Page 77 - Neuropsychiatric.indd
P. 77
ยาที่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ที่แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของการ
ยาที่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ที่แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของการ
รับรู้และความคิด ได้แก่ 1) ยารักษาโรคจิต โดยยาที่ความเสี่ยงสูงสุด คือ haloperidol และ clozapine 2)
รับรู้และความคิด ได้แก่ 1) ยารักษาโรคจิต โดยยาที่ความเสี่ยงสูงสุด คือ haloperidol และ clozapine 2)
ิ
lithium มีผลต่อทั้งการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะพสัย 3) ยารักษาโรคพาร์กินสัน โดยยาที่มีความ
lithium มีผลต่อทั้งการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะพสัย 3) ยารักษาโรคพาร์กินสัน โดยยาที่มีความ
ิ
เสี่ยงสูงต่อการเกิดประสาทหลอน คือ pergolide และ pramipexole 4) benzodiazepines ซึ่งท าให้เกิด
เสี่ยงสูงต่อการเกิดประสาทหลอน คือ pergolide และ pramipexole 4) benzodiazepines ซึ่งท าให้เกิด
ความบกพร่องด้านความจ าในผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้ยาบ่อย ขนาดสูง หรือระยะเวลานานจะเพมความเสี่ยง และ 5)
ิ่
ความบกพร่องด้านความจ าในผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้ยาบ่อย ขนาดสูง หรือระยะเวลานานจะเพมความเสี่ยง และ 5)
anticholinergics ที่มีฤทธิ์แรง หรือใช้ยาเป็นระยะเวลานาน (ตารางที่ 2.10) ิ่
anticholinergics ที่มีฤทธิ์แรง หรือใช้ยาเป็นระยะเวลานาน (ตารางที่ 2.10)
ตารางที่ 2.10 ยาที่มีขอมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติ
้
ตารางที่ 2.10 ยาที่มีขอมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติ
้
ของการรับรู้และความคิด
ของการรับรู้และความคิด จ านวน ผลการศึกษา
ยา
จ านวนงานวิจัย
ผลการศึกษา
ยา
จ านวนงานวิจัย จํานวน
ยา จํานวนงานวจัย จ านวน ผลการศึกษา
ิ
ผู้ป่วย
้
ผู้ป่วย
ยารักษาโรคจิตกลุ่ม RCTs 22 เรื่อง ผูป่วย
2,360 ราย haloperidol และ clozapine เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติ
่
RCTs 22 เรื่อง
่
ยารกษาโรคจิตกลุม 58 RCTs 22 เรอง 2,360 ราย haloperidol และ clozapine เพมความเสียงตอความผิดปกติ
ิ
่
2,360 ราย haloperidol และ clozapine เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติ
ั
่
ยารักษาโรคจิตกลุ่ม
่
ื
เก่าและกลุ่มใหม่
ของการรับรู้และความคิดมากกว่ายาชนิดอื่นในกลุ่ม (MD ของ
58
่
่
ู
เกาและกลุมใหม่ 58 ของการรบรและความคิดมากกวายาชนิดอนในกลุม (MD ของ
่
่
้
ั
ื
่
ของการรับรู้และความคิดมากกว่ายาชนิดอื่นในกลุ่ม (MD ของ
เก่าและกลุ่มใหม่
cognitive composite score -0.51, 95% CrI -1.04, -0.10
cognitive composite score -0.51, 95% CrI -1.04, -0.10
cognitive composite score -0.51, 95% CrI -1.04, -0.10
และ MD -0.49, 95% CrI -1.02, -0.08 ตามล าดับ)
ั
และ MD -0.49, 95% CrI -1.02, -0.08 ตามลําดบ)
และ MD -0.49, 95% CrI -1.02, -0.08 ตามล าดับ)
59
lithium observational 539 ราย lithium เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของการรับรู้และความคิด
่
ิ
่
ิ
้
่
lithium 59 59 observational 539 ราย lithium เพมความเสียงตอความผิดปกตของการรับรและ
ู
539 ราย
lithium
observational
lithium เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของการรับรู้และความคิด
เมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา
studies 12 เรื่อง
่
studies 12 เรอง ความคิดเมอเทยบกบการไมไดรบยา
ื
ั
้
ื
่
ี
่
ั
studies 12 เรื่อง
เมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา
ี
ู
- การเรียนร้และการจดจาแบบเฉยบพลัน (SMD 0.24, 95% CI
- การเรียนรและการจดจําแบบเฉียบพลัน (SMD 0.24, 95% CI
้
ู
ู
ี
- การเรียนร้และการจดจาแบบเฉยบพลัน (SMD 0.24, 95% CI
0.05, 0.43)
0.05, 0.43)
0.05, 0.43)
- ความคิดสร้างสรรค์ (SMD 0.33, 95% CI 0.02, 0.64)
- ความคิดสรางสรรค์ (SMD 0.33, 95% CI 0.02, 0.64)
้
- ความคิดสร้างสรรค์ (SMD 0.33, 95% CI 0.02, 0.64)
- ทักษะพิสัย (SMD 0.62, 95% CI 0.27, 0.97)
ั
- ทกษะพสัย (SMD 0.62, 95% CI 0.27, 0.97)
ิ
- ทักษะพิสัย (SMD 0.62, 95% CI 0.27, 0.97)
6,911 ราย pergolide และ pramipexole เพิ่มความเสี่ยงต่อประสาทหลอน
RCTs 24 เรื่อง
ยารักษาโรคพาร์กิน
ั
่
ื
ิ
ยารกษาโรค RCTs 24 เรอง 6,911 ราย pergolide และ pramipexole เพมความเสียงตอประสาทหลอน
่
่
่
RCTs 24 เรื่อง
ยารักษาโรคพาร์กิน
6,911 ราย pergolide และ pramipexole เพิ่มความเสี่ยงต่อประสาทหลอน
60
เมื่อเทียบกับยาหลอก (OR 11.42, 95% CI 0.60, 172.27 และ
สัน
60
์
ื
ิ
่
ี
พารกนสัน เมอเทยบกบยาหลอก (OR 11.42, 95% CI 0.60, 172.27 และ
ั
60
สัน เมื่อเทียบกับยาหลอก (OR 11.42, 95% CI 0.60, 172.27 และ
7.56, 95% CI 1.01, 61.27) และเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับยา
ิ
ี
ั
่
ื
7.56, 95% CI 1.01, 61.27) และเพมความเสียงเมอเทยบกบยา
่
่
7.56, 95% CI 1.01, 61.27) และเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับยา
อื่นในกลุ่ม
ื
่
่
อนในกลุม
อื่นในกลุ่ม
61
61
benzodiazepines observational 9,262 ราย benzodiazepines เพิมความเสียงตอความบกพรองด้านความจา
ํ
่
่
่
benzodiazepines observational 9,262 ราย benzodiazepines เพิ่มความเสี่ยงต่อความบกพร่องด้านความจ า
่
61
benzodiazepines observational 9,262 ราย benzodiazepines เพิ่มความเสี่ยงต่อความบกพร่องด้านความจ า
โดยคะแนน MMSE ลดลงเมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา เฉพาะใน
studies 7 เรื่อง
ี
studies 7 เรอง โดยคะแนน MMSE ลดลงเมือเทยบกบการไมไดรบยา เฉพาะใน
ั
้
ื
่
่
ั
่
โดยคะแนน MMSE ลดลงเมื่อเทียบกับการไม่ได้รับยา เฉพาะใน
studies 7 เรื่อง กลุมเสียง
กลุ่มเสี่ยง
่
่
กลุ่มเสี่ยง
- อายุ > 60 ปี (SMD -0.18, 95% CI -0.36, 0.00, I 87%)
2
ุ
- อาย > 60 ปี (SMD -0.18, 95% CI -0.36, 0.00, I 87%) 2 2
- อายุ > 60 ปี (SMD -0.18, 95% CI -0.36, 0.00, I 87%)
- ใชยาบ่อย ขนาดสูง หรือระยะเวลานาน (SMD -0.23, 95%
้
- ใช้ยาบ่อย ขนาดสูง หรอระยะเวลานาน (SMD -0.23, 95%
ื
้
- ใชยาบ่อย ขนาดสูง หรือระยะเวลานาน (SMD -0.23, 95%
2
CI -0.44, -0.03, I 86%)
CI -0.44, -0.03, I 86%) 2
2
CI -0.44, -0.03, I 86%)
่
่
ิ
่
observational 621,548
่
anticholinergics 62 62 observational 621,548 anticholinergics เพิมความเสียงต่อภาวะสมองเสือมเมือเทียบ ื ี
่
่
anticholinergics
่
anticholinergics เพมความเสียงต่อภาวะสมองเสือมเม่อเทยบ
observational
anticholinergics 62 studies 26 เรอง ราย 621,548 กบการไมไดรบยา ในผูทอาย 50 ขนไป ่ ่ ื ี
่
anticholinergics เพมความเสียงต่อภาวะสมองเสือมเม่อเทยบ
ิ
ั
ึ
่
ื
้
่
studies 26 เรื่อง ราย
ุ
้
้
ี
่
ั
กับการไม่ได้รับยา ในผู้ที่อายุ 50 ขึ้นไป
studies 26 เรื่อง ราย - ใช้ยาทมฤทธแรง (OR 1.20, 95% CI 1.09, 1.32, I 86%) 2
กับการไม่ได้รับยา ในผู้ที่อายุ 50 ขึ้นไป
2
่
ฺ
์
ิ
ี
- ใช้ยาที่มีฤทฺธิ์แรง (OR 1.20, 95% CI 1.09, 1.32, I 86%)
ี
- ใช้ยาที่มีฤทฺธิ์แรง (OR 1.20, 95% CI 1.09, 1.32, I 86%)
2
- ใช้ยา ≥ 90 วน (OR 1.23, 95% CI 1.17, 1.29, I 2%) 2 2
ั
- ใช้ยา ≥ 90 วัน (OR 1.23, 95% CI 1.17, 1.29, I 2%)
- ใช้ยา ≥ 90 วัน (OR 1.23, 95% CI 1.17, 1.29, I 2%)
2
ั
- ใช้ยา ≥ 365 วน (OR 1.50, 95% CI 1.22, 1.85, I 90%) 2 2
- ใช้ยา ≥ 365 วัน (OR 1.50, 95% CI 1.22, 1.85, I 90%)
2
- ใช้ยา ≥ 365 วัน (OR 1.50, 95% CI 1.22, 1.85, I 90%)
CI, confidence interval; Crl, credential interval; MD, mean difference; OR, odds ratio; MMSE, Mini-Mental State Examination;
CI, confidence interval; Crl, credential interval; MD, mean difference; OR, odds ratio; MMSE, Mini-Mental State Examination;
CI, confidence interval; Crl, credential interval; MD, mean difference; OR, odds ratio; MMSE, Mini-Mental State Examination;
RCTs, randomized controlled trials; RR, relative risk; SMD, standardized mean difference
RCTs, randomized controlled trials; RR, relative risk; SMD, standardized mean difference
RCTs, randomized controlled trials; RR, relative risk; SMD, standardized mean difference
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของการรับรู้และความคิด ได้แก่ ผู้สูงอายุ สมองถูกท าลาย ภาวะ
ี
้
ปจจัยเสยงตอการเกดความผดปกตของการรับรูและความคิด ไดแก ผูสูงอาย สมองถูกทําลาย ภาวะ
ั
้
ิ
่
่
่
ิ
้
ุ
ิ
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของการรับรู้และความคิด ได้แก่ ผู้สูงอายุ สมองถูกท าลาย ภาวะ
่
เจบปวยเรอรัง มีภาวะนเดมอยกอนแลว (สมองเสือม หรอความผิดปกตทางจตและประสาท) พนธกรรม และ
็
ั
ื
้
ุ
ื
่
ู
่
ิ
ิ
่
้
ิ
้
ี
ั
ิ
เจ็บป่วยเรื้อรัง มีภาวะนี้เดิมอยู่ก่อนแล้ว (สมองเสื่อม หรือความผดปกติทางจิตและประสาท) พนธุกรรม และ
เจ็บป่วยเรื้อรัง มีภาวะนี้เดิมอยู่ก่อนแล้ว (สมองเสื่อม หรือความผดปกติทางจตและประสาท) พนธุกรรม และ
ิ
ั
ิ
ิ
ู
่
้
้
ใชยาหลายขนาน ปจจัยกระตนใหเกดความผดปกตของการรับรและความคด ไดแก ภาวะเจบปวยเฉียบพลัน
ุ
็
ิ
้
ิ
่
ิ
ั
้
้
ใช้ยาหลายขนาน ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของการรับรู้และความคิด ได้แก่ ภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน
ใช้ยาหลายขนาน ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของการรับรู้และความคิด ได้แก่ ภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน
ํ
ั
้
ื
ิ
้
ิ
ความผดปกตของระบบเมแทบอลิซึม ภาวะขาดนา ปสสาวะคัง
้
ตดเชอในกระแสเลือด ไดรบการผ่าตด
่
ั
ิ
ั
้
ิ
ั
ั
่
ี
ิ
ั
เฉียบพลัน อนตรกิรยาระหวางยา ภาวะทุพโภชนาการ (ขาดวตามินบ 12 และโฟเลต) ปจจยดานสิ่งแวดลอม 56
้
และสังคม และขนาดยาทีไดรบสูงเกนไป 56
53
่
ั
ิ
้
56
61

