Page 72 - Neuropsychiatric.indd
P. 72

ิ
 ตารางที่ 2.8 ยาที่สามารถท าให้เกิดการชัก   ยาที่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกดอาการชัก ได้แก่ ยาต้าน
 ยา   กลไก     แบคทีเรีย imipenem และยาแก้ปวด tramadol

 ยากดภูมิคุ้มกัน: cyclosporine   ท าให้ seizure threshold ลดต่ าลง    การวิเคราะห์อภิมานของ randomized controlled trials (RCTs) (28 เรื่อง ผู้ป่วย 7,099 ราย)
                                                                                                        42
 ยาคลายกล้ามเนื้อ: baclofen   พบว่าการใช้ imipenem เพ่มความเสยงต่อการเกดอาการชัก 3.5 เท่าเมื่อเทียบกับการไม่ใช้ยากลุ่ม
                                                 ี
                                                             ิ
                                        ิ
                                                 ่
 ยาต้านมาลาเรีย: chloroquine, mefloquine   carbapenems (odds ratio (OR) 3.5, 95% confidence interval (CI) 2.39, 5.49, I 10.4%) ในขณะที่
                                                                                        2
 ยาต้านอาเจียน    meropenem และ ertapenem ไมแสดงถึงความเสี่ยงดังกล่าว
                                              ่
 ยาต้านฮิสตามีน
                                  ์
 ยาปรับภูมิคุ้มกัน: interferon-alpha   การวิเคราะหอภิมานของ observational studies ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการศึกษาแบบ cross-sectional
                                                 43
 ยาต้านมะเร็ง: vincristine   studies (51 เรื่อง ผู้ป่วย 101,770 ราย) พบว่าการใช้ tramadol ในช่วงขนาดการรักษามีอุบัติการณ์การชัก
                ้
                                     2
 ยาสลบ: lidocaine, propofol, sevoflurane    รอยละ 3 (95% CI 2, 3, I 99.6%) และอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อใช้ยาเกินขนาด (38%, 95% CI 27,
                   2
 cholinesterase inhibitors   49, I 99.6%)
 NSAIDs                ปัจจัยเสี่ยงต่อการชักจากยา ได้แก่ ประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคลมชัก หรือเคยมีประวัติชัก ไตหรือตับ
 ยากันชัก: carbamazepine, gabapentin,   ท าให้ seizure threshold ลดต่ าลงเมื่อระดับยาในเลือดสูงเกิน  บกพรองส่งผลให้เกิดการสะสมของยาในร่างกายและเกิดพษจากยา ผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อที่ส่งผลให้ยาสามารถ
                                                                ิ
                    ่
 lamotrigine   ขนาด   ผ่าน blood brain barrier ได้มากขึ้น  ยาอน ๆ ที่ใช้ร่วมและส่งผลให้เกิดระดับโซเดียมในเลือดต่ า ระดับ
                                                    ื่
 ยากดภูมิคุ้มกัน: cyclosporine   พิษต่อระบบประสาท   แมกนีเซียมในเลือดต่ า หรือระดับน้ าตาลในเลือดต่ า
                                                         34
 ยาต้านมะเร็ง: busulfan
 ยาคลายกล้ามเนื้อ: baclofen    การถอนยา/หยุดยา   4.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
 barbiturates          ข้อแนะน าเพื่อป้องกันการเกิดอาการชักจากยา (ตารางที่ 2.8)  มีดังนี้
                                                                         34
 benzodiazepines       o  คัดกรองความเสี่ยงต่อการชักก่อนเริ่มใช้ยาที่สามารถท าให้เกิดการชัก
 ยาต้านซึมเศร้า: TCAs, bupropion, SSRIs, SNRIs    เพิ่ม noradrenergic activity
 ยาขยายหลอดลม: theophylline    รบกวนการเมแทบอลิซึมของ pyridoxine    o  ระมัดระวังการใช้ยาที่สามารถท าให้เกิดการชักในผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก หรือมีประวัติชัก
 ยาต้านวัณโรค: isoniazid   o  หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลท าให้เกิดอาการชักร่วมกัน
                                                  ื่
 ยาต้านแบคทีเรีย   ฤทธิ์ GABA receptor antagonist    o  ปรับขนาดยาให้เหมาะสมเพอลดความเสี่ยงต่อการสะสมยาในร่างกายในผู้ที่มีการท างานของไต
 penicillins: penicillin G, piperacillin,   หรือตับบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยา penicillins, cephalosporins, carbapenems หรือ
 ampicillin, amoxicillin   fluoroquiolones
 cephalosporins: cefazolin, cefepime   o  ปรับเพิ่มขนาดยาอย่างช้า ๆ ในการเริ่มใช้ยาบางชนิด เช่น clozapine
 carbapenems: imipenem   o  ระมัดระวังการใช้ยาที่มีอนตรกิริยากับยาที่ท าให้เกิดการชักและมีผลท าให้ระดับยาเพมสูงขึ้น เช่น
                                               ั
                                                                                                ิ่
 fluoroquinolones: norfloxacin, ciprofloxacin
                                ่
                                ี
                             ี
 ยารักษาโรคจิต: haloperidol, chlorpromazine,   ยับยั้ง dopamine receptors, histamine receptors และ   หลกเลยงการใช้ยา clozapine ร่วมกับยาที่เป็น CYP1A2 inhibitors, CYP2D6 inhibitors และ
 clozapine   acetylcholine-muscarinic receptors    CYP3A4 inhibitors
 opioids: pethidine (หรือ meperidine)   เพิ่ม excitation activity และมีฤทธิ์ serotonergic effect   o  ตรวจติดตามค่าทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ระดับโซเดียม แมกนีเซียม และน้ าตาลในเลือด
                                      ี
                                             ี
                                             ่
                                                                                                        ุ
 opioids: tramadol   ยับยั้งการ reuptake ของ noradrenaline และ serotonin   o  การหยุดยาที่มความเสยงต่อการชักจากการถอนยาจะต้องปรับลดขนาดยาลงอย่างช้า ๆ จนหยด
 ยาอื่น ๆ ที่มีผลโดยอ้อมต่อสมอง   รบกวนการไหลเวียนเลือดในสมอง รบกวนการน าส่งออกซิเจน และ  ยาได้ เช่น phenobarbital, benzodiazepines และ baclofen
     รบกวนเมแทบอลิซึม เช่น ท าให้ระดับโซเดียม แมกนีเซียม น้ าตาลใน  -  ผู้ป่วยที่ได้รับยา phenobarbital นานเกน 4 สปดาห ควรปรบลดขนาดยาลงรอยละ 10-25
                                                                     ั
                                                               ิ
                                                                                ั
                                                                                               ้
                                                                          ์
 เลือดต่ า                    ของขนาดยาที่ใช้ทุกเดือน แต่ส าหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาไม่เกิน 4 สัปดาห์ สามารถปรับลดขนาด
 GABA, gamma-aminobutyric acid; NSAIDs, nonsteroidal anti-inflammatory drugs; SNRIs, selective serotonin-noradrenaline   ยาลงได้เร็วกว่านั้น 44,45
 reuptake inhibitors; SSRIs, selective serotonin reuptake inhibitors; TCAs, tricyclic antidepressants
                                                                                             ้
                                                                ิ
                                                                           ์
                                                                      ั
 36
 40
 37
 39
 ที่มา : Hitchings และคณะ , Welty และคณะ , Grosset และคณะ  และ Murphy และคณะ    -  ผู้ป่วยที่ได้รับ benzodiazepines นานเกน 4 สปดาห ควรลดขนาดยาลงรอยละ 25 ของ
                                                                       ์
                                                                                               ้
                                                                        ้
                                      ้
                                                             ึ
                                                             ้
                              ขนาดยาทงหมดต่อสปดาห และนานขนในสปดาหทาย ๆ เช่น ลดลงประมาณรอยละ 10-20
                                                    ์
                                                                  ั
                                               ั
                                      ั
                              ของขนาดยาทั้งหมดในสัปดาห์ก่อนหน้า
                                                              46
                                                        ั
                          -  ผู้ป่วยที่ได้รับ baclofen ควรปรบลดขนาดยาลงโดยใช้ระยะเวลาอย่างนอย 1-2 สัปดาห์ จน
                                                                                         ้
                              สามารถหยุดยาได้
                                            47
 50                                                                                                     51
                                                                                                        51
   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77