Page 241 - Neuropsychiatric.indd
P. 241
่
ื
ในผู้ป่วยรายนี้เข้าเกณฑ์ 2 ข้อแรก ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาหลอดเลอดสมองแตกด้วยการผาตัดเปิด
กะโหลกศีรษะ (craniotomy)
4) การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ื
ั
ิ
ผลการประเมนความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ ibuprofen กับการเกิดหลอดเลอดสมองแตก ได้
เท่ากับ 7 คะแนน มีความเป็นไปได้ในระดับน่าจะใช่ (ตารางที่ 5.16) เนื่องจากผู้ป่วยได้รับ ibuprofen ต่อเนื่อง
นาน 10 เดือน ซึ่งเป็นยาที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถท าให้เกิดหลอดเลือดสมองแตกได้ และผู้ป่วยไม่เคย
ั
ได้รบการตรวจติดตามวัดความดันโลหิต และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดหลอดเลือดสมอง
ื่
แตก
่
ี
ึ
ตารางท 5.16 ผลการประเมนความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พงประสงค์ กรณีหลอดเลือดสมอง
ั
ิ
แตก (ต่อ)
ค าถามใน Naranjo’s algorithm เกณฑ์คะแนน ผลคะแนน
เกณฑ์คะแนน
ผลคะแนน
ค าถามใน Naranjo’s algorithm
ประเมิน
ประเมิน
ใช่ ไม่ใช ่ ่ ไม่ทราบ ibuprofen
ใช่ ไม่ใช ไม่ทราบ
ibuprofen
1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่ +1 0 0 0 0 +1
10. อาการไม่พึงประสงค์นี้ ได้รับการยืนยันโดยหลักฐานที่เป็นรูปธรรม
+1
+1
้
ค าอธิบาย ibuprofen สามารถท าให้เกิดหลอดเลือดสมองแตกได้ (ขอมูลในบท
(objective evidence) หรือไม่
ที่ 4)
ค าอธิบาย มีการตรวจร่างกาย และผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง
2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่ +2 -1 0 +2
รวม
7
ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ ibuprofen ต่อเนื่องนาน 10 เดือน
3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ +1 0 0 +1
5) บทบาทของเภสัชกร
เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
ผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการไม่พึงประสงค์จาก ibuprofen ซึ่งผู้ป่วยซื้อมารับประทานเอง และใช้ยาต่อเนื่อง
ค าอธิบาย ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด
็
ิ
ิ
ื
ั
ิ
ี
่
ี
่
เปนระยะเวลานาน นอกจากยาเพ่มความเสยงต่อการเกดหลอดเลอดในสมองแตก ยงเพ่มความเสยงต่อการ 0
-1
+2
4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่
0
ี
ึ
ทางานของไตทแยลง ซ่งในผปวยรายนพบว่าการทางานของไตลดลง คา eGFR เท่ากับ 45 มิลลิลิตร/นาที
่
่
้
่
่
ี
้
ู
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากยาที่ผู้ป่วยได้รับเป็นยาที่ซื้อมารับประทานเอง และ
ิ
์
่
ั
ั
ิ
เภสชกรมีบทบาทในการช่วยแพทย์รวบรวมประวัตการใช้ยา ส าหรบการเกดอาการไมพึงประสงคในลกษณะ
ั ยังไม่มีการใช้ยาซ้ าอีก
ดังกล่าว เภสัชกรร้านยามีส่วนช่วยในการป้องกันโดยไม่ควรจ่าย NSAIDs จ านวนมาก เช่น จ ากัดจ านวนไม่เกิน +2
0
5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้
+2
-1
ื
7 วัน หากพบผู้ป่วยที่มาขอซื้อ NSAIDs เพ่อรบประทานต่อเนอง ควรสอบถามสาเหตุ และใหคาแนะนา
้
่
หรือไม่
ื
ั
ค าอธิบาย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
เกี่ยวกับอนตรายจากการใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือส่งต่อพบแพทย์เพอค้นหาสาเหตุและได้รับการ
ั
ื่
6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่
รักษาอย่างเหมาะสม -1 +1 0 0
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก +1 0 0 0
7. สามารถตรวจวัดปริมาณยาได้ในเลือด (หรือของเหลวอื่น) ในปริมาณความ
ี
10. กรณีศึกษา: ตัวอย่างการจัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับรายการยาที่มอันตรกิริยาระหว่างยา
10. กรณีศึกษา: ตัวอยางการจัดเตรียมขอมูลเกี่ยวกับรายการยาที่มีอันตรกิริยาระหวางยา
เข้มข้นที่เป็นพิษหรือไม่
่
ยาที่อาจท าให้เกิดอาการไม่พงประสงค์ที่รุนแรง โดยส่วนใหญ่ยังไม่มการเผยแพรข้อมูลกันอย่าง
ึ
ี
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการวัดระดับยาในเลือด ทีรุนแรง โดยสวนใหญยังไมมีการเผยแพรขอมูลกันอยาง
ยาที่อาจทําใหเกิดอาการไมพึงประสงค
่
0
8. ปฏิกิริยารุนแรงขึ้น เมื่อเพิ่มขนาดยาหรือลดความรุนแรงลงเมื่อลดขนาดยา
+1
0
ั
ื
แพร่หลาย เนื่องจากไม่มีการประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นแพทย์และบุคลากรทางการ0
แพรหลาย เนื่องจากไมมีการประกาศแจงเตอนจากหนวยงานที่เกี่ยวของ ดังน้นแพทยและบุคลากรทางการ
ิ่
แพทย์อาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว การจัดท าข้อมูลสนับสนุนจะช่วยในการผลักดันให้แพทย์เพมความ
หรือไม่
่
ึ
ั
แพทยอาจไมตระหนักถงความเสี่ยงดงกลาว การจัดทําขอมูลสนับสนุนจะชวยในการผลักดันใหแพทยเพิม
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการปรับเพิ่มขนาดยาหรือลดขนาดยา
ตระหนัก และระมัดระวังการสั่งใช้ยามากขึ้น ในส่วนนี้ขอน าเสนอการจัดเตรียมข้อมูลยารักษาโรคจิตที่มีความ
ความตระหนัก และระมัดระวังการสั่งใชยามากขึ้น ในสวนนี้ขอนําเสนอการจัดเตรียมขอมูลยารักษาโรคจิตที่มี
0
0
+1
9. ผู้ป่วยเคยมีปฏิกิริยาที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันนี้มาก่อน ในการได้รับยาครั้ง
เสี่ยงสูงต่อการเกิด QT prolongation และยา simvastatin ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อลาย 0
ื
ความเสี่ยงสูงตอการเกิด QT prolongation และยา simvastatin ซึ่งมีความเสี่ยงตอการเกิดภาวะกลามเน้อ
ก่อน ๆ หรือไม่
สลาย (rhabdomyolysis)
ลายสลาย (rhabdomyolysis)
ค าอธิบาย ไม่มี เนื่องจากผู้ป่วยได้รับ ibuprofen ต่อเนื่องนาน และเพิ่งเกิด
์
ข้อมูลที่เป็นประเด็นส าคัญที่ควรเผยแพร่ต่อบุคลากรทางการแพทยสาหรับยารักษาโรคจิตที่มีความ
ขอมูลที่เปนประ
่
อาการหลอดเลือดสมองแตก เด็นสําคัญที่ควรเผยแพรตอบุคลากรทางการแพทยสําหรับยารักษาโรคจิตทีมี
่
เสี่ยงสูงต่อการเกิด QT prolongation ประกอบด้วย ข้อมูลการเปลยนแปลง QTc interval จากการตรวจ
ี
ความเสี่ยงสูงตอการเกิด QT prolongation ประกอบดวย ขอมูลการเปลียนแปลง QTc interval จากการ
่
คลื่นไฟฟ้าหัวใจภายหลังจากใช้ยารักษาโรคจิต เนื่องจากเป็นพารามิเตอร์ที่บ่งชี้ระดับความรุนแรงของอาการไม่
ตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจภายหลังจากใชยารักษาโรคจิต เนองจากเปนพารามิเตอรที่บงช้ระดับความรุนแรงของ
ื่
ี
์
ึ
พงประสงค สัดส่วนของผู้ป่วยที่เกิดการเปลี่ยนแปลง QTc interval อย่างมีนัยส าคัญ รวมถึงข้อมูลความชุก
อาการไมพึงประสงค สัดสวนของผูปวยที่เกิดการเปลี่ยนแปลง QTc interval อยางมีนัยสําคัญ รวมถึงขอมูล 9
219
ิ
ั
ุ
อบัติการณ์ หรือสัดส่วนผู้ป่วยที่เกิด QT interval prolongation และ TdP ของรายการยารกษาโรคจต 9
ความชุก อุบัติการณหรือสัดสวนผูปวยที่เกิด QT interval prolongation และ TdP ของรายการยารักษาโรคจิต
(ตารางที่ 5.17)
(ตารางที 5.17)
่
220
220
230

