Page 83 - Neuropsychiatric.indd
P. 83
75
76
ตารางที่ 2.12 เกณฑการวินิจฉัย neuroleptic malignant syndrome Levenson criteria
์ DSM5 criteria
75
76
DSM-5 criteria
เกณฑวินิจฉัยหลก (Major criteria)
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
์
ตารางที่ 2.12 เกณฑการวินิจฉัย neuroleptic malignant syndrome
ตารางที่ 2.12 เกณฑการวินิจฉัย neuroleptic malignant syndrome ั Levenson criteria
์
76ดังนี้
ภายหลังจากได้รับยา dopamine antagonist หรือหยุดยา 1. ภาวะไขสง (fever) Levenson criteria
ผู้ป่วยมีโอกาสเป็น NMS สูง หากเข้าเกณฑ์
75
3. ระดับความรูสติเปลี่ยนแปลง (mental s
ู
DSM-5 criteria tatus alteration)
75
76
Levenson criteria
DSM-5 criteria
- เกณฑ์วินิจฉัยหลักครบ 3 ข้อ หรือ
dopamine agonist โดยที่ไม่ได้มีภาวะติดเชื้อ หรือได้รับสารพิษ ผู้ป่วยมีโอกาสเป็น NMS สูง หากเข้าเกณฑ์ดังนี้
ภายหลังจากได้รับยา dopamine antagonist หรือหยุดยา
ผู้ป่วยมีโอกาสเป็น NMS สูง หากเข้าเกณฑ์ดังนี้
ภายหลังจากได้รับยา dopamine antagonist หรือหยุดยา
4. คา creatinine phosphokinase เพิ่มสูงขึ้น (≥4 เทาของคา
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
- เกณฑ์วินิจฉัยหลัก 2 ข้อ ร่วมกับ เกณฑ์วินิจฉัยรอง 4 ข้อ
อื่นๆ เกิดอาการต่อไปนี้ - เกณฑ์วินิจฉัยหลักครบ 3 ข้อ หรือ ู ั
dopamine agonist โดยที่ไม่ได้มีภาวะติดเชื้อ หรือได้รับสารพิษ
- เกณฑ์วินิจฉัยหลักครบ 3 ข้อ หรือ
dopamine agonist โดยที่ไม่ได้มีภาวะติดเชื้อ หรือได้รับสารพิษ
ปกติบน)
3. คา creatinine phosphokinase สง (มกจะ >1000
1. อุณหภูมิร่างกายสูง >38 องศาเซลเซียส (hyperthermia)
อื่นๆ เกิดอาการต่อไปนี้ - เกณฑ์วินิจฉัยหลัก 2 ข้อ ร่วมกับ เกณฑ์วินิจฉัยรอง 4 ข้อ
อื่นๆ เกิดอาการต่อไปนี้
- เกณฑ์วินิจฉัยหลัก 2 ข้อ ร่วมกับ เกณฑ์วินิจฉัยรอง 4 ข้อ
ิ
หนวย/ลตร)
5. มีการเปลี่ยนของระบบประสาทอัตโนมัติ เกณฑ์วินิจฉัยหลัก (Major criteria)
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
1. อุณหภูมิร่างกายสูง >38 องศาเซลเซียส (hyperthermia)
1. อุณหภูมิร่างกายสูง >38 องศาเซลเซียส (hyperthermia)
ชีพจรเร็วผิดปกติ
3. ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลง (mental status alteration) เกณฑ์วินิจฉัยหลัก (Major criteria)
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity) 1. ภาวะไข้สูง (fever)
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
เกณฑ์วินิจฉัยหลัก (Major criteria)
4. ค่า creatinine phosphokinase เพิ่มสูงขึ้น (≥4ีเท่าของค่า1. ภาวะไข้สูง (fever)
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
3. ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลง (mental status alteration) เกณฑวนจฉัยรอง (Minor criteria)
ิ
เหงอออกมาก
ื
ิ
่
1. ภาวะไข้สูง (fever)
3. ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลง (mental status alteration)
4. ค่า creatinine phosphokinase เพิ่มสูงขึ้น (≥4ีเท่าของค่า 2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
ปกติบน)
3. ค่า creatinine phosphokinase สูง (มักจะ >1000
ู
ความดันโลหิตสง (ความดันโลหิตตัวบน หรือ ตัวลาง ≥25% 1. ระดับความรูสติเปลี่ยนแปลง (altered consciousness
2. ภาวะแข็งเกร็ง (rigidity)
4. ค่า creatinine phosphokinase เพิ่มสูงขึ้น (≥4ีเท่าของค่า
ปกติบน)
5. มีการเปลี่ยนของระบบประสาทอตโนมัติ 3. ค่า creatinine phosphokinase สูง (มักจะ >1000
หน่วย/ลิตร)
ั
3. ค่า creatinine phosphokinase สูง (มักจะ >1000
ปกติบน)
level)
เมื่อเทียบกับคาเริ่มตน) หรือความดันโลหิตมการ
5. มีการเปลี่ยนของระบบประสาทอตโนมัติ ี หน่วย/ลิตร)
ั
- ชีพจรเร็วผิดปกติ
5. มีการเปลี่ยนของระบบประสาทอตโนมัติ 2. ชีพจรเร็วผิดปกติ (tachycardia)
ั
หน่วย/ลิตร)
เปลี่ยนแปลงขึ้นลง (มีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตตัวบน
- ชีพจรเร็วผิดปกติ
เกณฑ์วินิจฉัยรอง (Minor criteria)
- เหงื่อออกมาก
- ชีพจรเร็วผิดปกติ
- เหงื่อออกมาก เกณฑ์วินิจฉัยรอง (Minor criteria)
ิ
≥25 มิลลิเมตรปรอท หรือความดันโลหิตตัวลาง ≥20
3. ความดันโลหตแปรปรวน (labile arterial pressure)
- ความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิตตัวบน หรือ ตัวล่าง ≥25% 1. ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลง (altered consciousness
- เหงื่อออกมาก
เกณฑ์วินิจฉัยรอง (Minor criteria)
- ความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิตตัวบน หรือ ตัวล่าง ≥25% 1. ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลง (altered consciousness
4. หายใจเร็ว (tachypnea)
มิลลิเมตรปรอท)
เมื่อเทียบกับค่าเริ่มต้น) หรือความดันโลหิตมีการ
level)
- ความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิตตัวบน หรือ ตัวล่าง ≥25% 1. ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลง (altered consciousness
เมื่อเทียบกับค่าเริ่มต้น) หรือความดันโลหิตมีการ
level)
เปลี่ยนแปลงขึ้นลง (มีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตตัวบน 2. ชีพจรเร็วผิดปกติ (tachycardia)
ื
ี
มอาการปสสาวะราด 5. เหงอออกมาก (diaphoresis)
่
เมื่อเทียบกับค่าเริ่มต้น) หรือความดันโลหิตมีการ
level)
เปลี่ยนแปลงขึ้นลง (มีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตตัวบน 2. ชีพจรเร็วผิดปกติ (tachycardia)
≥25ีมิลลิเมตรปรอท หรือความดันโลหิตตัวล่าง ≥20ี
3. ความดันโลหิตแปรปรวน (labile arterial pressure)
ี
ภาวะซด 3. ความดันโลหิตแปรปรวน (labile arterial pressure)
6. เมดเลอดขาวสง (leukocytosis)
ู
ื
็
≥25ีมิลลิเมตรปรอท หรือความดันโลหิตตัวล่าง ≥20ี
เปลี่ยนแปลงขึ้นลง (มีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตตัวบน 2. ชีพจรเร็วผิดปกติ (tachycardia)
มิลลิเมตรปรอท)
4. หายใจเร็ว (tachypnea)
มิลลิเมตรปรอท)
≥25ีมิลลิเมตรปรอท หรือความดันโลหิตตัวล่าง ≥20ี
3. ความดันโลหิตแปรปรวน (labile arterial pressure)
หายใจเร็ว (มากกวารอยละ 50 จากคาตังตน) 4. หายใจเร็ว (tachypnea)
้
- มีอาการปัสสาวะราด
5. เหงื่อออกมาก (diaphoresis)
- มีอาการปัสสาวะราด 5. เหงื่อออกมาก (diaphoresis)
มิลลิเมตรปรอท)
4. หายใจเร็ว (tachypnea)
ที่มา : อางอิงจาก https://www.cumar.in.th/ebook/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2028.pdf
- ภาวะซีด
6. เม็ดเลือดขาวสูง (leukocytosis)
- ภาวะซีด
6. เม็ดเลือดขาวสูง (leukocytosis)
76
5. เหงื่อออกมาก (diaphoresis)
75
- มีอาการปัสสาวะราด
่
[เขาถึงเมือ 20 กุมภาพนธ 2564] และ American Psychiatric Association และ Levenson
ั
- หายใจเร็ว (มากกว่าร้อยละ 50 จากค่าตั้งต้น)
- หายใจเร็ว (มากกว่าร้อยละ 50 จากค่าตั้งต้น)
6. เม็ดเลือดขาวสูง (leukocytosis)
- ภาวะซีด
ที่มา : อ้างอิงจาก https://www.cumar.in.th/ebook/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2028.pdf
ที่มา : อ้างอิงจาก https://www.cumar.in.th/ebook/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2028.pdf
- หายใจเร็ว (มากกว่าร้อยละ 50 จากค่าตั้งต้น)
75
76
[เข้าถึงเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564] และ American Psychiatric Association และ Levenson 76
[เข้าถึงเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564] และ American Psychiatric Association และ Levenson
75
ตารางที่ 2.13 ยาที่สามารถทําใหเกิดกลุมอาการ neuroleptic malignant syndrome
ที่มา : อ้างอิงจาก https://www.cumar.in.th/ebook/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2028.pdf
ยา
[เข้าถึงเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564] และ American Psychiatric Association และ Levenson
75
กลไก
76
ตารางที่ 2.13 ยาที่สามารถทาให้เกิดกลุ่มอาการ neuroleptic malignant syndrome ลด dopaminergic
ตารางที่ 2.13 ยาที่สามารถทาให้เกิดกลุ่มอาการ neuroleptic malignant syndrome
ยาควบคุมอารมณ: lithium
ยา
กลไก
ยา
ตารางที่ 2.13 ยาที่สามารถทาให้เกิดกลุ่มอาการ neuroleptic malignant syndrome activity กลไก
ึ
ยาตานซมเศรา: TCAs
ยาควบคุมอารมณ์: lithium
ลด dopaminergic
ยาควบคุมอารมณ์: lithium
ยา
กลไก
ยาต้านซึมเศร้า: TCAs
ยาตานอาเจยน: domperidone, metoclopramide, promethazine, prochlorperazine activity ลด dopaminergic
ี
ยาต้านซึมเศร้า: TCAs
activity
ยาควบคุมอารมณ์: lithium
ยาต้านอาเจียน: domperidone, metoclopramide, promethazine, prochlorperazine
ยารักษาโรคจิตกลุมเกา: haloperidol, fluphenazine, chlorpromazine, perphenazine, ลด dopaminergic
ยาต้านอาเจียน: domperidone, metoclopramide, promethazine, prochlorperazine
activity
ยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า: haloperidol, fluphenazine, chlorpromazine, perphenazine,
ยาต้านซึมเศร้า: TCAs
thioridazine
ยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า: haloperidol, fluphenazine, chlorpromazine, perphenazine,
thioridazine
ยาต้านอาเจียน: domperidone, metoclopramide, promethazine, prochlorperazine
thioridazine
ยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่: apripiprazole, clozapine, olanzapine, paliperidone, quetiapine, pine,
ยารักษาโรคจิตกลุมใหม: apripiprazole, clozapine, olanzapine, paliperidone, quetia
ยารักษาโรคจิตกลุ่มเก่า: haloperidol, fluphenazine, chlorpromazine, perphenazine,
ยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่: apripiprazole, clozapine, olanzapine, paliperidone, quetiapine,
risperidone, ziprasidone
risperidone, ziprasidone
thioridazine
risperidone, ziprasidone
ยารักษาโรคพาร์กินสัน (ภาวะถอนยา): levodopa, dopamine agonists (เช่น bromocriptine,
ยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่: apripiprazole, clozapine, olanzapine, paliperidone, quetiapine,
ิ
ั
ยารักษาโรคพารกนสน (ภาวะถอนยา): levodopa, dopamine agonists (เชน bromocriptine,
piribedil, pramipexole, ropinirole)
ยารักษาโรคพาร์กินสัน (ภาวะถอนยา): levodopa, dopamine agonists (เช่น bromocriptine,
risperidone, ziprasidone
piribedil, pramipexole, ropinirole)
TCAs, tricyclic antidepressants
piribedil, pramipexole, ropinirole)
ยารักษาโรคพาร์กินสัน (ภาวะถอนยา): levodopa, dopamine agonists (เช่น bromocriptine,
ที่มา : Berman และคณะ และ Rajan และคณะ
74
71
TCAs, tricyclic antidepressants
TCAs, tricyclic antidepressants
piribedil, pramipexole, ropinirole) 74
71
ทีมา : Berman และคณะ และ Rajan และคณะ
่
ที่มา : Berman และคณะ และ Rajan และคณะ 74
71
TCAs, tricyclic antidepressants ิ
ปัจจัยเสี่ยงส าคัญของการเกด NMS จากยา ได้แก่ เริ่มใช้ยารักษาโรคจิตที่มีความแรงสูง เช่น
71
74
ที่มา : Berman และคณะ และ Rajan และคณะ
ู
haloperidol การใช้ยาในขนาดสง การใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยาว เช่นยารปแบบ intramuscular depot หรือการ
ู
ปัจจัยเสี่ยงส าคัญของการเกด NMS จากยา ได้แก่ เริ่มใช้ยารักษาโรคจิตที่มีความแรงสูง เช่น
ิ
ปจจัยเสี่ยงสําคัญของการเกิด NMS จากยา ไดแก เริ่มใชยารักษาโรคจิตที่มีความแรงสูง เชน
ใช้ยารักษาโรคจิตมากกว่า 1 ชนิด ปัจจัยเสี่ยงส าคัญอื่น ๆ คือ ภาวะขาดน้ า ร่างกายอ่อนเพลีย สัมผัสกับความ
haloperidol การใช้ยาในขนาดสง การใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยาว เช่นยารปแบบ intramuscular depot หรือการ
ู
ู
ปัจจัยเสี่ยงส าคัญของการเกด NMS จากยา ได้แก่ เริ่มใช้ยารักษาโรคจิตที่มีความแรงสูง เช่น
ิ
่
์
ิ
haloperidol การใชยาในขนาดสูง การใชยาทีออกฤทธยาว เชนยารูปแบบ intramuscular depot หรือการ
็
ิ
ุ
ุ
ื
่
็
ร้อน ระดับโซเดียมในเลอดต า ขาดธาตุเหลก ภาวะทพโภชนาการ ไทรอยด์เปนพษ ดื่มสรา การใช้สารเสพติด
ใช้ยารักษาโรคจิตมากกว่า 1 ชนิด ปัจจัยเสี่ยงส าคัญอื่น ๆ คือ ภาวะขาดน้ า ร่างกายอ่อนเพลีย สัมผัสกับความ
ู
haloperidol การใช้ยาในขนาดสง การใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยาว เช่นยารปแบบ intramuscular depot หรือการ
ู
ใชยารักษาโรคจิตมากกวา 1 ชนิด ปจจัยเสี่ยงสําคัญอืน ๆ คือ ภาวะขาดนํา รางกายออนเพลีย สัมผัสกับ
่
้
ิ
ุ
็
่
็
ร้อน ระดับโซเดียมในเลอดต า ขาดธาตุเหลก ภาวะทุพโภชนาการ ไทรอยด์เปนพษ ดื่มสรา การใช้สารเสพติด
ื
ใช้ยารักษาโรคจิตมากกว่า 1 ชนิด ปัจจัยเสี่ยงส าคัญอื่น ๆ คือ ภาวะขาดน้ า ร่างกายอ่อนเพลีย สัมผัสกับความ
62 รเสพติด
ความรอน ระดับโซเดียมในเลือดต่ํา ขาดธาตุเหล็ก ภาวะทุพโภชนาการ ไทรอยดเปนพิษ ดื่มสุรา การใชสา
่
็
็
ิ
ื
ุ
ร้อน ระดับโซเดียมในเลอดต า ขาดธาตุเหลก ภาวะทุพโภชนาการ ไทรอยด์เปนพษ ดื่มสรา การใช้สารเสพติด
62 69
62
62

