Page 234 - Neuropsychiatric.indd
P. 234

ี
                                       ั
                                                                           ้
                                                                ิ
                                                                                          ่
                                                                                                      ู
                                                                                                      ่
                                                              ้


                                                                      ั
 7.  กรณีศึกษา: หัวใจล้มเหลวจาก pioglitazone   pioglitazone มผลลดการขบโซเดียมออกทางไต ทาใหเกดการคงของนาและโซเดียมในรางกาย นาไปสการ
                                                                      ่

 ผู้ป่วยหญิงอายุ 63 ปี น้ าหนัก 60 กิโลกรัม เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการส าคัญคือ หอบ  เกิดหัวใจล้มเหลว ซึ่งระยะเวลาของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์นี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
 เหน่อย หายใจไมสะดวก 2 สัปดาห์ก่อน เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวก และ 1 สัปดาห์ก่อน อาการเริ่มแย่ลง   2)  การวินิจฉัย
 ื
 ่
                                                                                              ิ
                                                                                             ิ
 ื
                                       ั
                               ั
                                                   ิ
 ่
 ้
                                                             ู
                                                           ้
 ่
                             ิ
                                           ้
 นอนราบไมได (orthopnea) หายใจหอบเหนอยขณะหลับ (paroxysmal nocturnal dyspnea) ไม่มีอาการ  การวินจฉยภาวะหวใจลมเหลว พจารณาขอมลจากอาการและอาการแสดงทางคลนก และการสง
                                                                                                        ่
                                                                    ่
 ้
                                     ั
                             ่
                                                                    ี
                                                                                   ิ
 ี
                             ื
 ่
                                   ื
                                                                                            ้
 ิ
 เจ็บหน้าอก ไม่มีไข้หรือไอ ผลการตรวจรางกายแรกรบ อุณหภูมรางกาย 36.7 องศาเซลเซยส อัตราการเตน  ตรวจเพมเติมเพอช่วยยนยน ซึ่งอาการและอาการแสดงอาจเปลยนแปลงได้ตามปรมาณสารนาในรางกายของ
 ่
                                                                                                ่
                      ่
 ั
                      ิ

 ี
                                                          ี
 ของชีพจร 100 ครง/นาท อัตราการหายใจ 22 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 160/100 มิลลิเมตรปรอท พบ   ผู้ป่วย ในกรณีทไมสามารถวินิจฉยไดชัดเจน อาจมการตรวจระดบ natriuretic peptide ผู้ป่วยที่มีค่า LVEF
                               ่
                                                                     ั
                             ี
 ้
                             ่
 ั
                                           ั
                                              ้
 ้
 ้
 ี
 jugular vein distension ฟังเสยงปอดพบ crepitation ในปอดทงสองขาง ผลตรวจเอกซเรย์ทรวงอก พบ   ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป จัดเป็นกลุ่ม heart failure with preserved ejection fraction (HFpEF) ซึ่งอาการ
 ั
                                                                          ึ
                                                               ่
 pulmonary congestion เสียงหัวใจปกติ ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พบว่าปกติ ผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์  ของผู้ป่วยรายนี้เข้ากับได้กับภาวะหัวใจล้มเหลว (ตารางท 5.12) รวมถงผลตรวจ echocardiography ยืนยัน
                                                               ี
 บริเวณทรวงอก พบ moderate bilateral effusion ผลตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง   ว่าผู้ป่วยมี LVEF 65% และผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณทรวงอก พบ moderate bilateral effusion
 (echocardiography) พบ normal ventricular function and left ventricular ejection fraction (LVEF)
 ้
                      ี
                      ่
 ื
 ั
 ่
 ี
 65% และมขาบวมทงสองขาง (pitting edema) ระดับ 2+ ระบบอ่น ๆ ของรางกายปกติดี  ผลตรวจทาง  ตารางท 5.12 อาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ภาวะหัวใจล้มเหลว และผลการตรวจที่บ่งชี้ความผิดปกติในผู้ป่วย
 ้
 ห้องปฏิบัติการ พบการท างานของไตและตับปกติ (ค่ายูเรียไนโตรเจนในเลือด 20 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ค่าครีเอติ  ที่สงสัยภาวะหัวใจล้มเหลว
 ิ
 ิ
 ั
 ิ
 นินในเลือด 0.9 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ค่าเอนไซม์ตับ AST 18 ยูนิต/ลตร ALT 11 ยูนิต/ลตร และอลบูมน 3.8   อาการที่บ่งชี้ภาวะหัวใจล้มเหลว    ผู้ป่วยรายนี้   ผลการตรวจที่บ่งชี้ความผิดปกติของหัวใจ   ผู้ป่วยรายนี้
                                          6
 ิ
 ี
 ่
 ิ
 ั
 กรม/เดซิลตร) จานวนเมดเลอดขาว 7,800 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิลิตร ไมมภาวะโลหตจาง ระดับ troponin-T   ออกแรงหรือออกก าลังกายได้น้อยลง   N/A   LVEF <40% (HFrEF)   ไม่ใช  ่
 ื
 ็

 ิ
 ิ
 ้
 ิ
 ื
 ปกติ (นอยกว่า 0.04 นาโนกรัม/มลลลตร) ระดับ lactate ในเลอดปกติ (10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) และระดับ  นอนราบไม่ได้    มี   เงาหัวใจในเอกซเรย์ปอดกว้างขึ้น (HFrEF)   N/A
 น้ าตาลในเลือดแบบสุ่ม 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ผู้ป่วยมีโรคประจ าตัว คือ โรคเบาหวาน นาน 10 ปี มารบยา  หายใจหอบเหนื่อยหลังนอนหลับ    มี   LVEF >40% ร่วมกับหัวใจห้องล่างซ้ายหนา,  มี LVEF 65%
 ั
 ตามแพทย์นัดทุก 3 เดือน และยาที่ใช้ประจ าคือ 1) metformin 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 2) glipizide 5   Jugular vein pressure สูง   มี   หัวใจห้องบนซ้ายใหญ่ขึ้น หรือพบ diastolic
                                                           dysfunction (HFmrEF และ HFpEF)
 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 3) aspirin 81 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง และ 4) simvastatin 20 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง   พบเสียง S3 gallop   ไม่มี   ความดันหัวใจห้องล่างซ้ายสูงขึ้น   N/A
                                                   N/A
                 ตรวจพบ apical impulse ออกด้านข้าง
 โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แพทย์สั่งเพิ่มรายการ pioglitazone 30 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง จนถึงปัจจุบัน ผู้ป่วย  บวมตามแขนขา (extremity edema)   มี   ระดับ natriuretic peptide สูงขึ้น   N/A
 รับประทานยาสม่ าเสมอตามแพทย์สั่ง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ควบคุมระดับน้ าตาลในเลือดและความดันโลหิตได้  HFmrEF, heart failure with midrange ejection fraction, HFrEF, heart failure with reduced ejection fraction; HFpEF, heart failure
 ตามเกณฑ์ (HbA1C 7.0 เปอร์เซ็นต์)  ไม่เคยแพ้ยา ไม่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่   with preserved ejection fraction; LVEF, left ventricular ejection fraction; N/A, not available
 1)  ความเสี่ยงจากยา   ที่มา : อ้างอิงเกณฑ์จากแนวทางเวชปฏิบัติเพื่อการวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว พ.ศ.2562 6

 การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ ความผิดปกติของ
 ิ
 ระบบหัวใจและหลอดเลือด (เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วรุนแรง หัวใจพการแต่ก าเนิด โรค  3)  การจัดการ   ิ  ั  ้  ่ ี  ี  ื  ุ  ่ ี  ็  ้  ั
                       การจดการเมอเกดภาวะหวใจลมเหลวทมสาเหตุจากยา คอ หยดยาทเปนสาเหตุ และใหการรกษา
                                  ื
                                  ่
                           ั
 ั
 ั
 เยื่อหุ้มหัวใจ) การติดเชื้อ (ไวรัส กล้ามเนื้อหัวใจอกเสบ ปรสิต) โรคข้ออกเสบรูมาตอยด์ โรคลูปัส โรคผิวหนัง  เช่นเดียวกับภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เช่น การให้ยาขับปัสสาวะ และแก้ไขภาวะอน ๆ ที่เป็นปัจจัยร่วม
                                                                                        ื่
 แข็ง โรคต่อมไร้ท่อ (โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคต่อมหมวกไต) โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน ยา สารพิษ และอื่น ๆ    ภายหลังจากหยุดยาที่เป็นสาเหตุ ผู้ป่วยมักจะอาการดีขึ้นหรือมีการฟนตัวของกลามเนอหวใจ (สามารถศึกษา
                                                                                       ้
                                                                                         ั
                                                                                  ้
                                                                        ื้
                                                                                       ื
 ่
 ื
 ่
 การทราบสาเหตุจะมผลต่อการวางแผนการรกษา เนองจากสาเหตุบางอยางสามารถแกไขและหายขาดหรือดี  รายละเอียดเพ่มเตมในบทท 3) ส าหรับผู้ป่วยรายนี้ การรักษาระหว่างอยู่โรงพยาบาล คือ หยุดยาที่เป็นสาเหตุ
 ี
 ั
 ้
                                      ่
                                      ี
                            ิ
                               ิ
 ื่
 ขึ้นได้  ในผู้ป่วยรายนี้มีโรคประจ าตัวคือ เบาหวาน และควบคุมระดับน้ าตาลได้ และได้รับยาเพอลดความเสี่ยง  คือ pioglitazone รวมถงหยดยารักษาเบาหวานทกชนด โดยใหเปน regular insulin แทน และใหการรกษา
                                       ุ
                                                                                                 ้
                                                                                                      ั
                                                             ิ
                                    ึ
                                                                    ้
                                                                      ็
                                                         ุ
 ิ่
 ื่
 ต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจคือ aspirin และ simvastatin ทั้งนี้มีการตรวจเพมเติมเพอให้มั่นใจว่าผู้ป่วยไม่  ภาวะหัวใจล้มเหลว ด้วยยาขับปัสสาวะ furosemide และ angiotensin-converting enzyme inhibitors
 ี
 ่
 มโรคหัวใจและหลอดเลอดอนแทรกซอน เช่น ไมมประวัตการเจ็บแน่นหน้าอก ผลตรวจคลนไฟฟาหัวใจ และ  (enalapril) และภายหลังได้รับการรักษา 5 วัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ไม่มีขาบวม ไม่มีเสียงของความผิดปกติที่
 ิ
 ื
 ่
 ้
 ื
 ื
 ่
 ้
 ี
 ระดับ troponin-T พบว่าปกติ ไม่มีโรคติดเชื้อ ล าดับต่อมาจึงพิจารณาสาเหตุจากการใช้ยา   ปอด ผลตรวจเอกซเรยทรวงอก พบว่าปกติ ความดันโลหตของ jugular venous ลดลงสู่ปกติ และไม่มีการใช้
                                                              ิ
                                  ์
 จากข้อมูลข้างต้น ยาที่สงสัยว่าอาจเปนสาเหตุของการเกดภาวะหวใจล้มเหลวม 2 รายการ คอ
 ็
 ั
 ิ
 ื
 ี
                                                                                                        ิ
                               ี
 metformin และ pioglitazone (ข้อมูลสนับสนุนได้กล่าวในบทที่ 3) แต่การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วย  pioglitazone ซ้ าอก ยารักษาโรคเบาหวานที่ผู้ป่วยได้รับกลับบ้าน คือ metformin ขนาด 500 มิลลิกรัม เพ่ม
                             ็
                                         ้
                                         ั
               เป็นครั้งละ 2 เมด วันละ 2 ครง หลังอาหาร และ glipizide ขนาด 5 มิลลิกรัม  ครั้งละ 1 เมด วันละ 2 ครั้ง
                                                                                             ็
 ั
 รายน้ น่าจะสมพนธ์กบการใช้ pioglitazone มากกว่า metformin เนื่องจากการกระตุ้นภาวะหัวใจล้มเหลว  กอนอาหาร จากการนดติดตามอีก 1 เดือน พบว่าไม่มีภาวะหัวใจล้มเหลวแล้ว และระดับน้ าตาลในเลือดอยู่
 ั
 ั
 ี
                 ่
                                  ั
 จาก metformin มักพบในผู้ที่มี lactic acidosis แต่จากผลตรวจร่างกายและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของ  ในช่วงปกติ
 ิ่
 ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีภาวะดังกล่าว และไม่มีปัจจัยร่วมที่มีผลเพมระดับยา metformin ได้แก่ การดื่มสุรา การ  4)  การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
 ท างานของไตที่ลดลง โรคตับ หัวใจล้มเหลว และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงผู้ป่วยใช้ metformin   ผลการประเมนความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ pioglitazone กับการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ได้
                                            ั
                                  ิ
 ต่อเนื่องมานานหลายปีและรับประทานยาสม่ าเสมอตามแพทย์สั่ง ในขณะที่ pioglitazone ใช้มานาน 1 ปี โดย
               เท่ากับ 7 คะแนน มความเป็นไปได้ในระดับนาจะใช่ (ตารางท 5.13) เน่องจากมหลักฐานสนับสนุนว่า
                                                                       ี
                                                        ่
                                 ี
                                                                               ื
                                                                                       ี
                                                                       ่
 212                                                                                                   213
                                                                                                       213
   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239