Page 78 - Neuropsychiatric.indd
P. 78
ื
ั
่
ติดเชื้อในกระแสเลอด ได้รบการผาตัด ความผดปกติของระบบเมแทบอลิซึม ภาวะขาดน้ า ปัสสาวะคั่ง
ิ
ี
ิ
ั
ั
ิ
ุ
ิ
เฉยบพลน อนตรกรยาระหว่างยา ภาวะทพโภชนาการ (ขาดวิตามนบี 12 และโฟเลต) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
53
และสังคม และขนาดยาที่ได้รับสูงเกินไป
5.2 ข้อแนะน าเพื่อการป้องกัน
ข้อแนะน าเพื่อป้องกันการเกิดความผิดปกติของการรับรู้และความคิดจากยา 53,55 มีดังนี้
o ประเมินปัจจัยเสี่ยงก่อนเริ่มใช้ยา โดยระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง
- ผู้สูงอายุมักจะมีความไวต่อการตอบสนองต่อยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic มากกว่าวัยหนุ่มสาว
ื
ี
่
เน่องจากมการเปลยนแปลงการตอบสนองของตวรับ (cholinergic receptor) และมีการ
ั
ี
ลดลงของการสร้างสารที่มีฤทธิ์ cholinergic จึงท าให้เสริมฤทธิ์ anticholinergic ของยา
- ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลง benzodiazepines ผานกระบวนการ oxidative metabolism
่
ได้น้อยลง ท าให้เกิดการสะสมของยาตั้งต้น (parent drug) จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ
ี
่
สับสน และความจ าบกพร่อง ดังนั้นควรเลือกใช้ยาที่ผ่านการเปลยนแปลงโดยกระบวนการ
conjugation และเป็นยาที่มีค่าครึ่งชีวิตสั้น เช่น lorazepam
- ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันอยู่เดิมมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบต่อการรับรู้และความคิด จึงมีความ
เสี่ยงต่ออาการที่แย่ลง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการด าเนินโรคแย่ลง หรือใช้ยาในขนาดสูง
o ในผู้ที่มีความผิดปกติของการรับรู้และความคิดอยู่ก่อนแล้ว ควรเลือกใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่ าต่อ
อาการดังกล่าว เช่น กรณียารักษาโรคจิต ควรเลือกใช้ risperidone หรือ olanzapine
o ค่อย ๆ ปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น (ตารางที่ 2.9)
o ปรับขนาดยาให้เหมาะสมในผู้ป่วยที่ไตหรือตับท างานบกพร่อง เช่น lithium
ี
ั
o จ ากัดขนาดยาที่ใช้ เช่น ยา lithium เน่องจากการใช้ยาในขนาดสง หรือมระดบยาในเลอด
ู
ื
ื
้
ิ
ิ
ิ
์
ิ
มากกว่า 1.5 มลลอิควิวาเลนต/ลิตร ทาใหเกดพษจากยา ทั้งนี้ระดับยาในเลือดช่วงที่ให้
ผลการรักษาของยา lithium คือ 0.8-1.2 มิลลิอิควิวาเลนต์/ลิตร
5.3 การจัดการเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์
การจัดการเมื่อเกิดความผิดปกติของการรับรู้และความคดจากยา แยกตามลักษณะที่พบ โดยแบ่งเป็น
ิ
อาการสับสนเฉียบพลันและภาวะสมองเสื่อม
1) อาการสับสนเฉียบพลัน
ี
อาการสับสนแบบเฉียบพลันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเป็นชั่วโมงหรือวัน ผู้ป่วยจะมภาวะสับสน
เรื่องเวลา สถานที่ และบุคคล ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ความคิด ความจ า และสมาธิเสียไป อาจมี
ิ
อาการหลงผด ประสาทหลอน กระวนกระวาย และวงจรการนอนหลบ-ตื่นผิดปกติ มอาการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ั
ี
ั
ลงในรอบวัน สามารถคดกรองโดยใช้แบบประเมินภาวะสบสน Confusion Assessment Method (CAM)
ั
55
แบบสั้น 63,64 มี 4 ข้อ โดยการวินิจฉัยภาวะสับสน ต้องมีคุณลักษณะตรงตามข้อ 1, 2 และข้อใดข้อหนึ่งในข้อ 3
หรือ 4 (ตารางท 2.11) แพทย์จะท าการประเมินโดยซักประวัติความเจ็บป่วย การใช้ยา สารเสพติดและสารที่
ี
่
ั
่
ิ
่
ิ
ออกฤทธิ์ตอจตและประสาท ตรวจรางกาย ตรวจสภาพจิต ประเมนสญญาณชีพ โดยเฉพาะระดับความดัน
ิ
ื่
โลหิต ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพอแยกการวินิจฉัยจากสาเหตุอื่น เช่น ความผิดปกติของระดับอเล็กโทรไลต์
สภาวะกรด-ด่างในร่างกาย การท างานของตับและไต
57
57

