับยา diltiazem อีกครั้ง ผู้ป่วยมีอาการอีก
 ี
 วิงเวียนศรษะ สับสน มึนงง เป็นลมหรือมีอาการคล้ายจะเป็นลม ความดันโลหิตต่ า หายใจไม่สุด เจ็บหน้าอก   5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้  -1   +2   0   +2
 รู้สึกเหนื่อยเร็วเมื่อออกก าลังกายหรือท างานที่ใช้แรง หรืออาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ พบ  หรือไม่    210
 ่
 ื
 ้
 อัตราการเต้นของชีพจร 56 ครั้ง/นาท ผลตรวจคลนไฟฟาหวใจ พบ sinus bradycardia ความดันโลหิตต่ า     ค าอธิบาย ไม่มีเนื่องจาก diltiazem เป็นยาที่ผู้ป่วยเพิ่งได้รับเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
 ั
 ี
 เหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะบางครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเริ่มใช้ diltiazem ร่วมกับยาอน ๆ ที่ผู้ป่วยใช้อยู่  และผู้ป่วยไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ในขณะที่ atenolol นั้นผู้ป่วยได้รับมา
 ื่
 เดิม            ต่อเนื่องในขนาดเดิม และไม่เคยมีประวัติเกิด bradycardia
 3)  การจัดการ   6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่        -1   +1        0           0
 การจัดการเมื่อเกิด bradycardia คือ หยุดยาที่เป็นสาเหตุ และติดตามประเมินผู้ป่วย อาการมักจะดี  ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก
 ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5 half-life ของยา ซ่ง diltiazem แบบออกฤทธิ์เนิ่นที่ผู้ป่วยได้รับ มีค่าครึ่งชีวิต  7. สามารถตรวจวัดปริมาณยาได้ในเลือด (หรือของเหลวอื่น) ในปริมาณความ  +1   0   0   0
 ึ
                 เข้มข้นที่เป็นพิษหรือไม่
 ประมาณ 6-9 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน  เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้มีอาการรุนแรงจาก bradycardia เช่น   ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการวัดระดับยาในเลือด
 ้
 ่
 ช็อก (ความดันโลหตต ากว่า 90/60 มลลเมตรปรอท) อัตราการเต้นของหวใจนอยกว่า 50 ครั้ง/นาที หรือมี  8. ปฏิกิริยารุนแรงขึ้น เมื่อเพิ่มขนาดยาหรือลดความรุนแรงลงเมื่อลดขนาดยา  +1   0   0   0
 ั
 ิ
 ิ
 ิ
 ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป ซึม สับสน หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ดังนั้นจึงไม่ได้รับ atropine   หรือไม่
 ี
 (สามารถศกษารายละเอียดเพมเติมในบทที่ 3) ในวันนัดติดตามอาการอก 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยมอัตราการเต้นของ  ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการปรับเพิ่มขนาดยาหรือลดขนาดยา
 ิ่
 ี
 ึ
 ชีพจร 110 ครั้ง/นาที    9. ผู้ป่วยเคยมีปฏิกิริยาที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันนี้มาก่อน ในการได้รับยาครั้ง  +1   0   0   0
 4)  การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา   ก่อน ๆ หรือไม่
 ั
 ิ
 ผลการประเมนความสมพันธ์ระหว่าง diltiazem กับการเกิด bradycardia ได้เท่ากับ 9 คะแนน ม ี  ค าอธิบาย ไม่มี เนื่องจากเพิ่งได้รับ diltiazem เมื่อ 3 เดือนก่อน
 ี
 ่
 ้
 ความเป็นไปไดในระดบใช่แน่นอน (ตารางท 5.11) เนื่องจากในขณะที่ได้รับ atenolol ซึ่งสามารถท าให้เกิด   10. อาการไม่พึงประสงค์นี้ ได้รับการยืนยันโดยหลักฐานที่เป็นรูปธรรม   +1   0   0   +1
 ั
                 (objective evidence) หรือไม่
 ั
 bradycardia ผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติเกิด bradycardia โดยมอตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาที แต่  ค าอธิบาย มีการตรวจอัตราการเต้นของชีพจร
 ี
 ื่
 ภายหลังได้รับ diltiazem ประมาณ 3 เดือน ผู้ป่วยเกิดภาวะดังกล่าว และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่อาจเป็น  รวม            9
 ี
 สาเหตุได้  ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นภายหลังหยุด diltiazem และมอาการ bradycardia อีกภายหลังกลับมาเริ่มใช้
 ยา diltiazem อีกครั้ง   5)  บทบาทของเภสัชกร
                       5)  บทบาทของเภสัชกร
                       การเกิด bradycardia จาก diltiazem อาจพบไดตั้งแตชั่วโมง จนถึงระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งมีปจจัย
                       การเกิด bradycardia จาก diltiazem อาจพบได้ตั้งแต่ชั่วโมง จนถึงระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งมีปัจจัย
 ตารางที่ 5.11 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณี bradycardia   อนที่ต้องพจารณาร่วมด้วย เช่น ผู้สูงอายุ โรคหัวใจ ยาที่ใช้ร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ได้รับยาที่มีผลท าให้เกิด
                                                                                     ้
                        ิ
                 ื่ อื่นที่ตองพิจารณารวมดวย เชน ผูสูงอายุ โรคหัวใจ ยาที่ใชรวมดวย ซึงในผูปวยรายนีไดรับยาที่มีผลทําใหเกิด
                                                                        ่
 ค าถามใน Naranjo’s algorithm   เกณฑ์คะแนน   ผลคะแนน  bradycardia ร่วมด้วย คือ atenolol เภสัชกรควรติดตาม ประเมิน ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของชีพจร
                                                                                                  
               bradycardia รวมดวย คือ atenolol เภสัชกรควรติดตาม ประเมิน ความดันโลหิต และอัตราการเตนของชพ
                                                                                                        ี
 ประเมิน
                                                 ื่
               จร ระหวางผูปวยใชยาและใหคําแนะนําเพื่อใหผูปวยและญาติสังเกตอาการผิดปกติภายหลังใชยา เชน เมื่อยลา
 ่
 ใช่  ไม่ใช  ไม่ทราบ   ระหว่างผู้ป่วยใช้ยา และให้ค าแนะน าเพอให้ผู้ป่วยและญาติสังเกตอาการผิดปกติภายหลังใช้ยา เช่น เมื่อยล้า
 diltiazem     เหนื่อย อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ สับสน มึนงง เป็นลมหรือมีอาการคล้ายจะเป็นลม ความดันโลหิตต่ า โดยหาก
 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่   +1   0   0   +1   เหนื่อย ออนเพลีย วิงเวียนศีรษะ สับสน มึนงง เปนลมหรือมีอาการคลายจะเปนลม ความดันโลหิตต่ํา โดยหาก
               เกิดอาการดังกลาว ใหรีบแจงแพทยหรือเภสัชกร ซึ่งผูปวยรายน ไดแจงใหแพทยทราบเมื่อมาพบแพทยตามนัด
                                                                    ี้
 ค าอธิบาย diltiazem สามารถท าให้เกิด bradycardia (ข้อมูลในบทที่ 3)   เกิดอาการดังกล่าว ให้รีบแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ ได้แจ้งให้แพทย์ทราบเมื่อมาพบแพทย์ตามนัด
                                                                   ั
                                                                           ิ
                                  ่
                                        ้
                                                                                                       ้
                       ี
                                                                                             ั
               ในขณะที่มีอาการมากอนหนาประมาณ 1 สัปดาห และเภสัชกรควรติดตามอาการภายหลังจากการแกไขอาการ
 2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่    +2   -1   0   +2   ในขณะท่มีอาการมากอนหนาประมาณ 1 สัปดาห์  และเภสชกรควรตดตามอาการภายหลงจากการแกไข
                                  ื่
 ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ diltiazem มานาน 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้า  อาการไม่พึงประสงค์เพอประเมินว่าผู้ป่วยหายจากภาวะดังกล่าวหรือไม่เมื่อหยุด diltiazem เนื่องจากเป็นกรณี ี
               ไมพึงประสงคเพื่อประเมินวาผูปวยหายจากภาวะดังกลาวหรือไมเมื่อหยด diltiazem เนองจากเปนกรณ
                            
                                                                                            ื
                                          
                                                                              ุ
                                                                                            ่
                                 ั
                                                                                               ื่
 ผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของชีพจร 105-108 ครั้ง/นาท  ี  ที่ผู้ป่วยไม่ต้องนอนพกรักษาในโรงพยาบาล โดยติดตามผู้ป่วยทางโทรศัพท์ หรือปรึกษาแพทย์เพอนัดติดตาม
                                                                          ั
               ที่ผูปวยไมตองนอนพักรักษาในโรงพยาบาล โดยติดตามผูปวยทางโทรศพท หรือปรึกษาแพทยเพื่อนัดติดตาม
               ผู้ป่วยเร็วขึ้น
               ผูปวยเร็วขึ้น
 210
                                                                                                       211
                                                                                                       211

               7.  กรณีศึกษา: หวใจลมเหลวจาก pioglitazone
                               ั
                       ผูปวยหญิงอายุ 63 ป น้ําหนัก 60 กิโลกรัม เขารับการรักษาในโรงพยาบาลดวยอาการสําคัญคือ หอบ
               เหนื่อย หายใจไมสะดวก 2 สัปดาหกอน เริ่มมีอาการหายใจไมสะดวก และ 1 สัปดาหกอน อาการเริ่มแยลง
               นอนราบไมได (orthopnea) หายใจหอบเหนอยขณะหลับ (paroxysmal nocturnal dyspnea) ไมมีอาการ
                           
                                                     ่
                                                     ื
                                                                                                        
                     
                               
               เจ็บหนาอก ไมมีไขหรือไอ ผลการตรวจรางกายแรกรับ อุณหภมิรางกาย 36.7 องศาเซลเซียส อัตราการเตน
                                                                   ู
               ของชพจร 100 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 22 ครั้ง/นาที ความดนโลหิต 160/100  มิลลิเมตรปรอท พบ
                    ี
                                                                        ั
                                                                             
                                                                                               
                                                                       ้
               jugular vein distension ฟงเสียงปอดพบ crepitation ในปอดทังสองขาง ผลตรวจเอกซเรยทรวงอก พบ
                                                                                ิ
               pulmonary congestion เสียงหัวใจปกต ผลตรวจคลืนไฟฟาหัวใจ พบวาปกต ผลตรวจเอกซเรยคอมพิวเตอร
                                                  ิ
                                                            ่
                                                                           
                                                                                               
               บริเวณทรวงอก พบ moderate  bilateral  effusion ผลตรวจหัวใจดวยคลื่นเสียงสะทอนความถ่สูง
                                                                                                       ี
               (echocardiography) พบ normal  ventricular  function  and  left  ventricular  ejection  fraction
               (LVEF) 65% และมีขาบวมทั้งสองขาง (pitting edema) ระดับ 2+ ระบบอื่น ๆ ของรางกายปกติดี  ผลตรวจ
               ทางหองปฏิบัติการ พบการทํางานของไตและตับปกติ (คายูเรียไนโตรเจนในเลือด 20 มิลลิกรัม/เดซิลิตร คาครี
               เอตินินในเลือด 0.9 มิลลิกรัม/เดซิลิตร คาเอนไซมตับ AST 18 ยูนิต/ลิตร ALT 11 ยูนิต/ลิตร และอัลบูมิน 3.8
               กรัม/เดซิลิตร) จํานวนเม็ดเลือดขาว 7,800 เซลล/ลูกบาศกมิลลิลิตร ไมมีภาวะโลหิตจาง ระดับ troponinT
               ปกติ (นอยกวา 0.04 นาโนกรัม/มิลลิลิตร) ระดบ lactate ในเลือดปกติ (10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับ
                                                       ั
                                                                           ื
               น้ําตาลในเลือดแบบสุม 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ผูปวยมีโรคประจําตัว คอ โรคเบาหวาน นาน 10 ป มารับยา
                                              
               ตามแพทยนัดทุก 3 เดือน และยาที่ใชประจําคอ 1) metformin 500 มิลลิกรัม วนละ 2 ครัง 2) glipizide 5
                                                                                   ั
                                                                                            ้
                                                      ื
               มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 3) aspirin 81 มิลลิกรัม วันละ 1 ครัง และ 4) simvastatin 20 มิลลิกรัม วนละ 1
                                                                                                    ั
                                                                   ้
               ครั้ง โดยในชวง 1 ปที่ผานมา แพทยสั่งเพิ่มรายการ pioglitazone 30 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง จนถึงปจจุบัน
               ผูปวยรับประทานยาสม่ําเสมอตามแพทยสั่ง ในชวง 1 ปที่ผานมา ควบคุมระดับนําตาลในเลือดและความดัน
                                                                                   ้
               โลหิตไดตามเกณฑ (HbA 1C 7.0 เปอรเซ็นต)  ไมเคยแพยา ไมดื่มสุราหรือสูบบุหรี่
                                                                                                       219
   227   228   229   230   231   232   233   234   235   236   237